บันเทิง

The Town

The Town

20 เม.ย. 2555

The Town : เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม

          ผู้กำกับคนหนึ่ง หนังของเขาได้แรงบันดาลใจมาจากผู้คนและเมืองที่พวกเขาอาศัยอยู่  ฟังดูเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนทำหนังทั่วไป แต่ถ้าคนเหล่านั้นต่างดำรงชีพด้วยการเป็นอาชญากร เมืองที่พวกเขาอยู่ก็ล้วนเต็มไปด้วยอาชญากร ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อยู่ดี เพราะมีหนังมากมายจากไอเดียคนทำหนังที่มีความคิดอ่านแบบนี้ แต่สำหรับ “The Town” แล้ว ท่ามกลางเรื่องเล่าแบบซ้ำซาก หาได้มีมุมมองใหม่ๆ ที่แตกต่างจากหนัง Heist Film หรือ Gangster ทั่วไป แต่ความสนุกของหนังอย่างหนึ่งคือความสมจริง สมจัง โดยเฉพาะคาแรคเตอร์ตัวละครกลุ่มโจร ที่ไม่ได้มีบุคลิกโหดเหี้ยม ดุดัน ก้าวร้าวเกินมนุษย์มนา หากแต่ภายนอกก็เหมือนปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป ไม่ได้มีนิสัยอันธพาล ประเภทเดินกร่างตามถนนหนทาง ตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊ก เหมือนที่เห็นในหนังจนเจนตา แต่ถึงคราที่พวกเขาลงมือปล้น ก็เต็มไปด้วยความสุขุม รอบคอบ วางแผนอย่างรัดกุม ไม่ลงมือฆ่าเจ้าทุกข์ แต่ก็ต่อสู้กับตำรวจอย่างเอาเป็นเอาตายเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม

          Special Feature ใน DVD ของ “The Town” เบน แอฟเฟลก ผู้กำกับและนักแสดงนำของเรื่องบอกว่า เขาได้แรงบันดาลใจในการออกแบบตัวละครมาจากผู้คนส่วนหนึ่งในย่านชาร์ลสทาวน์ เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา ที่ว่ากันว่าเป็นย่านที่มีอาชญากรอาศัยอยู่มากที่สุด ซึ่งไม่มีหลักฐานสถิติอ้างอิงใดใด นอกจากคำกล่าวอ้างในหนังเรื่องนี้ที่บอกว่า มีการปล้นธนาคารเกิดขึ้นกว่า 300 ครั้งทุกๆ ปีในเมืองบอสตัน จะมาจากมืออาชีพที่อาศัยอยู่ในย่านชาร์ลสทาวน์ - แต่จากข้อมูลอย่างเป็นทางการของเอฟบีไอนั้นระบุว่า ครึ่งปีแรกของปี 2010 (ปีที่หนัง “The Town”ออกฉาย) มีรายงานการปล้นธนาคารเกิดขึ้นในรัฐแมสซาชูเซตส์ 23 ครั้ง ถ้าเทียบกับมลรัฐอื่นๆ ถือว่าน้อยมาก เพราะในรัฐอิลลินอยส์ มีการปล้นเกิดขึ้น 49 ครั้ง ในขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนีย สูงถึง 136 ครั้ง

          ‘เบน’ บอกอีกว่า ตัวเขาและนักแสดงสมทบแต่ละคน ต่างอ้างอิงคาแร็กเตอร์ตัวละครของตน มาจากบุคคลที่มีอยู่จริงในย่านชาร์ลสทาวน์ พวกเขาออกแบบการแสดงมาจากอาชญากรตัวจริงที่อาศัยอยู่ในย่านนี้ มีการคัดเลือกนักแสดงโดยใช้ชาวบ้านในย่านชาร์ลสทาวน์จริงๆ ส่วนคนที่หน้าตาเหมือนนักเลงก็ได้แสดงในบทลูกน้องเจ้าพ่อ อาชญากรบางคนที่มีประวัติการปล้นและเพิ่งพ้นคุก ก็มาเป็นที่ปรึกษาและเป็นนักแสดงรับเชิญในบทตำรวจ ขณะที่นายตำรวจเอฟบีไอคนหนึ่งที่เกิดและเติบโตมาในย่านนี้ก็ได้รับเชิญมาเป็นที่ปรึกษาเช่นกัน (ซึ่งตัวเขาเองให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่มีวันมาเป็นตำรวจในย่านนี้เด็ดขาด)

          “The Town” เล่าถึงโจรกลุ่มหนึ่งหลังปล้นธนาคาร ได้จับเอาผู้จัดการสาวเป็นตัวประกัน จากนั้นก็ปล่อยตัวไป พวกเขาคลางแคลงใจว่าสักวันเธออาจจะพาตำรวจกลับมาจับพวกเขาก็เป็นได้ ‘เจม’ หนึ่งในหัวโจกร่วมขบวนปล้นตั้งใจจะฆ่าเธอปิดปาก ในขณะที่ ‘ดั๊ค’ หัวหน้าแก๊ง ห้ามไว้และอาสาคอยจับตาดูพฤติกรรมของเธอเอง จนกระทั่งทั้งคู่ตกหลุมรักกัน ‘ดั๊ค’ มีความตั้งใจอยากจะหันหลังให้แก่อาชีพปล้นธนาคาร และวางแผนหนีออกจากย่านชาร์ลส์ทาวน์ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่พร้อมกับเธอ

