บันเทิง

เอกเขนกดูหนัง : Monsters

เอกเขนกดูหนัง : Monsters

13 เม.ย. 2555

คอมลัมน์ เอกเขนกดูหนัง : Monsters โดย...ณัฐพงษ์ โอฆะพนม [email protected]/facebook/Natthapong Okapanom/twitter@Natthapong_O

             ในช่วง 2-3 มานี้ มีหนังเอเลี่ยนบุกโลกที่เปลี่ยนมุมมองทั้งแนวคิดและวิธีการเล่าเรื่องใหม่ๆมาให้ดูกันเพื่อเปลี่ยนอรรถรสของคอหนังบ้าง เรื่องแรกชื่อ “District 9” ออกฉายปี 2009 หนังเอเลี่ยนเรื่องนี้มาแปลก เริ่มตั้งแต่ใช้เมืองโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นสถานที่เกิดเหตุ ส่วนมนุษย์ต่างดาวนั้นหน้าตาคล้ายกุ้งผสมกับแมลงสาบ โดยพวกมันถูกเรียกว่า ‘The Prawns’ อีกทั้งไม่ได้มีพลังกำลัง และสติปัญญาฉลาดเฉลียวเหนือมนุษย์มนาแต่อย่างใด ซ้ำร้ายถูกกักอาณาบริเวณในเขตพื้นที่จำกัด อยู่กันอย่างแออัดในเขตพื้นที่หมายเลขเก้า หรือ ‘District 9’ หลังจาก 27 ปีก่อน ยานอวกาศของพวกมันลอยคว้างอยู่ใจกลางเมืองเศรษฐกิจแห่งนี้ ท่ามกลางความเจ็บป่วย อดยากและหิวโหย ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากมนุษย์โลกและอยู่อาศัยร่วมกันในเวลาต่อมา จนกระทั่งวันหนึ่งเหล่า ‘เอเลี่ยนกุ้ง’ จำเป็นต้องย้ายออกจากสลัมของพวกมันเนื่องจากรัฐบาลแอฟริกาใต้ต้องการปรับปรุงพื้นที่เพื่อสร้างประโยชน์ทางธุรกิจต่อไป

             เมื่อสองปีที่แล้วเช่นกัน มีหนังเอเลี่ยนบุกโลกอีกเรื่องหนึ่งที่เล่าเรื่องด้วยมุมมองใหม่ๆ คล้ายๆ กัน และมีประเด็นแฝงเร้นน่าสนใจไม่แพ้กัน หนังเรื่องนี้มีชื่อว่า “Monsters” สถานที่เกิดเหตุอยู่ระหว่างชายแดนเม็กซิโก-สหรัฐอเมริกา เรื่องมีอยู่ว่า หกปีก่อน ยานอวกาศขององค์การนาซ่า นำตัวอย่างสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกกลับมาศึกษา แต่ระหว่างร่อนลง เครื่องเกิดตกบริเวณชายแดนเม็กซิโก จึงต้องมีการปิดพื้นที่ และจากนั้นมาบริเวณดังกล่าวถูกเรียกว่า ‘เขตติดเชื้อ’ ห้ามประชาชนเดินทางผ่าน ยกเว้นเครื่องบินรบ รถถัง กองกำลังทหารของทั้งสองประเทศ ผ่านเข้าออกกันว่าเล่น ระดมยิง-ทิ้งระเบิดทำลายล้างกันไม่เว้นแต่ละวันเพื่อไม่ให้เจ้าเอเลี่ยนออกมาเพ่นพ่าน วันหนึ่งช่างภาพหนุ่มเดนตายที่ออกตระเวนถ่ายภาพผู้คนที่อาศัยอยู่รายรอบบริเวณ ‘เขตติดเชื้อ’ เพื่อขายภาพข่าว เกิดได้รับคำสั่งจากเจ้านาย ให้พาตัวลูกสาวที่เข้าไปท่องเที่ยวแถวๆ เขตชายแดนเม็กซิโกกลับบ้าน ก่อนที่พรมแดนจะถูกปิดนานถึง 6 เดือน เพราะถึงฤดูกาลผสมพันธุ์ที่เจ้าเหล่าสัตว์ประหลาดจะออกจากที่ซ่อน ตอนแรกทั้งคู่ตั้งใจเดินทางกลับอเมริกาโดยเรือเฟอร์รี่ แต่กลับเกิดอุบัติเหตุบางอย่าง ทำให้พวกเขาต้องตัดสินใจเดินทางผ่าน ‘เขตติดเชื้อ’ และบริเวณด่านกักกันเพื่อข้ามพรมแดนไปยังสหรัฐอเมริกาให้ได้

