
ทีวีแม่ค้าแม่ขาย
ทีวีแม่ค้าแม่ขาย : มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร
มีการเปลี่ยนแปลงทางหน้าจอทีวีดาวเทียม เมื่อหลายช่องของ "ไลฟ์ทีวี" หายไปในช่วงต้นเดือนเมษายน 2555
ก่อนหน้านั้น 3 ช่องกีฬาของไลฟ์ทีวี ประกอบด้วยช่องฟุตบอลพลัส ช่องสปอร์ต พลัส และช่อง แมนยูทีวี ได้เข้าร่วมการเปิดตัวแพ็คเกจใน "จีเอ็มเอ็ม สปอร์ต" ผ่านกล่องวันสกาย (กล่องจีเอ็มเอ็มแซท) ของแกรมมี่
มันเป็นสัญญาณการ "ถอย" ของไลฟ์ทีวี ที่มีการรับรู้ของคนดู ผ่านแพล็ตฟอร์มเคเบิลทีวี และผ่านกล่องโอทูของพีเอสไอ
ผมจำได้ว่าช่วงปลายรัฐบาลทักษิณ 1 วิทยุชุมชน และเคเบิลทีวี เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มเคเบิลทีวีภูธร ที่มีมากกว่า 200 ราย(ในเวลานั้น) แต่เคเบิลเหล่านั้นยังขาดแคลน "คอนเทนท์" จึงมีกลุ่มสไมล์ทีวี ผลิตรายการทีวีจำนวน 6 ช่อง ขายลิขสิทธิ์ช่องรายการให้ผู้ประกอบการเคเบิลท้องถิ่น
ต่อมา สไมล์ทีวีได้เปลี่ยนเป็น "ไลฟทีวี" และคอนเทนท์เพลงลูกทุ่งช่อง "ไทยไชโย" ได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ชมต่างจังหวัด
"เบิร์ด" กุลพงศ์ บุนนาค เข้ามาเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัท ไลฟ์ทีวี จำกัด จึงมีการผลิตคอนเทนท์บันเทิงที่หลากหลายกลุ่มเป้าหมาย และร่วมมือกับค่ายกันตนา เปิดช่องรายการ "มิราเคิล" นำเสนอสารคดีเรื่องราวที่ลึกลับและเรื่องแปลกเหลือเชื่อ
สองปีที่แล้ว คอนเทนท์บันเทิงจากแกรมมี่กับอาร์เอส ทำให้ทีวีดาวเทียมบูม ไลฟ์ทีวีจึงปรับกลยุทธ์ขยายฐานผู้ชมโดยได้ปล่อยสัญญาณเป็นแบบฟรีทีวี ในช่องป๊อป, ไทยไชโย, มิราเคิล, เฟม และคลิกเอเชีย เพื่อให้ผู้ที่ติดจานดาวเทียมระบบซี-แบนด์ได้รับชมฟรี
ไลฟ์ทีวีหวังเปลี่ยนรูปแบบจากการขายลิขสิทธิ์ให้เคเบิลทีวี มาเป็น "ขายโฆษณา" แทน ส่วนช่องที่เหลือยังคงขายลิขสิทธิ์ให้กับเคเบิลทีวีเช่นเดิม
กลางปี 2553 ไลฟ์ทีวีจับมือกับพีเอสไอ ผู้ผลิตจานดำรายใหญ่ เปิดตัวบริการไลฟ์ทีวีพลัส และรับชมช่องรายการที่เข้ารหัส โดยมีการเก็บค่าบริการผ่านทางบัตรเติมเงิน
ผมมองว่า นี่เป็นโมเดลธุรกิจใหม่ของ "คนขายจานดาวเทียม" กับ "คนขายคอนเทนท์" โดยช่องรายการกีฬาอย่างสปอร์ตพลัส เป็นจุดขาย
ไม่ทราบว่าการเป็นพันธมิตรธุรกิจระหว่างไลฟ์ทีวีกับพีเอสไอ มีปัญหาใด จึงทำให้ไลฟ์ทีวีต้องหอบช่องสปอร์ตพลัสไปอยู่กับค่ายอากู๋ หรือมันเกิดจากปัญหาภายในขององค์กรไลฟ์ทีวีเอง
ขณะที่ช่องสารคดี บันเทิงและกีฬาของไลฟ์ทีวีหายไปจากจอ บนแพล็ตฟอร์มจานดำดูฟรี ก็มี 2 ช่องใหม่ปรากฏโฉมอย่างรวดเร็วคือ "ปิ๊งแชนแนล" กับ "อาร์แชนแนล"
ทั้งปิ๊ง ทั้งอาร์ เป็นทีวีดาวเทียมประเภท "ขายสินค้าสลับวาไรตี้บันเทิง" ซึ่งช่องทีวีพวกนี้มีอยู่มากกว่าร้อยละ 80 ของช่องทีวีดาวเทียมทั้งระบบซีแบนด์ และเคยูแบนด์
เซียนจอดาวเทียมวิเคราะห์ว่า นับจากนี้ไป กลุ่มผู้ประกอบการที่ผลิตคอนเทนท์ขายจะล้มหายตายจากไป แต่ที่จะอยู่ได้คือ "กลุ่มทีวีขายสินค้า" เพราะการลงทุนทำทีวีดาวเทียมช่องหนึ่ง ก็ไม่ต่างจากทุ่มงบซื้อโฆษณาสินค้า
เราจึงแม่ค้าแม่ขายนั่ง "ขายสินค้าความเชื่อ" ผ่านหน้าจอดาวเทียมทั้งวันทั้งคืน เหมือนยกตลาดนัดมาไว้ในบ้าน!
.............................
(หมายเหตุ ทีวีแม่ค้าแม่ขาย : มองผ่านเลนส์คม โดย... บรรณวัชร)