          แม้หนังจะเล่าเรื่องด้วยพล็อตง่ายๆ ไม่มีอะไรซับซ้อนและใช้บริการนักแสดงมืออาชีพ แต่ก็สามารถโน้มน้าวคนดูให้เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชุมโจรชาร์ลสทาวน์ที่หลายคนเติบโตมากับสังคมแวดล้อมด้วยอาชญากรรม ทั้งการปล้น ฆ่า ยาเสพติด ขายบริการทางเพศ โดยเฉพาะการสร้างปูมหลังให้แก่ตัวละครแต่ละคน... ‘ดั๊ค’ หัวหน้าแก๊งพ่อของเขา ติดคุกเพราะปล้นธนาคาร แม่หายตัวไปจากบ้านโดยที่พ่อของเขาก็ไม่เคยออกตามหา แฟนของ‘ดั๊ค’ เป็นสาวขายบริการ ติดยา และยังมีลูกติดมาด้วย ‘เจม’ หนุ่มอันธพาลเลือดร้อน เคยติดคุกเพราะฆ่าอันธพาลที่จะมาทำร้ายเพื่อน ‘โกลนซี่’พลขับแสนใจเย็น ที่เพื่อนๆ วางใจ และ ‘เดซ’ หนุ่มที่เก่งกาจด้านไอที ลงทุนเข้าทำงานในบริษัทคอมพิวเตอร์ เพื่อศึกษาระบบสัญญาณแจ้งเตือนการปล้นธนาคารไปยังสถานีตำรวจ

          การปล้นของเพื่อนรัก 4 คน ‘ดั๊ค’ ‘เจม’ ‘โกลนซี่’และ‘เดซ’ ไม่เพียงมาจากแรงจูงใจแค่อยากรวย แต่พวกเขาทำงานเป็นขบวนการ โดยมี‘เฟอร์กี้’ เป็นหัวใหญ่ผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายอาชญากรรมทั้งหมด ไม่ว่าจะปล้นแบงก์หรือค้ายา โดยเปิดร้านขายดอกไม้บังหน้า ฉากไล่ล่าระหว่างตำรวจและผู้ร้าย รวมถึงฉากดวลปืนดูจะเป็นจุดขายสำคัญของหนังแนวนี้ ซึ่งก็รวมถึง “The Town”ด้วยเช่นกัน อรรถรสความสนุกส่วนหนึ่งของหนังก็มาจากฉากเหล่านี้ แต่ที่ทำให้ “The Town” โดดเด่นจากหนัง ‘Heist Film’ หรือ ‘Gangster’ เรื่องอื่นๆ ก็คือ โจรที่เติบโตมาในชุมโจร กับครอบครัวโจร และแวดล้อมไปด้วยสังคมอาชญากรรมทุกรูปแบบ เป็นหัวหน้าโจรมือฉกาจ พยายามทำตัวให้ดีที่สุดในหมู่โจรด้วยกัน (อาทิ การปล้นทุกครั้งเขาไม่เคยลงมือฆ่าคน ไม่เคยทำร้ายเจ้าทุกข์) วันหนึ่งอยากกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดี อยากหลุดออกไปจากโลกแห่งความแปดเปื้อนที่เขาอาศัยอยู่มา อยากออกตามไขปริศนาความหลังฝังใจในวัยเด็กเรื่องแม่ของเขาที่หายตัวไป (ซึ่งภายหลังถูกเฉลยออกมาอย่างปวดร้าว) แต่ทุกอย่างไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เขาคิด
         
          บทลงเอยของหนังไม่ยากเกินคาดเดา แต่ชะตากรรมที่ตัวละครแต่ละคนผ่านพบประสบนั้น น่าเศร้ายิ่งกว่า โดยเฉพาะโจร เหยื่อโจร ญาติพี่น้อง เพื่อนพ้อง และคนที่เกี่ยวข้องกับโจร (จนทำให้ภาพของตำรวจในเรื่องนี้ ดูเป็นผู้ร้ายไปเลย) ย่านชาร์ลสทาวน์ แม้จะเป็นชุมโจรที่เรียกว่า ถ้าตำรวจเข้าไปในย่านนั้น อยากจะหาเบาะแสเกี่ยวกับคดีอะไรสักอย่าง สอบเค้นรีดไถข้อมูลจากขี้ยาสักคน ถ้าไม่มีประวัติอาชญากร ก็จะต้องเกี่ยวพันกับยาเสพติด สุดท้ายก็จะได้ข้อมูลสำคัญติดมือกลับมา แต่ชาร์ลสทาวน์ในสายตาของใครอีกหลายคน ที่นี่คือชุมชนอันน่าสมเพชเวทนา และอยากยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ดังเช่นฉากสุดท้ายในหนัง ที่จบลงอย่างให้ความหวังได้ไม่น้อย
.............................
(หมายเหตุ The Town : เอกเขนกดูหนัง โดย... ณัฐพงษ์ โอฆะพนม)