บันเทิง

พระเอกติดดินมาวินแบบเกรียนๆ ของ'บอย'ปกรณ์

พระเอกติดดินมาวินแบบเกรียนๆ ของ'บอย'ปกรณ์

05 พ.ค. 2555

พระเอกติดดินมาวินแบบเกรียนๆ ของ'บอย'ปกรณ์ : สกู๊ปบันเทิงวันเสาร์ โดย... ดวงใจ สอาดจิตต์

          หากจะพูดถึงชื่อพระเอกแถวหน้าในตอนนี้ หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของพระเอกชื่อดัง "บอย"ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ อย่างแน่นอน เพราะเวลานี้หนุ่มบอยได้รับกระแสความนิยมจากแฟนๆ ละครอย่างท่วมท้น อีกทั้งกำลังสร้างเสียงหัวเราะในผู้ชม จากละครเรื่อง "แววมยุรา" ที่กำลังออกอากาศทางช่อง 3 ในเวลานี้นั่นเอง กำลังฮอตร้อนแรง และเกรียน เอ้ย ! โด่งดังขนาดนี้ รายการ ซุปตาร์ในดวงใจ ทางแมงโก้ทีวี เลยต้องคว้าตัวหนุ่มบอยมานั่งสนทนากันหน่อย ว่าแล้วมาเปิดใจหนุ่มคนนี้กันเลย


กระแสละคร "แววมยุรา"
000เสียงตอบรับจาก "แววมยุรา" เป็นอย่างไรบ้าง
          ตอนนี้ออนแอร์มา 4 ตอนแล้ว  กระแสค่อนข้างดี  ด้วยตัวละครที่ดูสบายๆ ไม่เครียดมาก  อย่างแววมยุราเวอร์ชั่นก่อนๆ อาจจะออกไปทางดราม่าด้วย  เนื้อหาค่อนข้างเครียด  พอมาเวอร์ชั่นนี้ทางคุณตู่ (ปิยวดี  มาลีนนท์)ผู้จัดและพี่ต้น(ชานนท์ สมฤทธิ์)ผู้กำกับ  วางไว้แล้วว่าอยากให้ออกมาแนวคอมเมดี้  ไม่อยากให้เครียดมาก  แต่ยังมีแกนเรื่องของ แววมยุรา อยู่ด้วย


000เรื่องนี้เคยโด่งดังมาแล้วในเว่อร์ชั่น "โอ" วรุต กับ "กวาง" กมลชนก กดดันไหมที่ต้องมาเล่นละครรีเมกที่เคยประสบความสำเร็จสูง
          กดดันมั้ยก็มีบ้างนะ  แต่ว่าเป็นความเคยชินไปแล้ว เพราะว่าละครทุกเรื่องที่เล่นมาถ้าไม่นับ 4 หัวใจแห่งขุนเขา ผมเล่นละครรีเมกหมดเลย แล้วเป็นละครที่สมัยก่อนดังๆ หมดเลย  เพราะฉะนั้นถามว่ากดดันมั้ยก็มีเป็นธรรมดา ต้องโดนเปรียบเทียบเป็นธรรมดา  แต่ไม่อยากให้เอาตรงนั้นมากดดันตัวเอง แล้วไม่ได้ดูของเก่าด้วย เคยดูตอนที่ละครออนแอร์ไปแล้ว  แล้วกลับมาเปิดยูทูบดูนิดหน่อย  แต่ว่าถ้าก่อนถ่ายนี่ไม่เคยดูเลย


