บันเทิง

ใกล้ฝั่ง (II)

ใกล้ฝั่ง (II)

19 เม.ย. 2555

ใกล้ฝั่ง (II) : เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม

          “เมื่อข้าพเจ้าตายมีหนึ่งในสองอย่างที่จะเกิดขึ้น คือ แก่นแท้ที่ข้าพเจ้าเข้าใจว่าเป็นตัวเองนี้จะเปลี่ยนรูปไปเป็นชีวิตอย่างอื่น หรือไม่ข้าพเจ้าก็มิใช่ปัจเจกชนที่เป็นอิสระอีกต่อไป หากกลายไปเป็นส่วนหนึ่งของพระเจ้า ความเป็นไปได้ทั้งสองอย่างนี้ถือเป็นเรื่องดีทั้งนั้น…” (ปฏิทินปัญญา - ลีโอ ตอลสตอย)

        - มาร์คัส ทัลลีอัส ชิเซโร -
          คนสูงวัยรุ่นพ่อรุ่นลุง-ป้าที่อยู่ไม่ไกลตัวได้ลาโลกนี้ไปแล้วหลายคน บ้างฉันก็รู้จัก บ้างฉันก็ไม่รู้จัก ขณะที่คนวัยไล่เลี่ยกับที่จากไปก็ป่วยกระเสาะกระแสะต้องคอยดูแลเอาใจใส่กันอย่างที่สุดเพื่อชะลอเวลานั้นซึ่งกำลังจะมาถึงไม่ช้าก็เร็ว…พ่อและแม่ของท็อป (ดารณีนุช) ที่แม้มีโรคประจำตัวแต่ด้วยความที่ใกล้ลูกกตัญญูและใกล้หมอฝีมือดี สีหน้าจึงดูสดใสราวกับไม่ได้ป่วยไข้อันใด…คุณแม่ดาวเรือง ที่อยู่เชียงใหม่ แม่บุญธรรมของโก้ มิสเตอร์แซกแมน ได้รับการเปลี่ยนหัวเข่าทำให้กลับมาเดินได้เกือบเหมือนเดิม คุณแม่มีความสุขกับทุกวันที่บ้าน เพราะเป็นคนที่พร้อมจะพบกับความสุขโดยไม่ต้องออกแสวงหา…ไม่รู้เป็นเพราะบุญที่ต่างได้สร้างมาในชาตินี้รวมกับชาติที่แล้ว หรือเพราะความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ แต่ผู้ใหญ่เหล่านี้ก็ใช้ชีวิตเรื่อยมากว่า 7 รอบนักษัตร…ถ้าไม่ใช่ทั้งสองอย่างแล้วสิ่งใดกันแน่ที่ทำให้คนเรามีอายุสั้นยาวแตกต่างกัน? ฉันยังคงหาเหตุผลที่เป็นเหตุและผลจริงๆ ไม่เจอ
 
          นั่งดูรายการทีวีของทรูวิชั่นส์ เป็นรายการของญี่ปุ่น เขาเชิญหมอดูชื่อดังชาวญี่ปุ่นที่ดูลายมือผู้คนมาเป็นหมื่นๆ คน มาตามหาเส้นอายุยืนในลายมือคนแก่ที่มีอายุ 100 ปีขึ้นไป ซึ่งคนญี่ปุ่นคือชนชาติที่ครองแชมป์คนอายุยืนที่สุดมาหลายปีติดต่อกัน ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนคนอายุ 100 ปี ก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หมอดูชี้ให้เห็นเส้นลายมือที่อยู่ระหว่างนิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้ คนที่มีอายุยืนยาวตั้งแต่ 100 ปีขึ้นไป จะมีเส้นนั้นลากยาวมาจนถึงเส้นข้อมือ บางรายอายุ 103 ปี เส้นจะยาวอ้อมนิ้วหัวแม่มือไปอีกฝั่ง (หลังมือ) ถามไถ่เรื่องเคล็ดลับอายุยืน คุณยายท่านหนึ่งตอบว่า
 
          “อย่าเอาเรื่องกลุ้มใจมาคิด อย่าว่าร้ายคนอื่น”
          ฉันสงสัยว่า อีก 20 ปีข้างหน้าคนไทยจะติดโผชาติที่มีคนอายุยืนที่สุดในโลกบ้างไหม? แต่อ่านเจอหนังสือพิมพ์เล่มหนึ่งเขียนว่า นิสัยที่ไม่ดีของคนไทยส่วนใหญ่คือ ช่างนินทา ขี้อิจฉา ฯลฯ เอ่อ…อันนี้ต้องแก้ก่อนละกันแล้วค่อยตั้งความหวังเรื่องอื่น
 
          ปีนี้ฉันอายุ 45 ย่าง 46 (ไม่ต้องเอาไปเล่นหวยงวดนี้ เพราะออกไปแล้วงวดกลางเดือนมีนาคม นังนุชนาฎแทงถูกอยู่คนเดียวในหมู่เฮา) นอกจากอายุที่มากขึ้นในแต่ละปีแล้ว วันก่งวันเกิดฉันไม่เคยให้ความสำคัญอะไรกับมัน นอกจาก…วันธรรมดาๆ วันหนึ่ง คราวนี้พี่น้องและหลานๆ มัดมือลากเข้าวัดทำสังฆทานกันตอนบ่ายที่วัดไตรมิตร วัดที่มีพระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่เบ้อเริ่ม ให้คนไทยและต่างชาติได้ไปสักการะให้เกิดสิริมงคลแก่ตัว…ห้องโถงใหญ่ที่จัดงานพิธีกรรมทางศาสนาของทางวัดช่างสวยงามและเป็นระเบียบเรียบร้อย ดูเรียบง่ายแต่ไฮโซ พื้นปูด้วยหินอ่อน มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์ท่านหนึ่งอยู่ตรงกลางล้อมกรอบด้วยกระจกใส โต๊ะหมู่บูชาแบบไทยฉลุลายจีน มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ตรงกลางขนาบด้วยองค์เล็ก 2 องค์ ซ้ายขวา มีพุ่มเงินและทองที่ทำจากผ้าพับจีบเย็บติดกันอยู่ด้านซ้ายและขวา ต่ำลงมาคือกระถางธูปและเทียน 2 เล่มที่เป็นไฟฟ้าแค่กดสวิตช์ไฟก็ติด…ทันสมัยดี ไม่มีควันและไม่เกิดไฟไหม้ หลานๆ ช่วยกันจัดของใส่พาน ฉันเองได้แต่นั่งมอง เด็กผู้ชาย 2 คน 26 กับ 15 ปี เลือกซื้อเครื่องสังฆทานมาให้ทั้งผ้าไตร ข้าวสาร เครื่องกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน มีดโกนหนวด ยาธาตุน้ำแดง ยาใส่แผลสด ยาแก้ปวด และอื่นๆ อีกมากมาย ให้ไปหามาเองคงไม่ครบ เพราะไม่รู้ว่าพระใช้อะไรบ้าง พี่น้องและหลานๆ รักการทำบุญเหมือนต้นแบบคือแม่ของฉันนั่นเอง ส่วนฉันรั้งท้ายหางแถว พอแก่ตัวมา ลูกหลานก็จูงเข้าวัด…เฉยเลย! พระนำสวดให้พวกเราพูดตาม ฉันก็ว่าตามนั้น จนถึงกรวดน้ำและพรมน้ำมนต์ในช่วงเวลานั้น ฉันรู้จักคำว่า “นิ่ง” แต่ไม่ถึงกับสงบ อาจจะมีเรื่องราวในหัวมากไป หรือเพราะกลัวพระก็ไม่รู้ได้ ฉันมองพระขณะสวด ท่านสวดรับสังฆทานในวันเกิด ฉันยังคงเห็นพิธีกรรมทุกขั้นตอน แล้ววันหนึ่งพระก็จะมาสวดแต่เวลานั้นฉันคงไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น มีเพียงร่างที่นอนนิ่งอยู่ในกล่องไม้สี่เหลี่ยม “พระกับวัด-คนเกิดและคนตาย” องค์ประกอบเดียวกัน ต่างกันที่วัตถุประสงค์ของพิธีกรรมว่าจะทำเพื่อเสริมการอยู่หรือส่งการตาย…แต่ ณ ขณะนี้ฉันยังคงต้องจดจ่อและทำหน้าที่ต่อไปในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ ขณะเดียวกันฉันก็ต้องตระหนักรู้ถึงการเข้าใกล้วันที่จะต้องจากโลกนี้ไปอย่างมีสติในแต่ละปี อย่างที่จูเซปเป มัธธินี กล่าวไว้ว่า…
 
          “เราเป็นผู้มาเยือนโลกนี้เพียงชั่วคราว หลังจากได้ศึกษาเรียนรู้สิ่งต่างๆ เราก็ถูกเรียกตัวไปยังที่อื่น แล้วก็อำลาจากโลกนี้ไป…”
 
          แม้ฉันจะยังไม่รู้ว่า อะไรคือเหตุผลของการจากไปที่ช้า-เร็ว ต่างกันในแต่ละคน แต่ฉันก็ยังคงเข้าใจได้ว่า ทุกอย่างบนโลกนี้มีเวลาของมันเอง…
 
          “โลกนี้มีการจำกัดระยะเวลาอันเหมาะสมไว้อย่างแน่นอน เช่น ผลไม้และผักจะถูกจำกัดโดยฤดูกาลแห่งปี ทุกสิ่งมีจุดเริ่มต้น มีชีวิต และมีจุดสิ้นสุด หลังจากถึงเวลาที่ควรจะจากไป ผู้มีปัญญายอมรับลำดับเวลาที่ว่านี้อย่างเต็มใจ”

        - มาร์คัส ทัลลีอัส ชิเซโร -
        (ปฏิทินปัญญา ลีโอ ตอลสตอย)

          ป.ล. มีคนถามว่า ถ้าต้องตายภายในพรุ่งนี้จะทำอะไรเป็นอย่างสุดท้าย…ฉันตอบว่า ทำอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่การมีผัว! เพราะรู้ว่าตายไปต้องตกนรกแหงๆ ก่อนตายจะตกนรกทำไมล่ะ!
.............................
(หมายเหตุ ใกล้ฝั่ง (II) : เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)