บันเทิง

'แม่นก'โตใต้ปีกลูกชาย'ป้าเช็ง-ลีน่า'ข้าสู้คนเดียว

'แม่นก'โตใต้ปีกลูกชาย'ป้าเช็ง-ลีน่า'ข้าสู้คนเดียว

11 เม.ย. 2555

'แม่นก'โตใต้ปีกลูกชาย'ป้าเช็ง-ลีน่า'ข้าสู้คนเดียว : โลกไร้เสา

          การประกาศโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ของบริษัท เคเบิล ไทย โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ "ซีทีเอช" สร้างความฮือฮาให้แก่วงการสื่อโทรทัศน์บ้านเรา
 
          ซีทีเอชเป็นการรวมตัวกันของผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่นทั่วประเทศกว่า 200 ราย โดยผู้ถือหุ้นใหม่นั้นเป็น "คนดัง" ทั้งนั้น เริ่มจาก วิชัย ทองแตง ผู้เคยเป็นทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำคดีซุกหุ้น ถือหุ้นในสัดส่วน 25%
 
          "จูเนียร์" วัชร วัชรพล ลูกชายสุดที่รักของยิ่งลักษณ์ วัชรพล ทายาทไทยรัฐ ถือหุ้น 25% และ "อากู๋" ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 20%
 
          การเข้ามาลงทุนในซีทีเอชของสามคนดัง ทำให้ "เคเบิลบ้านนอก" มีภาพลักษณ์กลายเป็น "เคเบิลอินเตอร์" ทันที
 
          จริงๆแล้ว การเข้ามาถือหุ้นของอากู๋ไม่มีอะไรมาก เนื่องจากเคเบิลทีวีเข้าถึงฐานผู้ชมจำนวนมาก และไม่ทับซ้อนกับแพลตฟอร์ม “จีเอ็มเอ็ม แซท” (กล่องรับสัญญาณดาวเทียม) อากู๋จึงหวังกินรวบทั้งตลาดทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี
 
          เมื่อสิบปีที่แล้ว สมรภูมิทีวีดาวเทียมเป็นพื้นที่ให้ผู้เล่นรายย่อย ซึ่งไร้โอกาสในฟรีทีวี เพราะ "ขาใหญ่มีเดีย" ซื้อเวลาไปทำรายการหมด แต่วันนี้ บรรดาขาใหญ่ตามมาไล่บี้ถึงทีวีดาวเทียม ผู้ประกอบการรายเก่าๆจะอยู่อย่างไร? 
       000
 
          หลายคนนึกถึงทีวีดาวเทียมแบบว่าข้ามาคนเดียวอย่างป้าเช็ง แห่งช่อง "ซูเปอร์เช็ง"
 
          สามปีก่อน "ป้าเช็ง" หรือ ศรวรรณ ศิริสุนทรินท์ โด่งดังจากข่าว อย.ดำเนินคดีในข้อหาขายน้ำยาหยอดตาที่ผลิตจากน้ำหมัก โดยป้าเช็งใช้ทีวีช่องซูเปอร์เช็ง เป็นช่องทางสื่อสารกับผู้ชมทางบ้าน
 
          หากศึกษาชีวิตป้าเช็งจากทุกมุม ก็จะรู้ว่าผู้หญิงสูงวัยคนนี้มีอะไรที่มากไปกว่าคนขายยาหยอดตา
 
          ป้าเช็งร่ำรวยมาจากการขายที่ดิน และทำธุรกิจมากมาย ทั้งเคเบิลทีวี ชิปปิ้ง เรือเฟอร์รี่ขนส่ง ฮาร์ดแวร์ ก่อสร้าง หมู่บ้านจัดสรร คอมพิวเตอร์ อาหารแช่แข็ง และทีวีดาวเทียม
 
          สมัยที่อากู๋กับเฮียฮ้อยังสนุกกับขายซีดีเพลง ป้าเช็งได้เริ่มทำเคเบิลทีวีอยู่แถวชลบุรี ในนามบริษัทพี.ที.วี. ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นทีวีดาวเทียมช่องซูเปอร์เช็ง เมื่อปี 2546 รวมทั้งเป็นบริษัทโปรดักชั่น และบริการรับติดตั้งจานดาวเทียม 
 
          ตอนหลัง ป้าเช็งค้นพบน้ำหมักจากการเรียนสมุนไพร มาจากหลวงพ่อบุญจันทร์ และหลักสูตรการใช้สมุนไพรจากโครงการพระราชดำริป่าสมุนไพร จึงได้ทดลองทำน้ำหมักชีวภาพ โดยดัดแปลงจากน้ำมูตรเน่า ตามพระไตรปิฏก
 
          ราวปี 2552 ป้าเช็งจึงปรับแบรนด์ช่องซูเปอร์เช็ง ให้เป็น "ทีวีลดโลกร้อน" ด้วยการรณรงค์ทำน้ำหมักชีวภาพ เพื่อเป็นการลดขยะ พร้อมกับแจกน้ำหมักให้ชาวบ้านร้านตลาดไปใช้ แต่ภายหลังประกาศเลิกแจก โดยหันให้คนมาซื้อ จึงเกิดคดีความกันขึ้นมา
 
          ป้าเช็งหายไปจากช่องทีวีดาวเทียมอยู่พักใหญ่ ก็กลับมาจ้อหน้าจอเหมือนเดิม คราวนี้ป้าเช็งเน้นการเรื่องทำน้ำหมักอย่างเดียว
 