000การร่วมงานครั้งที่ 2 กับ มารี เบรินเนอร์ เป็นอย่างไรบ้าง
          ดีนะ  กับมารีนี่เป็นการทำงานเรื่องที่ 2  ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ 2 ที่ต่อเนื่องกัน  คือเรื่อง แววมยุรา กับเรื่อง สามหนุ่มเนื้อทอง เปิดกล้องพร้อมกันเมื่อหลายเดือนมาก่อน  แต่ด้วยความที่ตอนนั้นสามหนุ่มเนื้อทอง มีคิวออนแอร์แล้ว ต้องรีบถ่ายก็เลยได้ออกเร็ว  แต่ว่าตอนนี้ แววมยุรา เพิ่งจะได้ออนแอร์  ความจริงคือถ่ายมาพร้อมๆ กัน ได้ทำงานด้วยกัน มันก็ดีตรงที่ว่าเราสองคนได้ทำงานด้วยกันเยอะ  ทำให้ค่อนข้างคุ้นเคยกัน แล้วก็ทำงานด้วยกันง่ายขึ้น  ตัวน้องเขาก็มีพัฒนาการในการแสดงที่ค่อนข้างโอเค  ถึงแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องเสียงบ้าง  แต่ว่าเรื่องของแอ็กติ้ง เรื่องของอารมณ์ผมว่าน้องทำได้ค่อนข้างดี  แต่อาจจะต้องใช้เวลาหน่อย คือในเรื่องของเสียง หรือว่าสำเนียงที่อาจจะพูดไม่ค่อยชัด  เพราะว่าน้องเป็นลูกครึ่ง แล้วก็อาจจะเรียนอินเตอร์มาตลอด อาจจะมีพูดเหน่อหน่อย (หัวเราะ)


000ฉากเลิฟซีนยังมีเกร็งหรือเขินอยู่ไหม
          ไม่ค่อยมาก  เพราะว่าอย่างที่บอกกับมารี เราเจอกันมาแล้วเรื่องหนึ่ง  พอมาเรื่องนี้ไม่ค่อยมีเลิฟซีนแบบหวานๆ เท่าไหร่ จะเป็นเลิฟซีนในเวอร์ชั่นของจักรที่คอยเข้าไปกวนๆ นางเอก จะเป็นอารมณ์แบบขโมยหอมแก้ม ไปแบบกวนๆ ไม่ได้มีเลิฟซีนแบบจริงจัง  จะเป็นเลิฟซีนที่ออกแนวคอมเมดี้ อย่างเลิฟซีนแบบมีจมูกเฉี่ยวกันนิดหนึ่ง


พระเอกป๋าดัน
000ด้วยความเป็นพระเอกหนุ่มฮอตทำให้บอยกลายเป็นพระเอกป๋าดัน ดันทั้งน้องชาย "หน่อง" ธนา ดันทั้ง "มารี"
          คงไม่ถึงกับเป็นป๋าดันอะไรมาก  ถ้าพูดถึงกับมารีเหมือนกับว่าจังหวะ และโอกาสมากกว่าที่เราได้มาเจอกันสองเรื่องพอดี ซึ่งตรงนี้ไม่อยากให้มามองว่าผมต้องดันน้อง อยากให้มองว่าทำไปด้วยกันเป็นทีมมากกว่า  ผมยังไม่ได้แข็งแรงขนาดจะได้ดันใครได้  โอเค คนอาจจะรู้จักผมมากขึ้น  แต่ว่าในเรื่องของการทำงานหรือว่าในเรื่องของการแสดง ผมยังไม่แข็งแรงขนาดนั้นมีอะไรต้องแก้ไขอีกเยอะ  ต้องช่วยๆ กันไป  ส่วนเรื่องของหน่อง ถ้าถามว่าดันมั้ย เป็นพี่ดัน (หัวเราะ) ก็ดันเต็มที่เหมือนกัน  คือน้องชายเราเนอะ (หัวเราะ) น้องใคร ใครก็รัก หน่องเป็นคนที่เริ่มมาคล้ายๆ ผม  คือเขาเริ่มถ่ายโฆษณา ถ่ายเอ็มวี ถ่ายแบบมาหลายปีแล้วเหมือนกัน คล้ายๆผม  จนวันหนึ่งพี่ที่ช่องเขาได้ยินมาว่าผมมีน้องชายที่ทำงานตรงนี้เหมือนกัน เขาบอกว่าลองให้เข้ามาแคสติ้งดูมั้ย  ตรงนี้ผมยินดีอยู่แล้ว  ในเมื่อเขามาทางนี้เราก็สนับสนุนเขา แล้วเขาก็ชอบด้วย


