
Salmon Fishing in the Yemenหนังต้นดีปลายร้าย
Salmon Fishing in the Yemenหนังต้นดีปลายร้าย : หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร
โดยรูปรอยและรูปลักษณ์ Salmon Fishing in the Yemen ไม่ได้เหมือนเสียทีเดียวกับ Local Hero(1983) อย่างที่ The Hunger Game ออกมาจากหล่อเดียวกับ Battle Royal
แต่ถึงกระนั้น ก็จับได้อยู่ดีว่าตัวพล็อตเรื่อง เดินหน้าเต็มกำลังในการที่จะเน้นการสร้างอารมณ์ feel good ให้แก่คนดู ถึง “เสียฟอร์ม” ออกตัวรุนแรงในพรินท์แอดว่า นี่คือหนังในแบบ super feel good (อันเสียมารยาท ในการไปเชพแง่มุมนี้ให้แก่คนดู)
ผมว่าตัวหนังมีแต้มต่ออยู่ในระยะโปรโมทที่การใช้ชื่อ Salmon Fishing in the Yemen ซึ่งแต่ชื่อ ก็ทำให้คนดูกลุ่มหนึ่งน่าจะอ่อนไหวกับอะไรแบบนี้ และก็ต้องยอมรับด้วยว่า ชื่อหนังมีผลต่อการดู เพราะถ้าหนังชื่อ Fish หรือ House มันก็คงไม่สามารถสร้างแรงจูงใจได้
อันที่จริง ถ้าจะว่าไป ในชีวิตคนเรา อย่างน้อยต้องมีสักครั้ง ที่เดินทางไกลหรือใก้ลและได้พบเรื่องราวดีๆ ในแบบหนังเรื่องนี้ เพื่อนผมคนหนึ่ง พาแม่ไปหาหมอเพื่อรักษาแม่ พอออกจากโรงพยาบาล หมอก็บอกว่า เขาเป็นแฟนงานเขียนของลูกชาย อีกเรื่องหนึ่งก็เคยเจอก็คือ นักศึกษาแพทย์ต้องไปฝึกงานที่ลำปาง โดยก่อนไป ก็ล่ำลาทุกคนล่วงหน้าว่า จะไปเรียนต่อหมอที่อเมริกา (เพื่อนผมเอง) แต่หลังจากครบเทอมการฝึกงาน เขาเปลี่ยนใจ ที่จะไปอยู่ที่นั่นถาวร เพราะไปพบว่า ในหมู่บ้านที่ไปอยู่สั้นๆ ไม่มีหมอและขาดคนที่จะนำพาสิ่งดีๆ ตอนนี้เพื่อนคนนี้ก็ยังอยู่ที่นั่น และลืมเรื่องอะไรที่อังกฤษหมดแล้ว
ในชีวิตคนเรา มันจึงมีเรื่องในแบบที่ “โจนส์”(ยวน แมคเกรเกอร์) ได้เจอ เพราะเขาถูกเจ้านายสั่งให้ไปทำโครงการเอาปลาแซลมอน 10,000 ตัวไปว่ายในน้ำที่เยเมน เพราะมหาเศรษฐีที่นั่นต้องการ และที่สำคัญ สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำก็คือ การตลาด ที่จะสร้างภาพให้ผู้คนลืมสงครามในตะวันออกกลางหาเรื่องดีๆ จัดสร้าง มากลบเกลื่อนเรื่องแย่ๆ
โจนส์นั้นต้องทำงานร่วมกับ แฮเรียต (เอมิลี บลันท์) สาวที่หัวใจรักอิสระและเพิ่งห่างกับแฟนหนุ่มที่ไปรบในสงคราม พล็อตผูกมาแค่นี้ ก็เผยให้เห็นว่า ยังไงตัวละครสองคนคือ โจนส์กับ แฮเรียต ต้องมีใจอ่อนไหวต่อกัน และผ่านเรื่องราวบางอย่างด้วยกันในโปรเจกท์สำคัญ กับปลา “แซลมอน”
จริงๆ หนังเรื่องนี้เล่าเรื่องที่ง่ายมาก เขาต้องการเปรียบเทียบว่า มนุษย์เรานั้นมีหลายแบบ แต่มีอยู่แบบหนึ่งที่ควรจะเหมือนวิถีของ “ปลาแซลมอน” นั่นคือ การ “ว่ายทวนน้ำ” ซึ่งการว่ายทวนน้ำ ไม่ใช่ความหมายของการต่อต้าน หรือแอนตี้ แต่เป็นการแสดงธรรมชาติออกมา แม้มันจะไม่เหมือนกับปลาตัวอื่นๆ ในหนัง หรือคนทั่วไปก็ตาม
ข้อดีของหนังเรื่องนี้ มีอยู่สองอย่างประการแรก นี่คือหนังที่มีการใช้ภาษาอังกฤษที่ดีมากเรื่องหนึ่ง ดีจนเกือบเทียบเท่างานอย่าง four weddings and a funeral เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว การใช้ภาษา เต็มไปด้วยความหมายแรกและสิ่งที่เรียกว่า sub-text เมื่อบวกรวมกับนัยของหนังที่เกี่ยวกับปลาและวิถีของปลามันทำให้ Salmon Fishing in the Yemen มีความงดงามอยู่ในระดับหนึ่ง
แต่ทันทีที่หนังผ่านครึ่งทางของมันเอง การเขียนบทกลับ “เข้ารกเข้าพง” โครงสร้างของหนังบีบให้ตัวละคร เดินไปตามแบบแผนที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ จู่ๆ คนรักเก่าก็กลับมา จู่ๆ ปลาแซลมอนก็กระโดดเหนือน้ำทั้งที่มันเหมือนจะพินาศไปหมด
และจู่ๆ แฮเรียต ก็เลือก โจนส์ โดยมีคนรักเก่าส่งเสียง เปิดทางไว้ล่วงหน้า การทำให้หนังจบง่ายแบบนั้น ทำลายหลายอย่างแบบที่บ่อปลาเลี้ยงของแซลมอนถูกทำลาย คนดูไม่เชื่อในสิ่งที่หนังเลือก เป็นการหาที่ลงของเรื่องอย่างมักง่าย
และแทนที่ Salmon Fishing in the Yemen จะเดินทางไปเป็นหนังที่น่าจดจำ มันก็กลายเป็นหนังเน่าตามสูตรของพวกที่ออกตัวว่าเป็น super feel good ทั้งหลาย
ข้อแตกต่างที่ทำให้ Salmon Fishing in the Yemen ไม่สามารถเป็น local hero ได้ก็คือ ขณะที่เรื่องแรก ปล่อยให้คนดูเลือกชื่นชม สิ่งที่ตัวละครทำอย่างน่าจะเป็นเรื่องนี้กลับบีบให้คนดูเห็น สิ่งที่บทบล็อกเอาไว้มาตลอด
ราวกับว่า หนังชักชวนเราไป “นักเดินทาง” แต่ก็จำกัด เส้นทางในการเดินเสียจนหมดสิ้น
ผมจึงหลงปลาแซลมอนในครึ่งเรื่องแรกและส่ายหน้าในช่วงที่เหลืออะไรจะออกทะเลได้ขนาดนั้น
.............................
(หมายเหตุ Salmon Fishing in the Yemenหนังต้นดีปลายร้าย : หนังโรงเล็ก โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)