          ปัจจุบัน นพ.พิพัฒน์ ยิ่งเสรี เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ชี้แจงว่า สำหรับรายการใหม่ของป้าเช็งนั้น มีลักษณะของการให้ความรู้เกี่ยวกับกรรมวิธีในการทำน้ำหมัก ไม่ได้โฆษณาชวนเชื่อสรรพคุณในการรักษาโรค หรือขายน้ำหมักอย่างที่ผ่านมา ส่งผลให้ อย.ไม่สามารถดำเนินการเอาผิดได้
 
          ทีวีป้าเช็งจึงมีจุดขายอยู่ที่การทำน้ำหมัก โดยป้าแกนั่งพูดนั่งสอนอยู่คนเดียว และมีบางครั้งที่มีรายการสัญจรไปสอนทำน้ำหนักในต่างจังหวัด
      000
 
          อีกช่องหนึ่งที่จัดอยู่ในกลุ่มทีวีข้ามาคนเดียว คือช่อง "ฮ็อตทีวี" ของ "ลีน่า จัง" หรือ ลีนา จังจรรยา เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง ร้านเสื้อผ้า และสำนักกฎหมาย
 
          ลีน่า จึง บอกถึงเหตุผลที่ต้องลุกขึ้นมาทำรายการทีวี เพราะต้องการใช้ความเป็นทนายความตอบปัญหาให้ผู้ตกทุกข์ได้ยาก จึงลงทุนเปิดทีวีดาวเทียม ด้วยคอนเซปต์ "แฉทุกเรื่อง"
 
          ฉะนั้นรายการยอดฮิตของช่องฮอตทีวี จึงเป็นช่วงปรึกษาปัญหาข้อกฎหมาย โดยลีน่า จัง จะให้ผู้ชมโทรศัพท์เข้ามาแบบ "ถามสด-ตอบสด" หน้าจอ
 
          "เมื่อความฝันของเราที่จะเป็นนักการเมืองที่ดีไม่ได้ ก็ขอเป็นนักกฎหมายที่ดีได้ไหม อย่างน้อยๆ ขอให้ฉันมีสื่อโทรทัศน์ดาวเทียม ฉันก็ดีใจแล้ว”
 
          ลีน่า จัง ตอบคำถามนักข่าวสำนักหนึ่ง ซึ่งเวลานี้ เธอมีความสุขกับการจัดรายการทีวีตั้งแต่เช้ายันค่ำ นั่งพูดคนเดียวเกือบทุกรายการ ตั้งแต่เล่าข่าวช่วงเช้าแข่งกับสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา เมาท์เรื่องบันเทิง ยันตอบปัญหาทางเพศในช่วงดึก
 
          อย่างไรก็ตาม ทีวีของลีน่า จัง มีจุดขายอยู่ที่ช่วงแฉคดี มีการถาม-ตอบปัญหาคดีความต่างๆ เหมือนทีวีของป้าเช็ง ก็มีคนโทรมาถามแต่เรื่องการทำน้ำหมัก
       000
 
          สำหรับผู้หญิงวงการบันเทิงคนเดียวที่มีทีวีดาวเทียมถึง 7 ช่อง มันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ แต่ "แม่นก"  จันทนา ศิริผล ดาราตุ๊กตาทองนักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม วัย 62 ปี ทำให้คนทั้งประเทศได้ประจักษ์แล้ว
 
          14 ปีที่แล้ว แม่นก-จันทนา ออกจากวงการไปเป็นผู้บริหาร บริษัทดารามณีจิวเวอร์ลี่ ทำการค้าเกี่ยวกับอัญมณี พอมีคนลงทุนทีวีดาวเทียม แม่นกจึงกำเงิน 8 หมื่นบาท ไปเช่าสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมช่องหนึ่ง ทำรายการทีวีขายสินค้าของตัวเอง โดยมีกล้องวิดีโอแค่ตัวเดียว
 
          ปรากฏว่าสินค้าอัญมณีขายได้ จึงมีเงินเช่าซื้อช่องทีวีดาวเทียมเป็นของตัวเองที่ออกอากาศทั้งในระบบซีแบนด์ และเคยูแบนด์
 
          เริ่มต้นที่ "ดาราแชนแนลส์" ก่อนจะขยับเป็น "แชมป์ทีวี" , "จันทนาทีวี" , "ภุชงค์ทีวี" , "ลิเกดาราทีวี" , "ว้าวทีวี" และ "โอมมหารวยทีวี"
 
          เบื้องหลังความสำเร็จของแม่นกก็คือลูกชายคนโต ''ตุ้ม''ภุชงค์ สิริธัญผล ที่ก่อร่างสร้างบริษัท โอมมหารวย จำกัด ขึ้นมาผลิตรายการทีวีป้อนช่องต่างๆ ในเครือ
 
          แม่นกต่างจากป้าเช็ง และลีน่า จัง เพราะได้ลูกชายที่มากความสามารถ จึงทำให้ค่ายโอมมหารวย กลายเป็นเจ้าของสื่อทีวีดาวเทียมรายใหญ่ ที่ท้าทาย "ขาใหญ่มีเดีย" ด้วยคอนเทนท์แบบคนบ้านๆ
 
          ปรากฏการณ์ทีวีคนเล็กคนน้อย กำลังเป็นบทเรียนใหม่ของธุรกิจสื่อเมืองไทย ในยุคปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งของ กสทช.
.............................
(หมายเหตุ 'แม่นก'โตใต้ปีกลูกชาย'ป้าเช็ง-ลีน่า'ข้าสู้คนเดียว : โลกไร้เสา)