000ถ้าวันหนึ่งหน่องดังกว่าล่ะ
          ผมไม่ได้ซีเรียสว่าใครจะมาดังกว่าใคร ใครจะมีงานเยอะกว่าใคร  โดยส่วนตัวผมไม่ได้คิดว่าผมดังอะไรมากมาย คือพอละครแต่ละเรื่องที่ออกมา มันทำให้มีคนที่รู้จักเรามากขึ้น หรือว่าละครแต่ละเรื่องเราได้กลุ่มคนดูที่ขยายมากขึ้น  อย่างตอน 4 หัวใจแห่งขุนเขา เราได้กลุ่มคนดูที่เป็นวัยรุ่นบ้าง เด็กบ้าง  พอมาเรื่อง รอยมาร ผมรู้สึกว่าผมได้กลุ่มคนดูที่เป็นผู้ใหญ่ด้วย  มีคนรู้จักผมในกลุ่มที่กว้างมากขึ้น  ดีใจที่คนติดตามผลงาน  แต่ว่าเรื่องที่ดังไม่ดังนี่ผมไม่ค่อยกล้าคิดเท่าไหร่ ไม่ได้คิดจะไปแข่งกับใคร  ยิ่งกับน้องยิ่งไม่ได้คิดจะแข่ง  เอาเป็นว่าผมอยากให้หน่องมีคนรู้จักมากขึ้น  มีผลงานมากขึ้น เรื่องที่จะมาดังกว่าผมผมไม่ได้คิดอยู่แล้ว


000คุณแม่ว่าอย่างไรบ้างลูกชายทั้งสองเป็นดาราทั้งคู่
          ผมว่าแม่คงดีใจ  ค่อนข้างเห่อลูกเหมือนกัน  จากแต่ก่อนเป็นคนไม่ค่อยดูทีวี  ไม่รู้จักดารา  แต่พอผมเข้ามาทำงานตรงนี้ เริ่มให้สอนเปิดอินเทอร์เน็ต ซื้อหนังสือดาราม่าอ่าน  พอเจอภาพลูกข่าวลูกก็เก็บ เก็บทั้งเล่มเลย  แล้วออกมาดูตามงานข้างนอกบ้าง  อย่างคอนเสิร์ตที่ผ่านมา 4+1 ซูเปอร์สตาร์ จะมีรอบซ้อมใหญ่ 1 รอบ รอบจริง 2 รอบ  แม่ก็ดู 3 รอบเลย


000แม่วิจารณ์งานของลูกอย่างไรบ้าง
          จริงๆ แล้ว แม่จะเป็นพูดตรงๆ ถ้าไม่ดีก็บอกไม่ดี เป็นคนที่ชมใครไม่ค่อยเป็น  ถ้าดีเขาก็จะเก็บไว้ไปพูดกับคนอื่นมากกว่า  แต่ถ้าไม่ดีก็จะพูดเลย  คือเขาจะเตือนเลย  อย่างเช่นเรื่องของการแสดงหรือว่าทำงาน  อะไรที่เขาเห็นว่าเราทำไม่ดีก็จะบอก  ถ้าชมก็มีบ้าง (หัวเราะ) 


000ล่าสุดกับงานละครที่จะต้องดันมารีในเรื่อง พรพรหมอลเวง อีก จริงเท็จอย่างไร
          อันนี้เป็นอะไรที่ยังไม่ได้คอนเฟิร์ม คือผมยังไม่ได้รับการคอนเฟิร์มจากทางช่อง ผมยังไม่กล้าพูดอะไรมาก  มีได้ยินมาบ้างว่าเป็นละครของคุณตู่ ปิยวดี  ชื่อเรื่อง พรพรหมอลเวง  แต่ว่าจะได้เล่นจริงหรือเปล่าหรือว่าจะได้คู่กับใครตรงนี้ยังไม่ได้คอนเฟิร์มมา  ไม่ได้มีคิวที่แน่นอนว่าจะเปิดกล้องเมื่อไหร่อะไรยังไง


000ถ้าเกิดได้เล่นจริงๆ มันเป็นละครรีเมกอีกแล้ว เหมือนจะถูกโฉลกกับละครรีเมก
          ใช่..แต่ก่อน พรพรหมอลเวง ช่วงอาทิตย์หน้าจะมีเปิดกล้องอีกเรื่อง คือ ตะวันฉายในม่านเมฆ  เรื่องนี้จะไม่ใช่ละครรีเมค เรื่องนี้เป็นพี่ชาย ชาตโยดม หิรัญญัติฐิติ  กำกับ 


