บันเทิง

ซูเปอร์ดราม่า

ซูเปอร์ดราม่า

07 พ.ค. 2555

ซูเปอร์ดราม่า : พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected]

          เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมา คนไทยจำนวนมากตื่นเต้นกับข่าว “ซูเปอร์มูน” ว่าจะได้เห็นจันทร์ดวงใหญ่ และบางคนก็ถึงขนาดเชื่อว่า ขนาดของจันทร์ดวงใหญ่ จะใหญ่ยักษ์จนบังตึกมิด
 
          เป็นปกติที่โลกนี้จะมีคนชินกับการฝันเฟื่องที่ไม่สอดคล้องกับความจริง และชุดข้อมูลความรู้ แต่ดูเหมือนอาการจะปรากฏเยอะหน่อยแถวๆ ประเทศที่มีคนในประเทศชอบยืนยันเสียงดังฟังชัดว่า “เราเป็นชาติพี่เบิ้มที่เก่งที่สุด ดีที่สุด”
 
          ถามผู้รอดูซูเปอร์มูนหลายคนว่า รู้ไหม ซูเปอร์มูนคืออะไร คนอารมณ์ดราม่าที่ตอบได้มีไม่เยอะนัก น้อยคนจะรู้ว่าที่มันกลายเป็นซูเปอร์หรือดูใหญ่โตกระจ่างชัดกว่าเดิมหน่อยหนึ่ง ก็เพราะวงโคจรของพระจันทร์ซึ่งเป็นวงรี ได้มาถึงจุดใกล้โลกที่สุด เรียกว่าเพริกี (perigee)
 
          เป็นธรรมดาว่าอะไรที่อยู่ใกล้ย่อมเห็นชัดกว่าอยู่ไกลนอกเสียจากไม่ตั้งใจเห็นหรือเห็นแต่ทำเป็นไม่เห็น
 
          อนึ่ง เมื่อพูดถึงวงโคจรของดวงจันทร์ในจุดใกล้โลกที่สุดนั้น ก็มิได้หมายความว่าเมื่อถึงเวลานี้ คนบนโลกจะได้เห็นจันทร์เพ็ญดวงใหญ่ทุกครั้ง เพราะบางที ในจังหวะที่อยู่ใกล้กัน โลกกับดวงจันทร์ และดวงอาทิตย์ดันมาอยู่ในจังหวะที่เรียงตัวระนาบเดียวกันเสียอีก ซึ่งเรียกว่า ซิสจี (syzygy) จันทร์เพ็ญจึงกลายเป็นจันทร์ดับเพราะมองไม่เห็นจากโลก
 
          ถ้าอ่านหรือฟังข่าวสำนักข่าวต่างประเทศ เขาจะรายงานครบครันว่า ซูเปอร์มูนครั้งนี้ เป็นภาวะเพริกี ซึ่งเกิดขึ้นประมาณปีละครั้งและให้ข้อมูลด้วยว่า อยู่ห่างกันแค่ไหน ปกติอยู่ห่างเท่าใด ครั้งนี้จะเห็นดวงจันทร์ใหญ่ขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์ สว่างขึ้นกี่เปอร์เซ็นต์จากปกติ
 
          ส่วนข่าวไทยและคนไทยมักสนใจในเชิงโหราศาสตร์ เช่น ในด้านเสาร์ห้าดีสุดยอด คือประจวบเหมาะวันเสาร์ที่ห้า เดือนที่ห้า และในด้านสัญญาณเหตุร้ายภัยพิบัติ
 
          ประมาณเดียวกับข่าวเมฆสีรุ้ง iridescent clouds และหมวกเมฆสีรุ้ง iridescent pileus ซึ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าไม่นานนัก และเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติปกติ แต่ข่าวไทยกับคนไทยที่ไม่ค่อยสนใจธรรมชาติรอบตัว ตีความเป็นปรากฏการณ์ลึกลับมหัศจรรย์
 
          ลักษณะ “ดราม่า” ที่ไม่สอดคล้องกับความจริงและความรู้ และเหมือนไม่สนใจ ดูจะเป็นลักษณะร่วมที่เห็นได้ทั่วไปในสังคมไทย
 
          ตัวอย่างชัดๆ นอกจากการนำเสนอข่าวสารในสื่อไทย ก็คือละครทีวีไทย ซึ่งพูดไปก็ซ้ำซาก
 
          ไม่อยากเชื่อว่าคนไทยได้ดูละครอย่าง “มาหยารัศมี” “แววมยุรา” และ “ดอกโศก” กันอีกแล้ว
 
          รำพึงขึ้นมานี้ มิใช่ว่าคุณภาพละคร ทีมงาน หรือนักแสดงเลวร้าย แต่รำพึงว่า เนื้อหาและแนวคิดหลังเนื้อหาช่าง “แบนเรียบ” ไม่กระตุ้นสมองมนุษย์ให้สนใจแสวงความจริงเกี่ยวกับชีวิตและโลก ซึ่งหมายรวมถึงธรรมชาติและความเป็นไปรอบตัวอย่างเรื่องซูเปอร์มูน เมฆสีรุ้ง ตลอดจนการมีชีวิตจริงในโลกทุนนิยม
 
          ทุกวันนี้ยังมีคนไทยจำนวนมากตื่นตกใจกับปรากฏการณ์ธรรมชาติธรรมดา ตะโกนด่าทุนนิยมสามานย์ปาวๆ เพราะเชื่อว่าความอยากรวยเป็นเรื่องของคนโลภ เลว แต่ขณะเดียวกัน ก็ให้ค่าความสำเร็จที่ความสามารถในการทำกำไร และคุณค่าลวงที่ถูกสร้างขึ้นในโลกทุนนิยมโดยไม่เคยตั้งคำถาม
 
          ชีวิตแบบดราม่าไม่สนใจค้นหาความจริงเพราะคิด/ถาม/หาคำตอบเยอะแยะแล้วมันเครียด น่าจะเป็นลักษณะประจำชาติไทยได้ไม่ยาก
.............................
(หมายเหตุ ซูเปอร์ดราม่า : พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์
[email protected] <mailto:[email protected]>
<https://www.facebook.com/nithinandy>)