บันเทิง

ระวังเด็กติดแพด

ระวังเด็กติดแพด

03 พ.ค. 2555

ระวังเด็กติดแพด : เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว

          ได้ยินเพื่อนๆ ของผู้เขียนหลายคน อวดให้ฟังว่า หลานชายและลูกสาวอายุไม่กี่ปี เล่นอุปกรณ์ที่เรียกว่า แท็บเล็ต ได้อย่างคล่องแคล่ว หลายคนภูมิใจที่ลูกหลานสามารถใช้งานกระดานอิเล็กทรอนิกส์ที่มีออกมาหลายยี่ห้อเหล่านี้อย่างเก่งกาจ รู้ปุ่มเกือบทุกอย่าง ผิดกับยุคของเขา แค่กดปุ่มหม้อหุงข้าวยังว่ายาก
 
          ส่วนตัวของผม ได้ยินแล้ว รู้สึกเฉยๆ กับเด็กที่ติดกระดานแพดเหล่านี้ แต่ออกอาการน่าเป็นห่วงมากกว่า ว่าเด็กเหล่านี้ เมื่อโตขึ้นมาจะเป็นอย่างไรในโลกแห่งความเป็นจริง
 
          อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ ในปัจจุบันถูกออกแบบให้ใช้ได้ง่ายด้วยโปรแกรมปฏิบัติการ เพียงแค่กดสัมผัสหน้าจอก็สามารถเล่นเกมหรือทำงานในอุปกรณ์ได้เลย มันสะดวกและง่ายมาก เพื่อนผมคนไทยที่อยู่อเมริกา เวลาแม่เขาซึ่งเป็นชาวบ้านจากลำปางไปเยี่ยมก็ยังสอนให้กดไอแพดใช้ได้เลย
 
          ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ยิ่งรุ่นดีๆ จะทำให้การประมวลผลรวดเร็วอยากได้รูปภาพ วิดีโออะไร บวกกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ทำให้โลกของการท่องอินเทอร์เน็ตเป็นไปได้แค่นิ้วจิ้ม แต่ในโลกของความเป็นจริง เราไม่สามารถทำอะไรได้รวดเร็วเช่นนั้นได้ทั้งหมด
 
          ผมเห็นเด็กตัวเล็กๆ เปิดเครื่องแพดเพื่อเล่นเกม แล้วเครื่องกำลังโหลด เขาจะแสดงอาการหงุดหงิด ไม่ได้ดั่งใจ บางทีก็ทุบลงหน้าจอ ผมคิดว่า มันน่าจะมีผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์ของเขาต่อไปแน่ๆ และเด็กบางคนที่ชอบง่วนอยู่กับหน้าจอเล่นเกมหรือการคุยแชท โดยไม่สนใจคนรอบข้าง ผลเสียก็คือ กลายเป็นคนเข้ากับคนยากและมีโลกส่วนตัวสูง ไม่รู้ว่า โลกรอบข้างเป็นอย่างไรกันแล้ว
 
          แต่ข้อดีของการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ก็มีมาก ทั้งประหยัดเวลา ประหยัดค่าโทรศัพท์ในการสื่อสาร หลายครอบครัวที่มีญาติอยู่ต่างประเทศ เขาไม่ต้องเสียค่าโทรทางไกลกันแล้ว คุยกันแบบเห็นหน้าได้ฟรีบ่อยเท่าที่ต้องการด้วย
 
          หลานของผู้เขียนเองก็เคยเป็นเด็กติดเกม เล่นครั้งหนึ่งต่อเนื่องนับ 10 ชั่วโมง ส่งไปเรียนกีตาร์ที่โรงเรียนดนตรี ก็ตื่นไม่ทันไปเรียน แต่วันนี้ เขาสามารถใช้คอมพิวเตอร์ หาโน้ตและวิธีการสอนเล่นกีตาร์ เล่นเองเรียนเองอยู่หน้าจอ จนวันนี้เขากลายไปเป็นนักดนตรีอาชีพเล่นตามผับเล็กๆ ได้แล้ว
 
          หรือคุณป้า ที่รู้จักชอบทำงานฝีมือ ทำกระเป๋าแกะกระจก เย็บปักถักร้อย เธอก็เปิดอินเทอร์เน็ตดูเขาสอนหรือหาข่าวการอบรมงานฝีมือ หาลวดลายมาทำในงานปักเย็บ ฯลฯ โดยไม่ต้องออกไปหาไกลๆ หรือเข้าร้านหนังสือห้องสมุด
 
          นี่คือการใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตและคอมพิวเตอร์ ใครที่ลูกหลานติดเกม ก็อย่าเพิ่งอิดหนาระอาใจ ถ้าสอนให้ถูกทาง เขาอาจจะเป็นอัจฉริยะทางด้านใดด้านหนึ่งก็ได้
 
          อีกประโยชน์หนึ่งจากการใช้อินเทอร์เน็ตคือ ล่าสุดผู้เขียนได้ไปงานรดน้ำดำหัวครูบาอาจารย์จากคณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่กรุงเทพฯ งานนี้นัดหมายกันทางเฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีศิษย์เก่าศิษย์ใหม่มาร่วมงานกันมากมาย บรรยากาศของงานถ่ายภาพปุ๊บ อัพโหลดขึ้นบนเครือข่ายสังคมได้ปั๊บเลย คนที่ไม่ได้มางานก็เห็นกันสดๆ
 
          แต่ไม่มีสิ่งใดที่จะได้โดยไม่เสียเลย เพราะหลายคนที่ไปงาน บางคนเคยคุยกันทางเครือข่ายสังคม แต่เจอกันจริงกลับไม่รู้จักหรือไม่ทักกัน ด้วยเป็นเพราะภาพถ่ายต่างๆ ที่อยู่ในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้น มันคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เช่น รูปในเฟซบุ๊กดูเด็ก แต่ตัวจริงแก่ทำให้จำกันไม่ได้หรือผิดจากที่คาดหวัง เป็นต้น
 
          ดังนั้นการใช้อุปรณ์คอมพิวเตอร์ต่างๆ มันจึงเป็นเหมือน “ดาบสองคม” เป็นเช่นนี้นั่นแล
.............................
(หมายเหตุ ระวังเด็กติดแพด : เป็นคุ้งเป็นแคว โดย... เคน สองแคว)