000ได้ข่าวมาว่าบอยจะถ่ายแฟชั่นแนวหวิวๆ จะได้ดูเมื่อไหร่
          จริงๆ แล้วไม่ได้หวิวๆ อะไรมากมาย  จะออกแนวอารมณ์เป็นนิตยสารเพื่อสุขภาพมากกว่า ออกแนวสปอร์ตๆ ไม่ได้เซ็กซี่อะไรมาก ผมก็ไม่ได้มีนิตยสารติดต่อมาถ่ายเยอะนะ  เหมือนเขารู้ว่าผมไม่ได้เป็นคนที่หุ่นดีอะไรมาก  อย่างเล่มนี้เป็นพี่ที่รู้จักกัน  เขาให้เวลาผมนะ ให้เวลาผมถึงเดือนสิงหาคมไปฟิตร่างกาย  เข้าฟิตเนส เข้ายิม 


เรื่องราวในชีวิต
000มีงานเยอะขนาดนี้รู้สึกว่าชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไปเยอะไหม  และรู้สึกท้อรู้สึกเหนื่อยบ้างหรือเปล่า

          เหนื่อยไหมก็เหนื่อยเป็นธรรมดา  แต่ว่าไม่ได้ท้ออะไร  สนุกกับการทำงานมากกว่า  จริงๆ แล้วทำงานมันก็ได้เงิน (หัวเราะ) ได้เงินมาเราก็มีแรงทำงาน  อีกอย่างเราก็สนุกไปกับงาน  คือผมว่าถ้าทำแล้วมันสนุก แล้วได้เงินด้วย (หัวเราะ) ทุกอย่างก็โอเค  มีเหนื่อยกายเป็นธรรมดา แต่ว่าโอเคทำงานตรงนี้ ชีวิตอาจจะต้องมีเปลี่ยนไปบ้าง  เวลาส่วนตัวอาจจะน้อยลงไป  ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องปกติที่คนที่ทำงานตรงนี้ต้องรับมันให้ได้


000อย่างนี้ก็มีแฟนคลับเยอะขึ้น
          มีนะก็ตามไปที่งาน ไปอีเวนท์ หรือเวลาอัดรายการ  กับแฟนคลับผมค่อนข้างที่จะแคร์เขาเหมือนกัน  เพราะเขาเป็นคนที่เวลาจะไปไหนเขาตามมาให้กำลังใจ รวมถึงแฟนคลับ ที่ไม่ได้ตามไปงาน  คือเขาเป็นคนที่คอยให้ความสนับสนุนงานเรา  ถ้าจะพูดว่าเราอยู่ตรงนี้ได้ เป็นเพราะเขาคงไม่ผิด  เพราะฉะนั้นเวลาที่เขาตามมาที่งานหรือมาขอถ่ายรูป ผมเต็มใจทุกครั้ง  ดีใจที่เขาอยากมาถ่ายรูปด้วย  พยายามจะมีเวลาให้พวกเขาให้ได้มากที่สุด  แต่บางทีทุกวันนี้งานอาจจะรัดตัวมากขึ้น แต่ถ้าวันไหนที่ว่าง เสร็จงานแล้วมันไม่ดึกมาก ไม่ได้ไปไหนต่อ  ผมพยายามอยู่กับพวกเขาให้นานที่สุด บางทีอยู่เป็นชั่วโมง


000ในอินสตาแกรมเห็นโพสต์รูปเกรียนๆ เยอะมาก ให้คำจำกัดความของคำว่าเกรียนๆ หน่อย
          สำหรับผมแล้วคือการที่ผมทำท่าบ้าๆ บอๆ เวลาทำท่าอะไรพวกนี้ มันไม่เชิงเป็นคำว่า เกรียน  แต่ว่าเป็นการทำท่าอะไรแบบฮาๆ บ้าๆ บอๆ ซึ่งความจริงเวลากลับไปดูอัลบั้มรูปสมัยเด็กๆ ผมเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เด็ก 


