
ความในใจของ'วู้ดดี้'
'โชคดีที่ได้ทำสิ่งที่ผมรักทุกวัน'ความในใจของ'วู้ดดี้' : สกู๊ปบันเทิง
เป็นพิธีกรฝีปากกล้า ที่ขึ้นชื่อเรื่องคำถามที่ตรงและแรง แถมแขกรับเชิญในรายการต่างเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์เสมอ วันนี้ "คมชัดลึก" เลยขอนำคำสัมภาษณ์ของ "วู้ดดี้" วุฒิธร มิลินทจินดา ในรายการ "ซุปตาร์ในดวงใจ" ที่จะออกอากาศวันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน เวลา 11.00 น. เพื่อให้แฟนๆ ได้รู้จักผู้ชายคนนี้มากยิ่งขึ้น
@ รายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" กับ "เช้าดูวู้ดดี้" ต่างกันอย่างไร
ด้วยฟีลมันคนละอารมณ์มากกว่า "วู้ดดี้เกิดมาคุย" จะคุยประเด็นสังคมระดับประเทศ ซึ่งจะมีประเด็นหลากหลายไม่ได้รุนแรง มันแล้วแต่เนื้อหา แล้วแต่ละสัปดาห์ บางสัปดาห์อาจดุเด็ดเผ็ดมัน บางสัปดาห์อาจเป็นเรื่องดาร้า...ดารา หรือเป็นเรื่องพิเศษระดับโลก ซึ่งมาตราฐานความแรงอยู่ที่ตัวเราเองที่จะกำหนด และจะเป็นเช่นนั้นไปเรื่อยๆ ส่วน "เช้าดูวู้ดดี้" มี 5 วันต่อสัปดาห์ สิ่งที่คนดูคาดหวังคือเพื่อนไม่ใช่ข่าว แต่สามารถเกาะกระแสข่าวได้เพราะรายการเรามีทุกวัน นำเสนอสาระหลากหลาย แต่ทั้งสองรายการคือทอล์คโชว์ เป็นรายการสื่อสารกับคนซึ่งเป็นสิ่งที่ผมถนัด
@ ในรายการ "วู้ดดี้เกิดมาคุย" มีหลายเทปที่มีกระแสฮอตและร้อนแรงทำไมถึงเลือกบุคคลเหล่านั้นมาออกรายการ
ต้องเข้าใจก่อนว่ารายการนี้ เราต้องสัมภาษณ์ทุกคนที่เป็นกระแส ที่มาของทุกเทปมันเกิดจากโต๊ะกินข้าว เรื่องที่คนพูดถึง เม้าท์ถึง โดยในความเป็นจริงคนเหล่านั้นอาจไม่รู้เรื่องจริงเป็นอย่างไร เราจึงเชิญแขกที่เป็นประเด็นมาออกรายการ เพราะผมเองอยากรู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร เราต้องนำเสนอข้อเท็จจริงและต้องเป็นกลาง และผมว่าคนทีวีทุกคนต้องยึดเรตติ้ง ไม่ว่าจะเป็น ส.ส.เก่ง การุณ โหสกุล หรือว่าจะกรณีที่เชิญ ส.ส.ศิริโชค สายล่อฟ้า แล้วถูก จักรพันธ์ ยมจินดา บิ๊กบอร์ด อสมท. เรียกไปพูด ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เป็นเพราะเราเชิญนักการเมืองมาออกรายการ ทุกคนเลยมองว่า เมื่อมีส.ส.และประเด็นร้อนทางการเมือง เขาก็เลยเม้าท์กันไป เป็นกระแส ไม่ว่าฝ่ายไหนมาออกก็เป็นประเด็นทุกครั้ง ทางช่องก็บอกว่าฟีดแบกแรงแล้วก็จบกันไป เพราะเรามีหลักว่าต้องนำเสนอออกไปแล้ว ทำให้แขกของเราอยากจะพูด เท่าที่จะออกอากาศไป ที่ผ่านมาก็ถือเป็นบทเรียนที่ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ
@ เป็นคนพูดแรงๆ ในรายการ อยากทราบว่าตัวจริงของวู้ดดี้เป็นคนน่าหมั่นไส้ไหม
ด้วยคาแร็กเตอร์ ด้วยการถามในรายการ ผมว่าตัวเองน่าถีบนะ (ยิ้ม) แต่เราต้องยอมรับตัวเองและถามตัวเองว่านี่คือตัวเราหรือเปล่า สิ่งที่ผมเรียนรู้จากรายการทุกคนเกิดมาต้องมีคนรักและคนเกลียด เมื่อเราเป็นสื่อเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีทั้งคนรักและคนหมั่นไส้ แต่ทำอย่างไรก็ได้ให้คนที่หมั่นไส้เรา ให้เขาเข้าใจว่ามันเป็นหน้าที่ที่เราต้องทำ แต่ก่อนตอนที่เป็นวีเจผมเคยนอยด์มาก ว่าทำไมคนไม่ชอบเรา แต่ตอนนี้ผมกลับไม่รู้สึกอะไร เพราะเราเข้าใจและยอมรับตัวตน เราจะไปใส่ใจทำไม ทำไมไม่ใส่ใจคนที่รักเราอย่างพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน เพราะไม่มีใครใส่ใจใครร้อยเปอร์เซ็นต์ในโลกใบนี้ วันนี้เขาเกลียดเรา แต่พรุ่งนี้เขาอาจจะลืมว่าเกลียดเรา นี่คือสิ่งที่ผมค้นพบจากแขกที่มาร่วมรายการ ทำให้ผมไม่นอยด์และขอบคุณความน่าหมั่นไส้ที่ทำให้ผมดัง
