บันเทิง

เวลาของ Ten To Twelve

เวลาของ Ten To Twelve

03 พ.ค. 2555

เวลาของ Ten To Twelve : มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชนะ

          วันนี้เรามาถึงยุคที่การแจ้งเกิดผ่านสื่อออนไลน์ทำได้ไม่ยากเย็น เล่นดนตรีไม่ต้องเก่งกาจแต่มีอะไรสักอย่างโดนใจวัยรุ่นก็กลายเป็นศิลปินได้ ทำเพลงแค่เพลงเดียวออกมาก็เรียกว่าเป็นศิลปินแล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เรามีวงดนตรีมากขึ้นในปริมาณมหาศาล พูดได้ไม่ผิดว่าวันนี้ใครๆ ก็ตั้งวงดนตรีของตัวเองได้ แค่ทำเพจเฟซบุ๊กของวงตัวเองได้ก็เหมือนกับเป็นเครื่องยืนยันว่าฉันมีวงดนตรีแล้วนะ

          แต่สำหรับวงหน้าใหม่ที่ชื่อ Ten To Twelve พวกเขาทำเพลงมาแล้วหลายปี มีสังกัดเป็นค่ายบีลีฟเรคอร์ดมาแล้วหลายปี และมีเพลงที่ดังในระดับหนึ่งมาแล้วหลายปีด้วย พวกเขาเพิ่งจะยืนยันความเป็นวงดนตรีจริงจังของตัวเองด้วยการออกอัลบั้มชื่อ 10to12 มาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์นี่ โดยวันที่ออกวางแผงเป็นวันแรกคือวันที่ 10 เดือนที่ 2 ปี 12 ตามชื่อวง

          จะบอกว่าพวกเขารอวันให้เหมาะสมและดูเท่ก็ว่าได้ แต่เพราะเราได้ยินซิงเกิ้ลของพวกเขาที่ค่อยๆ ถูกปล่อยมาแล้วหลายเพลงก่อนหน้านี้ และได้ข่าวของพวกเขามาแล้วเนิ่นนาน จึงทำให้รู้ว่าเวลาที่เหมาะสมของเท็น ทู ทเวลฟ์น่าจะหมายถึงเวลาแห่งการเก็บประสบการณ์ให้เพียงพอด้วย

          สมาชิกของ เท็น ทู ทเวลฟ์ คือ มอร์-วสุพล เกรียงประภากิจ (ร้องนำ), อู๋-ชาญชัย จิตพัฒนไพบูรณ์ (เบส), ม่อน-ปองพล จงวัตรผล (กลอง), ต่อศักดิ์ ปัญจศุภรักษ์ (กีตาร์) และในปกอัลบั้มยังปรากฏชื่อของ คิ้ว-ณัชพงศ์ เสกสุวรรณ มือกีตาร์ผู้ล่วงลับก่อนวัยอันควรว่ายังเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งด้วย วงดนตรีวงนี้เริ่มจากการเป็นเพื่อนฝูงที่เล่นดนตรีด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยม เล่นด้วยกันมาเรื่อยๆ และค่อยๆ ทำเพลงของตัวเองมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันทุกคนร่ำเรียนจบและมีงานมีการทำเรียบร้อยแล้ว จึงได้มาออกอัลบั้มชุดแรกกัน

          การเล่นดนตรีด้วยกันมาเนิ่นนานสะท้อนอยู่ในบทเพลงของพวกเขาอยู่ไม่น้อย เริ่มจากการมีแนวเพลงที่ชัดเจนตั้งแต่อัลบั้มแรก คือเป็นแนวร็อกสมัยใหม่ มีความเป็นป๊อปแทรกบ้าง ดนตรีมีลูกเล่นสนุกๆ และซาวนด์แปลกๆ สอดแทรกแบบที่ทำให้เรานึกถึงวงอย่าง Scrubb บ้าง แต่ว่าน้ำเสียงและวิธีการร้องของมอร์นั้นค่อนข้างมีเอกลักษณ์และจริตในแบบเฉพาะตัวทีเดียว แถมบุคลิกของเขายังดูดีเข้ากับดนตรีมากๆ ด้วย สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องผ่านวันเวลาค้นหาแนวทางมาสักระยะแล้ว เอกลักษณ์ของพวกเขายังอยู่ที่การแต่งเพลงที่แม้จะเป็นเพลงรัก แต่ก็มีวิธีการเล่าเรื่องที่ไม่ซ้ำซาก มีการเลือกคำมาเป็นท่อนฮุกและชื่อเพลงแบบง่ายๆ แต่โดนใจ หลายเพลงมีชื่อเป็นคำพยางค์เดียวอย่าง ชิด, เคียง, เบลอ และ หา