000กับสมญานามว่า บอย ปะเกรียน 
          ทุกคนอาจจะขำตรงที่ว่ามันขัดกับบุคลิกของผมมากว่า  หน้าตาอาจจะดูขรึมๆ ไว้หนวดไว้เครา แต่ผมชอบทำท่าแอ๊บแบ๊ว (แข่งกันเกรียนกับ "หมาก"ปริญ) มันเป็นช่วงหนึ่งที่เล่นๆ กัน ขำๆ กัน ถามว่าตอนนี้จะเลิกเกรียนหรือยัง ก็จะลดๆ ลงบ้าง  ที่พยายามลดก็บางทีกลัวคนจำท่าเราไป  กลัวคนมองว่าเราติ๊งต๊อง  ไม่ถึงกับลดก็แค่เราต้องมีลิมิต  ทำให้ลิมิตที่เหมาะสม  บางทีถ่ายรูปออกมาแต่ว่าไม่ขำก็มีนะ (หัวเราะ)


หัวใจและความรัก
000สถานะหัวใจตอนนี้

          บอกเลยว่าโสดสนิท  โสดจริงๆ เพราะว่าช่วงนี้ทำงานค่อนข้างเยอะ  แต่ถามว่าอยากมีใครที่คุยด้วยไหมก็อยากนะ  คือแบบไม่ใช่ไม่อยาก  แต่ว่าถ้าจะเริ่มคบใครสักคนมันต้องใช้เวลาในการศึกษา  แต่เวลาตรงนั้นยังไม่มี 


000บางคนยุ่งขนาดนี้ แต่สามารถแบ่งเวลาสำหรับเรื่องความรักได้
          ผมว่าถ้าเกิดว่าคบกันในสภาวะที่ผมมีเวลาน้อยแบบนี้ มันไปไม่รอดแน่นอน  แค่จะศึกษาเรายังไม่มีเวลาเลย  (แล้วเมื่อไหร่จะมีเวลาศึกษา) ไม่เป็นไรดีกว่า ยังไม่ค่อยรีบ  แม้ว่าวัยผมจะเป็นวัยที่เริ่มต้องคิดเรื่องพวกนี้แล้ว  แต่ผมยังสนุกกับงาน  จะมีเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ซีเรียส 


000เป็นข่าวกับสาวๆ เยอะ อย่าง "กาละแมร์" พัชรศรี เบญจมาศ
          กับทุกคนที่เป็นข่าวมาไม่มีเรื่องไหนเป็นจริงเลย เกือบทุกคนที่เป็นข่าวด้วยเป็นคนที่สนิทกันหมด  เริ่มตั้งแต่ "มาร์กี้" ราศรี  คิมเบอร์ลี่ "จ๊ะ" จิตตาภา  มาถึงพี่กาละแมร์ พี่ต้นหอม(ศกุนตลา เทียนไพโรจน์) ทุกคนเป็นคนเป็นคนที่ทำงานด้วยกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน  ด้วยคาแรกเตอร์ผมที่ดูเจ้าชู้  เขาก็เลยจะจับคู่


000จริงๆ แล้วเป็นคนเจ้าชู้ไหม
          ถ้าเกิดว่าผมมีแฟนแล้วผมก็มีคนอื่น  แต่ถ้าเกิดไม่มี ผมเห็นผู้หญิงผมก็มอง อาจจะชอบมองมากเป็นพิเศษหน่อย (หัวเราะ) กับพี่ต้นหอมผมก็ไม่ได้ไปไหนด้วยกันบ่อยมากนะ ไปกัน 2-3 ครั้ง ไปดูหนังบ้างกินข้าวบ้าง  ความจริงพี่ต้นหอมเขาอายุเยอะกว่าผม 2-3 ปี  ด้วยความที่เขาเป็นคนคุยสนุก เขาเป็นคนวัยรุ่นคนหนึ่ง ก็คุยเฮฮากัน เหมือนพี่น้องมากกว่า  ด้วยความที่บ้านใกล้กันด้วย 


