บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - ลูกทุ่งภาคกลาง?  ลูกทุ่งภาคอีสาน?

คมเคียวคมปากกา - ลูกทุ่งภาคกลาง? ลูกทุ่งภาคอีสาน?

15 พ.ค. 2552

เขียนต้นฉบับวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 แรม 3 ค่ำ เดือน 6 ตรงกับวันพืชมงคล

 หลังวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา แดดร้อน ลมแรง ฝนตก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ทั้งแสง สี เสียง ปรากฏการณ์ธรรมชาติ น่ากลัวก็น่ากลัว น่าอัศจรรย์ก็น่าอัศจรรย์ สิ่งเหล่านี้ปรากฏให้เห็นครั้งแล้วครั้งเล่า ถ้าอยู่ในห้องหับมิดชิดเหมือนสมัยอาศัยคอนโดมิเนียมกลางกรุง ไม่รู้สึกอะไรนัก แต่ตอนอยู่กลางทุ่งกลางทางกลางป่านี่สิ ใหญ่แค่ไหนก็ตัวลีบ ต้องภาวนาขอพรฟ้าดินตลอดเวลา

 ครับ มาที่เรื่องลูกทุ่ง ที่ไม่อยากยุ่งๆ ไม่อยากถกเถียงหน้าดำคร่ำเครียด อยากทำใจสบายๆ เฝ้าดู ลูกทุ่งจะอยู่ จะตาย จะตีบ จะตัน จะแตก จะโต...ก็แล้วแต่...ก็แล้วแต้...ก็แล้วแต๊...(555)

 มีเรื่องให้ต่อเนื่องสักเล็กน้อยจากกรณี “ลูกทุ่งภาคกลางตายแล้ว?” (รายงานโดย กฤษฎา ศุภวรรธนะกุล ส่วนปริทรรศน์  ASTV ผู้จัดการ พฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2552) บังเอิญมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องในการแสดงความคิดเห็นด้วย จึงขอวิสาสะคอลูกทุ่งเล่าเรื่องเพิ่มเติมดังนี้

 เรื่องของเรื่อง เริ่มจากน้องนักข่าวโทรศัพท์ไปขอความเห็น เรื่องลูกทุ่งอะไรนี่แหละ ปกติจะหลีกเลี่ยงให้สัมภาษณ์ แต่พอเป็นเรื่องลูกทุ่ง เกิดใจอ่อน บังเอิญตอนรับโทรศัพท์ไม่สะดวกพูด ใจหนึ่งไม่อยากให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์เท่าใดนัก จึงบอกน้องนักข่าวให้ส่งคำถามสั้นๆ ทางอีเมล ว่างแล้วจะรีบเขียนตอบให้ น้องนักข่าวตกลงฝากคำถามไว้ ประมาณว่าเห็นด้วยไหมกับคำว่าลูกทุ่งภาคกลาง? ลูกทุ่งภาคกลางตายแล้วจริงหรือ? เหตุใดลุกทุ่งอีสานจึงครองตลาด? 

 ผมก็ตอบให้น้องนักข่าวไปตามความรู้สึกจากพื้นฐานความรู้เท่ามีอยู่ กระทั่งปรากฏออกมาเป็นรายงาน “ลูกทุ่งภาคกลางตายแล้ว?” นั่นแหละ จึงเพิ่งรู้ว่ามีความคิดเห็นของพี่ๆ เพื่อนๆ ร่วมวงการด้วย อย่าง แคน สาริกา (ไม่ใช่ แคน สาลิกา) แวง พลังวรรณ  (ไม่ใช่ แวว พลังวรรณ)  รวมทั้งบุคคลระดับ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ

 บอกตามตรง ผมชอบลูกทุ่งไวพจน์ที่ว่า “อย่าไปซีเรียสเลย เพลงลูกทุ่งไม่มีวันตาย”
 ขอเรียนแบบเกรงใจน้องนักข่าวและท่านผู้อ่านด้วย ในรายงานดังกล่าวมีบางคำเชื่อมต่อเรื่องที่ผมไม่ค่อยสบายใจ (ซีเรียสนิดหน่อย 555) คือ “ถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียด” และ “วิวาทะ” ผู้อ่านอาจสงสัย คนอย่างผมไปวิวาทะอะไรกับคนระดับเซียนลูกทุ่งทั้งหลายเหล่านั้น?