             ความเหมือนของ ‘District 9’ และ ‘Monsters’ ก็คือ รูปแบบการนำเสนอที่แปลกใหม่ เรื่องแรกใช้วิธีการเล่าเรื่องด้วยภาพข่าว ตั้งแต่เปิดเรื่อง มีการอธิบายเหตุการณ์สำคัญบางอย่างด้วยการใช้บทสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ ลักษณะของภาพขาดความคมชัด แตกๆ หยาบๆ กล้องเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาเหมือนภาพข่าวที่ถ่ายแบบแฮนด์เฮลด์ คล้ายการแอบบันทึกพฤติกรรม ความเร่งรีบในการบันทึกเหตุการณ์ปัจจุบันทันด่วน ในขณะที่ “Monsters” ก็คล้ายๆ กัน คือดำเนินเรื่องในลักษณะหนังสารคดี ภาพเต็มไปด้วยความหวือหวา สั่นไหว ที่จงใจบันทึกเอาสีหน้า แววตาผู้คน ในต่างถิ่นที่พบเจอ ผ่านสายตาของช่างภาพตัวละครเอก มากกว่าจะเป็นภาพกว้างที่ถ่ายทอดให้เห็นลักษณะภูมิประเทศบ้านเมือง (ซึ่งครั้งหนึ่งช่างภาพหนุ่มบอกกับเพื่อนร่วมทางลูกสาวเจ้านายของเขาว่า พ่อของเธอจะจ่ายให้อย่างงาม ถ้าถ่ายภาพเด็ก 10 ขวบ ตายเพราะถูกสัตว์ประหลาดฆ่าได้)  “District 9” ให้น้ำหนักของความเป็นหนังแอ็คชั่นและดราม่าเท่าๆกัน ส่วน “Monsters” ดูจะหนักไปทางดราม่า ที่ให้บรรยากาศของหนังที่ว่าด้วยการเดินทางแบบ ‘Road Movie’

             ใน “District 9” นอกจากมนุษย์ต่างดาวจะมีหน้าตาประหลาดกว่าที่เคยเห็นและไม่ได้มาเพื่อทำสงครามล้างโลก ล้างเผ่าพันธุ์มวลมนุษยชาติแล้ว หนังยังจงใจให้พวกมันพบเจอชะตากรรมที่ไม่ต่างจากคนบนโลกอีกหลายล้านคนต้องเจอ นั่นคือ ความไม่เท่าเทียมของชนชั้นล่างในสังคม (แต่พวกมันนั้นซวยกว่าเพราะ ‘ไม่ใช่คน’) การถูกเลือกปฏิบัติจากภาครัฐ การถูกเอารัดเอาเปรียบโดยไม่รู้เท่าทัน และกลายเป็นเหยื่ออันโอชะของระบอบทุนนิยมหรือบริโภคนิยมที่ครอบงำแทบจะทุกสังคมโลกในเวลานี้ เช่นเดียวกันหนังอย่าง “Monsters” ชะตากรรมของผู้คนที่ตัวละครประสบพบเจอระหว่างเดินทางก็ไม่ต่างกัน หากแต่ ‘คน’ ในเรื่องหลังดูจะถูกกระทำจากการสมคบคิดของรัฐบาลสองประเทศ ที่ดูเหมือนต่างฝ่ายต่างก็จะ ‘เอื้อสม’ ผลประโยชน์ระหว่างกันเป็นอย่างดี คนในเมืองชายแดนเม็กซิโก ไม่ได้เกรงกลัวสัตว์ประหลาดมากไปกว่าทหารอเมริกันขับเครื่องบินมาทิ้งระเบิดลงบ้านของพวกเขา หรือพ่อค้านักธุรกิจในท้องถิ่นบางคนฉวยโอกาสโก่งค่าเรือเดินทางในช่วงเวลาวิกฤติ คนเม็กซิโกนอนตายเรียงรายไม่รู้ว่าด้วยน้ำมือสัตว์ประหลาดหรือมนุษย์ด้วยกันเอง “Monsters” ได้สะท้อนภาพความล้าหลังของประเทศโลกที่สามที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยความฉ้อฉลของเจ้าหน้าที่รัฐและนักธุรกิจขี้โกง แต่ชาวบ้านตาดำๆ ที่ตกระกำลำบากกลับมีน้ำจิตน้ำใจให้มากกว่า(แม้กับคนต่างถิ่น) ไม่แพ้เจ้า ‘Monsters’ ตัวจริง ที่แม้หน้าตาดูน่าเกลียดน่ากลัว (และไม่ค่อยเหมือนเรื่องไหน) แต่มันก็มีหัวจิตหัวใจด้านดีงามไม่แพ้มนุษย์ หรือว่า?เรากับเจ้าสัตว์ประหลาด บางครั้งก็ไม่ได้ต่างกันซะทีเดียวหรอก

........................................
ชื่อเรื่อง: Monster เขมือบดุ
ประเภท : Drama, Sci-fi, Thriller
นักแสดง : Whitney Able, Scoot McNairy
ผู้เขียนบท-กำกับ: Gareth Edwards

......................
(คอมลัมน์ เอกเขนกดูหนัง : Monsters โดย...ณัฐพงษ์ โอฆะพนม [email protected]/facebook/Natthapong Okapanom/twitter@Natthapong_O)