
'ไมค์'ย้อนอาชีพใช้แรงงาน
ไมค์ ย้อนอาชีพใช้แรงงานรับผิดชอบหน้าที่ทำชีวิตเจริญ
วันที่ 1 พฤษภาคม เป็นวันแรงงานแห่งชาติ เมื่อนึกถึงนักร้องที่มีเพลงเกี่ยวกับแรงงาน หลายคนจะนึกถึง ไมค์ ภิรมย์พร ซึ่งในชีวิตจริงเคยเป็นผู้ใช้แรงงานมาก่อนทั้งเป็นพ่อค้าส้มตำ, รปภ., พนักงานห้องน้ำซึ่งเจ้าตัวเปิดใจให้สัมภาษณ์เตือนใจแฟนเพลงยุคค่าแรง 300 ต้องประหยัดชีวิตจะรํ่ารวย
ขวัญใจผู้ใช้แรงงาน ไมค์ ภิรมย์พร ให้ทีมข่าว ”คม ชัด ลึก” นั่งพูดคุย ถึงการย้อนอาชีพแรงงาน 3 อาชีพ ที่เจ้าตัวบอกว่าเหนื่อยสุดๆ ก่อนจะมาเป็นนักร้องโด่งดังว่า
“เมื่อก่อนเคยเปิดร้านขายส้มตำแถวโชคชัย 4 จ่ายตลาดเอง ทำเองทุกอย่าง ยืนตำตั้งแต่เช้ายันดึก บางวันก็ได้กำไร บางวันก็ขาดทุน โดยก่อนหน้าที่ผมจะได้มาเปิดร้านส้มตำ ผมก็ทำมาหลายอาชีพ ทั้ง พนักงานห้องน้ำ, บาร์เทนเดอร์, เด็กเสิร์ฟ, เด็กรับรถ ฯลฯ และเก็บเงินมาเรื่อยๆ เพื่อที่จะได้ซื้อรถเข็น โต๊ะ เก้าอี้ แล้วก็มาเปิดร้านขายส้มตำเป็นของตัวเอง“
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าอาชีพที่คิดว่าต้องทุ่มเทมากรองลงมาคืออาชีพอะไร ไมค์บอกว่า
“จริงๆ ผมเคยทำมากกว่านี้ ทั้งกรรมกรแบกหาม ขายลูกชิ้นปิ้ง เด็กรับรถ ทำมาหมดแล้ว ทุกอาชีพเวลาทำต้องทุ่มเท ผมเองผ่านชีวิตของผู้ใช้แรงงานมาแล้วผมก็ไม่เคยเหน็ดเหนื่อยและย่อท้อ ฝ่าฟันทุกอย่าง เอาอุปสรรคมาเสริม มาเติมกำลังใจให้ตัวเราเอง เพื่อก้าวข้ามผ่านสิ่งกีดขวาง อย่างอาชีพ รปภ. เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ผมเคยทำมา ผมเคยทั้งตรวจบัตรพนักงาน จัดระเบียบรถที่วิ่งเข้า/ออก อาคาร โดยอาชีพ รปภ. ผมทำเป็นปี มีทั้งกะกลางวันและกลางคืน บางทีก็ทำแทนเพื่อน เพราะเราอยากได้รายได้เพิ่ม เพื่อนคนไหนจะลาก็จะจ้างเราให้ทำงานแทน เป็นการควงกะ เคยควงกะนานสุด คือ 48 ชั่วโมง ไม่ได้นอน เพราะอยากเก็บตังค์ให้ได้มากๆ อาชีพนี้รับผิดชอบสูงยิ่งสมัยนี้ที่มีขโมยเยอะ”
เมื่อย้อนถามว่าอาชีพอะไรที่ทำให้เก็บเงินเปิดร้านส้มตำได้ขวัญใจผู้ใช้แรงงานนิ่งคิดก่อนจะเล่าอย่างภูมิใจว่า
“พนักงานนวดในห้องน้ำ อาชีพนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งในหลายอาชีพที่รายได้ค่อนข้างดีทีเดียวครับ เพราะบางครั้งถ้าเรานวดดี แล้วเจอแขกใจดี เขาก็จะทิปให้เราเยอะเลย แล้วก็เพราะอาชีพนี้เป็นสำคัญที่ทำให้ผมสามารถเก็บเงินเปิดร้านส้มตำได้แต่ละอาชีพเป็นบทเรียน เป็นครู ที่สอนให้เรามีประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต มีความอดทน ความขยัน ผมก็อยากให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานทุกท่านปลูกจิตสำนึกให้ตัวเองเดินไปข้างหน้า ผ่านอุปสรรคไปให้ได้ ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศที่มีชีวิตที่คล้ายกับผม ทำงานผ่านอาชีพคล้ายๆ กันมา อย่าเพิ่งท้อ สู้ต่อไป และที่สำคัญที่สุดสร้างและปลูกจิตสำนึกตัวเรา ให้มีความหมั่นเพียร ประหยัด พร้อมที่จะเป็นผู้นำในอนาคต เป็นคนที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่เราทำ ผมขอส่งกำลังแรงใจให้ทุกท่านสู้ต่อไป อย่าท้อครับ”



