บันเทิง

'ดีอา แฟรมป์ตัน'บทพิสูจน์พลังเสียงคุณภาพ

'ดีอา แฟรมป์ตัน'บทพิสูจน์พลังเสียงคุณภาพ

22 เม.ย. 2555

สกู๊ปบันเทิงต่างประเทศ : 'ดีอา แฟรมป์ตัน' บทพิสูจน์พลังเสียงคุณภาพ : เรื่อง มันตา คลังบุญครอง

                      ผลพลอยได้จากการดูรายการเรียลิตี้โชว์ประเภทค้นหาดาราหน้าใหม่ คือการที่เราได้นักร้องและศิลปินที่ผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นจนหยดสุดท้ายมาประดับวงการ เวที เดอะ วอยซ์ ที่กรรมการตัดสินผู้ชนะจาก “เสียง” ก่อนจะองค์ประกอบอื่นๆ ทำให้เราได้พบกับ ดีอา แฟรมป์ตัน สาววัย 25 จากยูทาห์ที่เอาชนะใจกรรมการและมวลชนด้วยการนำเพลง “Losing My Religion” ของวง อาร์อีเอ็ม มาร้องใหม่อย่างน่าสนใจ จนคว้าตำแหน่งที่สองจากซีซั่นแรกของการแข่งขันมาครอง ทำให้ ดีอา ได้เป็นศิลปินเต็มตัวกับค่ายยูนิเวอร์ซัลและมีอัลบั้มแรกออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คม ชัด ลึก จะพาไปทำความรู้จักกับเธอให้มากขึ้น จากการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ครั้งนี้

อัลบั้ม “The Broken Ones” ของคุณเป็นยังไงบ้าง

                      มันไปได้ดีมากค่ะ ฉันออกทัวร์เพื่อโปรโมทอัลบั้มมาตั้งแต่เดือนมกราคมแล้ว ตอนนี้มีเวลาได้พักผ่อนนิดหน่อยที่แคลิฟอร์เนีย เตรียมลุยงานต่อค่ะ

คิดถึงการมีวงไหม เป็นศิลปินเดี่ยวเหงาหรือเปล่า

                      ไม่เลยค่ะ เพราะตอนนี้ฉันก็ทัวร์กับวงของพี่สาว เรายังสนิทกันเหมือนเดิม ยังไปไหนมาไหนด้วยกัน เดินทางออกทัวร์ด้วยกัน และมันดีมากๆ เลยค่ะที่มีพี่สาวไปไหนมาไหนด้วย การมีครอบครัวอยู่ข้างๆ เป็นเรื่องที่ดีเสมอค่ะ

ย้อนไปถึงตอนที่คุณเข้าประกวดเดอะวอยซ์ หน่อย ตอนนั้นคิดยังไง

                      บอกตามตรงว่าตอนที่ลงสมัครฉันไม่รู้เลยว่า เดอะวอยซ์ คืออะไร ต้องคาดหวังอะไร และฉันน่าจะได้อะไรจากมัน ตอนนั้นฉันทำงานที่คาเฟ่แห่งหนึ่งวันละ 10 ชั่วโมงได้ ยังอยู่ในวงกับพี่สาวซึ่งตอนนั้นค่ายที่เราเคยเซ็นสัญญาด้วยก็ยกเลิกสัญญากับเราไปแล้ว ตัวฉันเองก็เขียนนิยายไปพลางๆ ก็แค่ลงประกวดเล่นๆ ค่ะ เพราะไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้ว กลายเป็นว่ามันเป็นประสบการณ์ที่สำคัญมากในชีวิตฉัน