 เปล่าเลยครับ ขณะแสดงความคิดเห็น ผมก็แค่ตอบไปตามประมวลคำถามของน้องนักข่าว ไม่มีชื่อบุคคลอื่นอยู่ในหัว ไม่มีคู่ความคิดเห็นแย้งใดๆ อยู่ในสมอง ไม่มีโจทย์ของใครมาวางตรงหน้าให้ถามหรือเถียง คือไม่ได้ไปนั่งสัมมนาถกเถียงวิวาทะอะไรกับใครที่ไหนเลย นั่งสบายๆ อยู่ที่บ้าน เดียวดายต่อหน้าโน้ตบุ๊ก  ถึงจะหน้าดำ (ตัวดำ)  แต่ไม่คร่ำเครียด (555)

 ช่างบังเอิญเหลือเกิน ความคิดเห็นเดียวดายต่อหน้าโน้ตบุ๊กนั้น บางส่วนสอดคล้องกับคนอื่น บางส่วนเหลื่อมซ้อนหรืออาจไม่ตรงคนอื่น แต่ไม่มีส่วนไหนที่ออกไปทางถกเถียงวิวาทะ 

 หากใครได้อ่าน จะพบว่าแม้แต่น้องนักข่าวเองยังระบุ “ไพวรินทร์มีมุมมองในแง่ดี” 
 ทราบแล้วเปลี่ยน...คือพยายามมองแง่ดีจริงๆ มิได้ “ซีเรียส” เรื่องลูกทุ่งภาคกลางตายแล้ว? ลูกทุ่งภาคอีสานครองตลาด? อะไรครอบงำอะไร? เพียงนึกภาพตามข้อเท็จจริงเท่าที่รับรู้ และตอบเชิงตั้งคำถามเล็กน้อยสำหรับคำว่า “ลูกทุ่งภาคกลาง” และ “ลูกทุ่งภาคอีสาน” ซึ่งรู้สึกว่าไม่น่าจะใช้พูดได้อย่างคล่องปากนัก ตรงนี้ต่างหากที่อาจต้องมีวิวาทะในวาระต่อไป (555)

 ครับ ขออนุญาตน้องนักข่าวและท่านผู้อ่านว่าต่อศุกร์หน้า และที่น่าจะเป็นโจทย์ทิ้งท้าย ก็คือ เพลง “ทุ่งรัก” ที่น้องนักข่าวใช้เกริ่นเรื่องด้วยภาษาสวยงามแบบภาคกลาง “แดดบ่ายปลายคุ้ง ท้องทุ่งรวงทอง” โดยระบุว่าประพันธ์โดย ไพบูลย์ บุตรขัน ครูเพลงอมตะแห่งภาคกลาง 

 นั่นนะสิ เรื่องลูกทุ่งมันมีเสน่ห์ไม่รู้จบ เท่าที่ผมรับรู้ เพลงนี้แต่งโดย พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา ครูเพลงอมตะแห่งภาคอีสาน ตรงนี้เข้าทางความคิดเห็นที่ผมว่าไว้เลย “นักแต่งเพลงที่แต่งเพลงภาษากลาง อาจเป็นทั้งคนเหนือ คนอีสาน คนใต้ หรือคนภาคกลาง”

 ...อีสานบ่ร้าง กลางบ่โรย เหนือบ่ไห้ ใต้บ่โหย...

"ไพวรินทร์  ขาวงาม"