
เพิ่งเข้าใจว่าทำไม ใครๆ ถึงชอบเรียลิตี้
เพิ่งเข้าใจว่าทำไม ใครๆ ถึงชอบเรียลิตี้ : ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์
คิดมาสองสามวันแล้วค่ะว่าจะเขียนอะไรดีเพราะดูทีวีช่วงนี้แล้วมึนเบลอ ละครที่น่าจะสนุกกลับไม่สนุก บางเรื่องอาจจะน่าสนใจหน่อย ก็ต้องขอติดตามอีกนิดแล้วค่อยว่ากัน
แล้วก็เหมือนโชคช่วยที่รุ่นน้องโทรมาบอกให้ดูเรียลิตี้น้องเณร ทั้งที่ปกติแล้วอ้อมไม่ใช่แฟนพันธุ์แท้เรียลิตี้ จะดูได้บ้าง ถ้าเปิดเจอช่วงที่สอนอะไรที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นสิ่งที่เราลืมหรือเพิ่มสิ่งที่เราขาด ซึ่งนับเป็นอาหารสมองที่ดี จะดูแค่นั้นแล้วพอ เพราะไม่ค่อยนิยมดูชีวิตของใคร
แต่สำหรับเรียลิตี้น้องเณร เป็นครั้งแรกค่ะที่ดูได้นาน ถึงขั้นยอมไม่ดูหน้าน้องแมท ภีรนีย์ คุณเคลลี่ หรืออาไท เพราะการที่ได้นั่งดูเด็กผู้ชายอายุสัก 8-12 ขวบจำนวน 9 คน ที่ต่างคนต่างมา แต่ต้องมาอยู่รวมกัน เพราะมีจุดมุ่งหมายเดียวกันคือ บวชเรียนสามเณรฤดูร้อน มันให้ความรู้สึกที่ต่างไป
นั่งดูไปเราจะได้เห็นพฤติกรรมหลายๆ อย่าง ทั้งน่าเอ็นดูมาก และน่าเอ็นดูน้อยหน่อย ปะปนกันไป เช่น เด็กบางคนที่เอาแต่คุยๆๆ แล้วก็คุย ในขณะที่ผู้ใหญ่พูดอยู่ หรือบางคนก็ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่กว่าจะนั่งได้ก็ถูกเตือนไปหลายหน เวลาเห็นเหตุการณ์แบบนี้ในหัวอ้อมจะตัดภาพไปคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ของหนูน้อยคนนั้นๆ ว่า คงกำลังนั่งไหว้ปลกๆ อยู่หน้าทีวี พลางพร่ำพูดว่า “ท่านเจ้าขา ขอโทษแทนลูกชายด้วยนะเจ้าคะ เคยสอนเขาไปแล้วค่ะ แต่เขายังเด็กคงจะลืม” เพราะผู้ใหญ่ที่ว่าน่ะ "พระ" จ้ะ แล้วก็คิดถึงตัวเองตอนเด็กว่า ทำให้แม่ต้องอายบ่อยไหมเนี่ย เพราะแม่มักจะสอนว่าอย่ายืนค้ำหัวผู้ใหญ่ ถ้าจำเป็นต้องเดินผ่านใครให้ขอโทษแล้วค้อมหลังลง หรืออย่าพูดแทรกเวลาใครพูดอยู่ อย่าทำให้ใครเขาว่าว่าแม่ไม่สอนนะ
ก็แหม! เด็กน่ะ พลาดบ้างอะไรบ้างเป็นเรื่องปกติ แต่ที่สำคัญมันอยู่ที่ผู้ใหญ่นี่สิคะ ว่าได้กวดขันเขาดีแค่ไหน การไม่เคยขัดใจ มีคนคอยทำให้ทุกอย่าง ไม่ฝึกให้เขาอดทนพึ่งตนเอง พอไม่ได้ดั่งใจก็ร้องไห้จนสุดท้ายพ่อแม่ต้องยอม ก็ไม่รู้ว่าเพราะรักลูกหรือตัดปัญหาจะได้หยุดร้องเสียที
ส่วนตัวอ้อมคิดว่า เรียลิตี้สามเณรน่าดู เพราะผู้ใหญ่อย่างเราจะได้เห็นและพัฒนาตัวเองผ่านพฤติกรรมของน้องเณร เด็กๆ ก็น่าจะดูว่าคนวัยเดียวกับเขาที่ต้องไปอยู่ด้วยกัน ต้องตื่นตีสี่บิณฑบาต ทำวัตร ฉันสองมื้อ ซักผ้า นอนไม่มีแอร์ ตัดสิ่งไม่จำเป็นในชีวิตออก อยู่ภายใต้กฎของสังฆะ ในวินัยของนักบวช ว่าเขาก็ทำได้ ซึ่งก่อนเป็นเณรอาจมีบ่น อยากกลับบ้าน แต่พอเป็นเณรแล้ว บางท่านโยมพ่อบอกไม่ไหวก็กลับนะเณร แต่เณรรูปหนึ่งตอบว่า “ไม่ เณรจะอยู่ให้ครบ 31 วัน” จากที่เดินจงกรมไม่เป็นระเบียบก็ดูจะตั้งใจขึ้น
ถ้าเด็กบ้านเราได้โตกับเรียลิตี้แบบนี้บ้าง แม้จะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ ซึ่งมันอาจไม่เพลินเหมือนดูประกวดร้องเพลง หรือความเก่งอาจจะลดลงนิดหน่อย ถ้าไม่ได้เรียนพิเศษสักเดือน แต่ก็น่าจะเป็นเด็กที่ดีขึ้น พ่อแม่เองก็จะได้อุ่นใจว่า ลูกๆ ได้ถูกปลูกฝังพื้นฐานที่ดีในจิตใจ ว่ามั้ยคะ^_^
ปิดเทอมนี้อาจจะบวชไม่ทันก็ไม่เป็นไรค่ะ บวชใจอยู่ที่บ้านไปพร้อมๆ กับเหล่า “สามเณรปลูกปัญญาธรรม” ทางทรูวิชั่นส์ 60 กันก็ได้ จากที่เคยตื่นพร้อมน้องๆ เรียลิตี้รายการอื่น หรือตื่นมาดูหลินปิงกินไผ่ คงดีไม่น้อยถ้าลูกหลานเราจะมีไอดอลเป็นน้องเณร แล้วชวนกันตื่นตั้งแต่ตีสี่มาทำวัตรเช้า นั่งสมาธิ ซักผ้า เดินจงกรม สวดมนต์ กินแต่พออิ่ม
แล้วก็หลับไปพร้อมกับเณรนั่นแหละ
.............................
(หมายเหตุ เพิ่งเข้าใจว่าทำไม ใครๆ ถึงชอบเรียลิตี้ : ทีวีสีรุ้ง โดย... สุนิสา สุขบุญสังข์)