          เพลงทั้ง 10 ในอัลบั้มแรกของ เท็น ทู ทเวลฟ์ ยังถูกจัดวางองค์ประกอบอย่างครบครันในทุกๆ อารมณ์ พวกเขามีทั้งเพลงอกหักเพราะๆ อย่าง ฟูมฟาย และ ภาวนา, มีเพลงแอบรักน่ารักๆ คึกคักชวนโดดอย่าง ชิด ที่ท่อนฮุกร้องตามได้ง่ายมาก, มีเพลงสนุกๆ ที่โชว์สีสันและฝีมือดนตรีเต็มที่อย่าง หา และ เบลอ, มีเพลงบริตร็อกเท่ๆ อย่าง โคจร และเพลงมีกระทั่งเพลงที่พูดถึงความสัมพันธ์ของคู่รัก (ซึ่งไม่น่าจะเป็นวัยรุ่น) ที่เริ่มจะจืดจางอย่าง ห่างช้าๆ และยังทิ้งท้ายอัลบั้มอย่างเปี่ยมพลังด้วยเพลงที่ดูจะร็อกที่สุดอย่าง ด้วยกันกับฉัน ทั้งหมดถูกจัดวางอย่างลื่นไหล ทุกเพลงช่วยกันส่งเสริมองค์ประกอบของอัลบั้มให้เป็นงานที่สมบูรณ์ชุดหนึ่ง

          เพลงหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวมากๆ ของพวกเขาคือแทร็กอะคูสติกที่ชื่อว่า หลับ เพลงนี้พูดถึงเพื่อนผู้ล่วงลับที่เคยร่วมฝันกันมาตั้งแต่เยาว์วัย แน่นอนว่าฟังเผินๆ ก็รู้สึกว่าเศร้า แต่หากเป็นคนที่รู้เรื่องเศร้าของวงดนตรีวงนี้มาก่อนนอกจากจะเศร้าๆ และอบอุ่นไปกับเพลงนี้แล้ว ยังรู้สึกได้ถึงความผูกพันลึกซึ้งของสมาชิกในวงในระดับเบื้องลึกอีกด้วย ยิ่งได้อ่านคำขอบคุณยาวเหยียดต่อบุคคลต่างๆ จากใจของพวกเขาบนปกอัลบั้มแล้วก็ยิ่งเห็นภาพว่าวงดนตรีวงนี้เดินทางผ่านเวลา ได้พบมิตรภาพและประสบการณ์ดีๆ ที่กาลเวลามอบให้มากมายจริงๆ

          ผลงานเพลงชุดแรกของเท็น ทู ทเวลฟ์อยู่ในขั้นน่าชื่นชม เป็นเพลงป๊อปร็อกร่วมสมัยที่ฟังได้เพลิดเพลินและไม่ซ้ำซาก แต่แน่นอนว่าวงดนตรีหน้าใหม่ที่ทำเพลงได้น่าสนใจในระดับนี้ก็ยังมีอีกหลายวง หากแต่สิ่งที่จะทำให้เราหลงรักและรู้สึกสนิทสนมกับ เท็น ทู ทเวลฟ์ เป็นพิเศษก็คือความรู้สึกที่สัมผัสได้ว่าพวกเขากอดคอร่วมฝันกันมานาน จนทำให้ความผูกพันในกันและกันมันแทรกซึมอยู่ในเนื้ออณูของบทเพลงต่างหาก

          นี่เป็นคุณสมบัติที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในวงดนตรีทั่วไปเลยล่ะ
.............................
(หมายเหตุ เวลาของ Ten To Twelve : มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชนะ)