
ฟื้นวง'ลูกทุ่งกิ่งทอง'
ฟื้นวง'ลูกทุ่งกิ่งทอง'ทายาททำรำวงเวียนครก
ตระกูลศิลปิน "กิ่งทอง" ทายาทศิลปินแห่งชาติ จูเลี่ยม กิ่งทอง และอดีตนักร้องดัง สาลิกา กิ่งทอง ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งคู่ ฟื้นตำนานวงรำวงรับกระแสเพลงย้อนยุคกำลังกลับมา เน้นรับงานไม่แพงและไม่ลืมงานการกุศล
เลิศศิลป์ กิ่งทอง น้องชายคนสุดท้องของสาลิกา กิ่งทอง ที่เกิดจากภรรยาคนที่ 5 ของครูจูเลี่ยม กิ่งทอง ซึ่งได้รวมลูกหลานตั้งรำวงเวียนครก "ลูกทุ่งกิ่งทอง" เผยกับทีมข่าว "คม ชัด ลึก" ว่า
“วงของเราตั้งมาได้ 3 ปี เมื่อก่อนสาลิกา กิ่งทอง เขาใช้วงดนตรีชื่อนี้ ในราวปี 2512 โดยประมาณ ก่อนที่เขาจะโด่งดังทั่วประเทศ ตอนนั้นผมยังเด็ก แต่พอจำความได้ ตอนแรกเราทำสนุกๆ จับกลุ่มกันเล็กๆ เขามีงานข้างบ้านก็ไปช่วยๆ กัน พอเล่นปุ๊บเขาขอนามบัตร เขาให้ไปเล่นงานเลี้ยงน้ำชาการกุศล ช่วยคนที่ลำบาก จนมีงานเทศบาล งานกาชาด เลยมานึกเอาว่าเล่นจริงกันเลยดีกว่า ตอนแรกผมนึกว่ามันจะหมดไปแล้วสำหรับเพลงย้อนยุค แต่มันกลับมา เพราะ อ๊อด โฟร์เอส เขาปลุกกระแสให้มันกลับมา”
เมื่อถามถึงคำว่า “เวียนครก” หมายถึงอะไร เลิศศิลป์ กล่าวอธิบายแบบสำเนียงคนพื้นบ้านว่า
“ดั้งเดิมมาจากนครศรีธรรมราช สมัยก่อนหลังเสร็จจากเก็บเกี่ยวข้าว ชาวบ้านจะมีการเอาครก (ตำข้าว) มาตั้งไว้พร้อมสาก แล้วก็เอากะละมัง กลองมาตั้งตีกลอง ร้องรำทำเพลงกัน สมัยก่อนถ้าเขาบอกกันว่า ไปเวียนครก ก็หมายถึงไป รำวงกัน วงของเรานี้ใช้ชื่อเต็มว่า ศิลปินเวียนครก "ลูกทุ่งกิ่งทอง" เราเอาเพลงเก่าๆ มาร้องเช่น ผ้าขาวม้า (สาลิกา กิ่งทอง ) บ้องกัญชา (กาเหว่า เสียงทอง) ตามน้อง (ไวพจน์ เพชรสุพรรณ) สิบหมื่น (เสน่ห์ เพชรบูรณ์) ส่วนใหญ่เป็นเพลงย้อนยุค เครื่องดนตรีมี 5 ชิ้น มีคีย์บอร์ด 2 ตัว เครื่องเป่าหนึ่ง กีตาร์เบส กลอง น้องๆ ลูกๆ หลานๆ ของสาลิกา มาเล่นด้วยเยอะมาก เช่น มือกลอง ชื่อ เลิศศักดิ์ กิ่งทอง มือเบสชื่อ จุฬา กิ่งทอง ลูกของมือเบสก็มาตีกลองด้วย แฟนเพลงยังจำกันได้ บางคนเขาถามว่าเป็นอะไรกับสาลิกา กิ่งทอง เราก็บอกว่า รุ่นลูกรุ่นหลานของสาลิกา
ส่วนนักร้องนำของวงอายุ 85 ปี ชื่อ "ออย" อารียา แตงอ่อน เป็นสาวนครปฐม แกอยู่วงการมาก่อนตั้งวงสาลิกา กิ่งทอง เคยร้องเพลงวงแม่ผ่องศรีด้วย แกก็ร้องเพลงผู้หญิง เช่น ยายฉิมเก็บเห็ด เรซอน ส่วนนักร้องชายชื่อ สรศักดิ์ มงคลชัย กับผม เลิศศิลป์ กิ่งทองซึ่งเล่นคีย์บอร์ดและร้องนำด้วย วงเรามีคำเชิญชวนว่า “เต้นกันให้หนุก รำกันให้หรอย กับรำวงเวียนครกย้อนยุค แห่ง จ.สุราษฎร์ธานี "วงลูกทุ่งกิ่งทอง" พบกับความสนุกสนาน บรรยากาศย้อนยุค บทเพลงเก่าและใหม่ ระบบแสง สี เสียง ครบชุด ได้มาตรฐาน รับประกันความหรอย” เรามีเวทีครบชุด สำหรับนางรำก็แล้วแต่งาน ถ้างานบวช งานบ้านจะไม่มี ถ้าเป็นงานวัด กรรมการจะจัดแดนเซอร์ นางรำวงมา
รำวงทางใต้ส่วนมากจะไม่ค่อยมีตีกัน เจ้าภาพจะคุมเข้ม งานตามบ้านจะนับหน้าถือตากัน ไม่ค่อยมีปัญหา ผมอยากให้คนแก่ๆได้ออกมาเต้น ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ผมมักจะบอกเล่นๆ ว่า เวียนครกเพื่อสุขภาพ สรรพคุณลดความดัน ความอ้วน หน้ามืดตาลาย คลายเครียด มาเวียนครกกัน แต่ประสบการณ์ที่ครั้งแรกที่ตื่นเต้นของวงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในช่วงสงกรานต์นี้เราไปเล่นที่สุราษฎร์ธานี มีผู้ใหญ่บ้านมารำ แล้วเป็นลมหัวใจวาย เพราะเขามีโรคประจำตัวอยู่ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ซึ่งวงเราก็ขอแสดงความเสียใจด้วย” เลิศศิลป์ พูดถึงภาษาที่ใช้ในวงและการรับงานและกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า
“รำวงของเราพูดเชียร์รำวงเป็นภาษาใต้ ส่วนเพลงที่ร้องมีทั้งอีสานและภาคกลาง เพลงอีสานเรามีนักร้องชื่อ เอ มาเดอหล้า ส่วนเพลงใต้มีลูกสาวของมโนราห์หนูเขียน เสียงทอง ก็มาอยู่กับวงเราด้วย ตอนนี้ก็มีงานมาเรื่อยๆ วงเรารับงานราคา 26,000 บาท เราเล่นตามบ้าน เรารับแพงๆ เขาจะรับไม่ได้ ทางใต้ถ้าเป็นหนังตะลุงก็รับงานแค่หมื่นกว่าๆ ทางใต้รับงานกันไม่แพง วง "ลูกทุ่งกิ่งทอง" เคยไปเล่นไกลสุดที่ปาดังเบซาร์ มาเลย์เซีย เหนือสุดก็ประจวบคีรีขันธ์ วงรำวงทางใต้ ตอนนี้มีเป็นร้อยวง กระแสของเด็กวัยรุ่นเริ่มกลับมานิยมย้อนยุคกันแล้วตอนนี้ แต่มีข้อแตกต่างจากวงอื่นๆ คือ ของเราจะเป็นคนแก่ๆ มันขลังดี วงของเราไม่มีอัลบั้มการแสดงสดขาย เพราะติดเรื่องลิขสิทธิ์ แต่กำลังจะทำเพลงของสาลิกาสักชุด กับเพลง อ.ประจวบ วงษ์วิชา ในแบบรำวง ใครที่อยากดูผลงานของเราได้ลองเข้าไปดูในยูทูบได้ครับ หรือติดต่อวงได้ ที่หมายเลข 08-9909-9612 อยากจะให้วงย้อนยุคนี้อยู่กับวิถีชีวิตชาวใต้ไปนานๆ ผมคิดว่า คนที่รู้ที่มาประวัติศาสตร์ของตัวเองจะรักเพื่อนฝูง ปรองดอง จะไม่หลงแนวตะวันตกมากเกินไป และคนที่ชอบลูกทุ่งมักจะไม่ใจร้อน เพราะมันเป็นบรรยากาศมาท้องนา”