@ เคยกลับมาเสียใจกับคำถามที่เคยถามออกไปแล้วบ้างหรือเปล่า
ผมจัดรายการมา 5 ปีแล้ว ผมว่าคนดูน่าจะชิน ทุกวันนี้ผมรู้สึกว่าไม่ต้องถามแรงหรืออ่อนกว่านี้ มันเป็นเสน่ห์ของเกิดมาคุยซึ่งคนดูรับได้ บางคำถามอาจแรงและตรงไปตรงมา แต่มันไม่ได้ก้าวร้าว มันแค่มีกลิ่นอาย อารมณ์วู้ดดี้เป็นสันดานมนุษย์ วันที่ผมตัดสินใจทำรายการนี้คือวันที่ผมศึกษาเรื่องพระพุทธเจ้า และจากที่ผมอ่านประวัติทำให้รู้ว่าคนที่ถามมากๆ ถามตรงๆ แรงๆ สุดท้ายก็จะเป็นผู้รู้ ผมจึงบอกตัวเองว่าผมอยากเป็นผู้รู้ เลยทำทุกอย่างเท่าที่จะถามได้ ถ่ายทอดผ่านทางทีวีแล้วไม่ผิดกฎหมาย ถามแทนใจคนทางบ้าน นั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้คนติดรายการ แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มที่ยังไม่ชินเพราะรายการแบบนี้ยังมีไม่มากในบ้านเรา
@ หลายคนเม้าท์ว่ารายการวู้ดดี้บางเทปเฟค
มีบางเทป ด้วยอารมณ์มากกว่า เพราะมีคำถามที่เราอยากถามและบางคำถามที่เราถามแทนใจคน และถูกประดิษฐ์ด้วยสีหน้าและอารมณ์มันคือทีวี มันเป็นเรื่องปกติมากในการจัดรายการเพราะเรากำลังจะจัดทอล์คโชว์ เป็นรายการวาไรตี้บันเทิง ขึ้นชื่อว่าบันเทิงเป้าหมายคือการให้ความบันเทิงกับคนดู ดังนั้นถามว่าเซ็ทไหม มุมกล้องเซตคำถามก็ต้องเซต เพื่อให้ได้อรรถรสในการดู ซึ่งผมเชื่อว่าคนดูเข้าใจ
@ ตัวตนที่แท้จริงของวู้ดดี้เป็นอย่างไร
ผมเป็นคนขี้เกียจและสกปรกมาก คือผมอาบน้ำเช้าเย็นนะ บุคคลิกผมอาจดูเป็นคนสำอาง แต่ความเป็นจริงผมไม่ค่อยใส่ตัวเอง เรื่องเล็บจะเป็นปัญหากับผมมาก เพราะผมขี้เกียจตัด ส่วนใหญ่จะเป็นผู้จัดการมากกว่าที่จะคอยกำกับ บอกให้ทาครีม ให้แต่งหน้า ให้เซตผม ผมยังเคยคิดว่าถ้าปีหน้าเรามีระบบกล้องที่ดีกว่านี้ ผมจะไม่ใช้เครื่องสำอาง ผมรู้สึกว่าเวลาออกรายการทำไมเราต้องใช้เครื่องสำอาง ผมอยากลองทำดูในปีหน้าคนจะได้ชินหน้าจริงๆ ของเรา
@ ทำงานหนักขนาดนี้อยากพักผ่อนไหม
มาก...ก สมัยก่อนผมบอกตัวเองเสมอว่าตั้งใจทำงานไปแล้วเราก็จะได้พักแล้ว แต่มันไม่เวิร์ก เพราะหลังจากที่เราพักเราก็จะคอยนับวันให้ถึงวันหยุดพักอีก ผมว่ามันเป็นวัฏจักรที่เลวร้ายพลังการทำงานเป็นลบ ผมจึงคิดใหม่แก้ใหม่ให้เป็นพลังบวกตลอด กลับไปได้ดูรายการ ดูหนัง เจอพ่อแม่ สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทำตัวเองความสุขกับทุกย่างก้าวในชีวิต ทุกวันนี้ผมโชคดีมากที่ได้ทำสิ่งที่ผมรักทุกวัน เลยไม่รู้สึกว่าต้องไปชาร์ตแบต และอยากให้ทุกคนคิดแบบนี้เวลาทำงาน ถ้าไม่ใช่ก็อยากให้ลาออกไปหาสิ่งที่ใช่ เพราะการอยู่ในวงการนี้ได้ต้องเป็นตัวจริง แต่ถ้าจะมาเป็นตัวปลอมอย่าเสียเวลามาอยู่ตรงนี้
ชัดเจนและตรงไปตรงมาจริงๆ พ่อคู้น...
.............................
(หมายเหตุ 'โชคดีที่ได้ทำสิ่งที่ผมรักทุกวัน'ความในใจของ'วู้ดดี้' : สกู๊ปบันเทิง)