กรรมการใจดีกับคุณหรือเปล่า

                      ทุกคนใจดีมากค่ะ และต่างก็ให้คำแนะนำที่ดีและมีประโยชน์ ที่ฉันชอบ เดอะวอยซ์ ก็เพราะมันเป็นรายการที่ให้กำลังใจคนและมองทุกอย่างในด้านบวก ไม่เหมือน อเมริกันไอดดอล ที่ชอบทำให้ผู้เข้าแข่งอายหรือเสียใจโดยไม่จำเป็น ฉันว่าฉันคิดถูกแล้วที่ไปแข่งเดอะวอยซ์ (หัวเราะ) แต่ฉันก็เกร็งนิดหน่อยเพราะฉันอายุมากกว่าคนอื่นๆ

คุณยังเขียนหนังสืออยู่หรือเปล่า

                      ฉันมีนิยายที่เขียนเสร็จแล้วสามเล่มโตๆ กับพวกเรื่องสั้น มันเป็นความฝันของฉันเหมือนกันนะคะที่จะได้ตีพิมพ์หนังสือที่ตัวเองเขียน แต่ตอนนี้ฉันยากทุ่มเทให้ดนตรีมากกว่า

แล้วอะไรหรือใครบันดาลใจให้คุณมาเป็นนักดนตรี

                      ทุกอย่างเลยค่ะ ฉันชอบเพลงของศิลปินอย่าง ทอม เพทตี้ และเจสัน มราซ นอกจากนั้นฉันยังเดินทางไปหลายๆ ที่กับคุณพ่อ ทั้งกรุงเทพฯ สกอตแลนด์ เกาหลี เม็กซิโก การเดินทางก็เป็นแรงบันดาลใจหนึ่งค่ะ

เริ่มชินกับวงการบันเทิงหรือยัง

                      ฉันโตพอแล้วที่จะตัดสินใจได้เองว่าจะพูดอะไรออกไป แต่งตัวยังไง ทำเพลงแบบไหน เพราะฉะนั้นฉันรู้สึกไม่กดดันอะไร ฉันรู้ว่าตัวฉันต้องการอะไรและค่ายก็ไม่ได้เข้ามาบงการชีวิตฉัน ก็มีบ้างที่ฉันรู้สึกว่าต้องทำตัวให้เป็นตัวอย่างที่ดีของเด็กๆ เพราะส่วนหนึ่งของแฟนเพลงฉันคือเด็กสาววัยรุ่นที่แต่งเพลงเองและเอาเพลงโพสต์ขึ้นเว็บ บางคนแต่งตัวตามแบบฉันด้วย แต่ฉันก็ยังเป็นตัวของตัวเองค่ะ และแฟนเพลงต้องเคารพฉันในจุดนั้นด้วย

อยากมากรุงเทพฯ อีกไหม

                      อยากสิคะ ทั้งอยากไปเที่ยวและอยากไปเล่นคอนเสิร์ตด้วย สองปีก่อนที่ฉันไปฉันสนุกมาก ฉันซื้อต่างหูกลับมาและยังใส่มันอยู่เลย ฉันชอบกินลิ้นจี่มากด้วย เห็นทีไรเป็นต้องซื้อ จำได้ว่าฉันอยากนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมากเพราะมันดูน่าสนุกดีแต่พ่อฉันไม่ยอม สุดท้ายก่อนจะกลับฉันก็ได้ขี่สมใจ ผู้คนที่นั่นก็น่ารักและเป็นมิตรมากเลยค่ะ ฉันว่ามันเป็นที่ที่น่าตื่นเต้นที่สุดเท่าที่ฉันเคยไปมาเลย

พูดอะไรกับแฟนเพลงชาวไทยหน่อย

                      ฉันขอขอบคุณแฟนเพลงชาวไทยทุกคนที่ติดตามผลงานของฉัน หวังว่าเราจะได้เจอกันเร็วๆ นี้ค่ะ

 ------------------------------

(สกู๊ปบันเทิงต่างประเทศ : 'ดีอา แฟรมป์ตัน' บทพิสูจน์พลังเสียงคุณภาพ : เรื่อง มันตา คลังบุญครอง)