บันเทิง

ถ้าโสเภณีมี App?

ถ้าโสเภณีมี App?

01 พ.ค. 2555

ถ้าโสเภณีมี App? : Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร twitter@nantakwang

          นอกจากเหตุการณ์วางระเบิด 4 จุดในยูเครน จะทำให้ฟุตบอลยูโร 2012 กลางปีนี้ อยู่ในเครื่องหมายกังวลแล้ว ข่าวอีกเรื่องที่อ่านกันฮาๆ ขำๆ ก็คือ บรรดาคุณโสเภณีทั้งหลายเตรียมใช้เทคโลโลยี “ขายเสียว” ทั้งแบบ direct และติดต่อผ่าน social media
 
          เห็นมั้ยครับ ไม่ใช่เราจะปรับตัว ชนชั้นกลางจะปรับตัว ชนชั้นล่าง หรือแม่ค้าจะปรับตัว “กระหรี่” ที่ใครบางคนเรียกกันแรงๆ ในเชิงเหยียดๆ ก็ยังปรับตัว ในธุรกิจค้าสวาท ขายความเสียวทางออนไลน์ (แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การเลือก big event อย่างบอลยูโร ที่ยูเครน-โปแลนด์ มาเป็นฉากหลัง ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ แถมบอกราคาเสร็จสรรพ ตกเป็นเงินไทย 3,9000 บาท)
 
          แต่เรื่องที่จะเขียนวันนี้ ไม่ใช่เรื่องเสียวไม่เสียว หรือเสียวมากเสียวน้อย ประเด็นที่ต้องการจะชวนมองก็คือ ท่ามกลางเทรนด์รุนแรงของ app personal ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น หรือเทคออฟ ตอนนี้ มันไม่ใช่หมายความว่า โปรแกรมบริการของคนดัง ของส่วนบุคคล หรือของเซเลบ ของ somebody จะมีได้เพียงบรรดาคนป๊อปๆ เท่านั้น แต่ชนชั้นล่างอย่างพี่โส ก็มีสิทธิ์จะมี app personal กับเขาเหมือนผู้นำประเทศ เหมือนนักฟุตบอล เหมือนดารานักแสดง หรือคนดังทั่วไป
  
          App personal อธิบายได้ย่อๆ ว่ามันคือโปรแกรม หรือแอพพลิเคชั่นของใครสักคน ที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปติดตามข่าวสารข้อมูล ยกตัวอย่างเช่นแอพ ของคุณสุทธิชัย หยุ่น แอพของ แอสตัน คุทเชอร์ แอพของเลดี้ กาก้า หรือจะว่าไป ในความรู้สึกของผม ไม่ต่างอะไรจาก blog เมื่อปี 2007 ที่ว่ากันด้วยเรื่องเนื้อหา และความทันสมัย ที่มาจากคนนั้นๆ
 
          สมมุติคุณผู้อ่านชอบผม และผมสร้างแอพชื่อผมขึ้นมา เมื่อคลิกเข้ามาในแอพชื่อผม ก็จะเห็นผมไปทำอะไรในชีวิตทุกวันได้หมด ถ้าผมสนใจเรื่องเทรนด์ไลฟ์สไตล์ ผมสนใจเรื่องฟุตบอล หมกมุ่นเรื่องดูหนังแบบประกบติด จะไปซื้อรองเท้า เสื้อผ้า สิ่งต่างๆ เกี่ยวกับฟุตบอล หรือจะเดินทางไปดูอะไรที่ต่างแดน คนที่เข้าแอพผมก็จะเห็นความเป็นไปทั้งหมด ซึ่งเราเรียกกันอย่างเข้าใจในทั่วไปว่า นี่คือ app personal ซึ่งคนที่มีสถานที่คนรู้จัก จะได้เปรียบก่อน เพราะมีคนรู้จัก ก็ไม่ต้องไปเสียเวลาสร้างสถานะให้สังคมมองเห็น
 
          แต่จากหนังอินดี้หน่อยๆ อย่าง “360” ที่ยังอยู่ในโรงฉายนั้น ทำให้เราเห็นว่า personal app ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า คนที่ให้บริการจะต้องคนดังในด้านดี เพราะมันสามารถถูกทำแบบ 360 ได้คือ เอามาทำเป็นโปรแกรมให้บริการทางเพศแบบ “ข้ามชาติ” และเปิดตัวในงานดังๆ ที่อาจจะเป็นเฟสติวัล หรือคาร์นิวัล ตามที่พี่โสบอกว่า จะบุกถึงห้องนอน และติดต่อผ่าน social media ในมหกรรมลูกหนัง 2012 (ซึ่งถ้าจะว่าไป การขายตัวผ่านแอพ ด้วยกลวิธีบางอย่างนั้น มันก็คือ การปรับตัวของพี่โส จากการขายตัวตามสวนลุม ที่ไปนั่งในรถ และให้ลูกค้าเดินมาติดต่อราคากันข้างรถ นั่นเอง)
  
          ถามว่า แล้วการมาถึง หรือความนิยมของ app personal บอกอะไร มันเป็นการตอกย้ำ เน้นย้ำว่า นี่คือยุคสมัยของการให้ความสำคัญกับการเป็นส่วนบุคคล ส่วนตัว หรือปัจเจกบุคคล มากกว่าเรื่องของภาพรวม ขององค์กร ของทีมเวิร์ค เนื่องเพราะสิ่งที่ถูกนำมาขายตอนนี้ คืออะไรก็ตามที่เป็น “ตัวตน” เป็นเอกภาพ
 
          และถ้าจะให้ดีก็ต้องมีลักษณะเป็น “ยูนิค”(Unique) เพราะมีหลักฐานมากมายที่ปรากฏออกมา ทั้งน้าเนค มาดามมด และดีเจเชาเชา ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกัน ด้วยการมีภาพลักษณ์ของยูนิค เมื่อมองเข้าไป เพราะตอนนี้การตลาดเขาขายอะไรที่เป็นเดี่ยวๆ เป็นตัวตนคนนั้นๆ ยิ่งถ้าแตกต่าง หรือพยายามจะแตกต่าง (ทั้งๆ ที่เนื้อในอาจไม่แตกต่าง) แต่ถ้าสังคมรู้สึกว่า โห อันนั้น คืออะไรที่มีลักษณะเฉพาะ หรือมีน้อยนิดก็จะกลายเป็นสินค้าขายดี
  
          ทีนี้ลองมาดูสิว่า อีกไม่นานที่จะมีบอลยูโร 2012 ตั้งสามสัปดาห์นั้น จะมีแอพของพี่โส หรือพี่โสคนนั้น จะมีความแตกต่าง หรือเสนอขายความเป็นยูนิค อย่างไร
.............................
(หมายเหตุ ถ้าโสเภณีมี App? : Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร twitter@nantakwang)