000แฟนคลับอยากให้เป็นแฟนกับ "มาร์กี้" ราศรี
          คนอินจากในละคร ตั้งแต่ 4 หัวใจแห่งขุน (วายุภัคมนตรา) เขาจนมาถึง "รอยมาร"  ถ้าเป็นในภาษาอินเทอร์เน็ตเขาก็จะเรียกว่าจิ้น อยากให้เป็นแฟนกัน  เราสองคนดีใจที่คนดูอิน  แสดงว่าดูละครแล้วชอบ  เราเป็นคนคล้ายๆ กัน พูดคุยกันถูกคอ เป็นคนประเภทเดียวกัน  ส่วนเรื่องพัฒนาความสัมพันธ์คงยาก  เพราะผมไม่ได้มองเขาในทำนองนั้นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทุกวันนี้ยังสนิทกันเหมือนเดิม แม้ไม่ได้เล่นละครด้วยกัน  ก็มีแฟนๆ เชียร์ให้กลับมาเล่นคู่กันด้วย (ในอนาคตอันใกล้จะได้เห็นมาเล่นคู่กันอีกไหม) คือน่าจะเป็นปีหน้าเลย  จริงๆ ในปีหน้าต้องได้เจอกัน 1-2 เรื่องด้วยซ้ำ แต่ด้วยเรื่องปัญหาของคิวทำให้ยังไม่ได้เจอกัน น่าจะเป็นปีหน้า


000ถ้าจะเริ่มต้นคุยกับใครใหม่ มีสเปกไหม
          ชอบคนที่ลุคดูเรียบร้อยหน่อย แต่ไม่ต้องเรียบร้อยก็ได้  ชอบคนรู้กาลเทศะมากที่สุด  แต่ว่าที่เหลือก็คือจะชอบมากที่สุดถ้าเขาเป็นคนเฮๆ ฮาๆ เหมือนเรา  ติดดินเหมือนเรา


000เคยวาดฝันถึงชีวิตครอบครัวของเราข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไรบ้างไหม
          ไม่นะ  คือในอนาคต ต้องอยากมีครอบครัวอยู่แล้ว แต่ตอนนี้มันยังไม่ใช่  อยากมีลูก แต่เรื่องเมียยังไม่ได้คิดเลย (หัวเราะ)  คือถ้ารู้สึกว่ามีลูกต้องเป็นคนที่รักลูกมากๆ แน่เลย สำหรับผมแล้วคำว่าโซ่ทองคล้องใจมันต้องเป็นคำนั้นจริงๆ ในชีวิตความเป็นพ่อของผม ชอบเด็ก ถ้าเป็นเด็กผู้หญิงก็จะชอบมาก  ถ้าไม่ได้มาทำงานตรงนี้ก็คงแต่งงานมีลูกไปแล้ว  เพราะเป็นคนที่อยากมีลูกมาก (อยากให้ลูกเหมือนเราตรงไหน) นิสัยมากกว่า หน้าตาดีเดี๋ยวจะมีคนมาจีบเยอะ  (หัวเราะ) เพราะผมหวงลูก
 
          เอ้า...สาวๆ สบายใจได้เลยนะจ๊ะ ตอนนี้หนุ่มบอยโสดสนิทจ้า...

 ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์
 ชื่อเล่น บอย
 เกิดวันที่ 20 สิงหาคม 2527
 ปัจจุบันอายุ 28 ปี
 การศึกษา ปริญญาตรี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
 ผลงานในวงการครั้งแรก ภาพยนตร์เรื่อง ฝัน หวาน อาย จูบ
 ผลงานที่สร้างชื่อเสียง 4 หัวใจแห่งขุนเขา (วายุภัคมนตรา)
 ผลงานละครที่ผ่านมา ไฟรักอสูร หัวใจสองภาค สามหัวใจ รอยมาร สามหนุ่มเนื้อทอง แววมยุรา
 ผลงานภาพยนตร์ที่ผ่านมา ปายอินเลิฟ ชิงหมาเถิด หลุด 4 หลุด สะบายดี วันวิวาห์
.............................
(หมายเหตุ พระเอกติดดินมาวินแบบเกรียนๆ ของ'บอย'ปกรณ์ : สกู๊ปบันเทิงวันเสาร์ โดย... ดวงใจ สอาดจิตต์)