บันเทิง

รู้ทันกฎหมาย - ฉ้อโกงเจ้าหนี้

รู้ทันกฎหมาย - ฉ้อโกงเจ้าหนี้

14 พ.ค. 2552

ไม่มีลูกหนี้ที่ไหนตั้งใจจะโกงเจ้าหนี้ตั้งแต่วันที่ผูกสัมพันธ์กัน ตอนนั้น ลูกหนี้ก็แค่หวังว่าเจ้าหนี้จะยอมดองกันฉันเจ้าหนี้ลูกหนี้ คิดว่าน่าจะมีทางปลดหนี้พ้นไปได้ตามเป้าหมายที่รับปากไว้

  หลังจากวันนั้นผ่านไป มีเหตุที่ไม่อาจทำได้ตามเป้าหมาย หรืออาจเริ่มเสียดายยังไม่อยากจ่าย อยากจะขยายเวลาออกไป  แต่จำใจเจ้าหนี้ไม่เห็นดีเห็นงามตาม ก็เลยต้องเริ่มทำอะไรเพื่อหาทางขยับขยายเอาตัวรอด  

 ปลายทางของการบิดพลิ้วก็มักเป็นที่ศาล เจ้าหนี้จะผันตัวเองกลายเป็นโจทก์ ทำให้ลูกหนี้ได้ตำแหน่งจำเลยในศาลไปโดยปริยาย

 หากเป็นการฟ้องร้องกันในศาลแพ่งก็แล้วไป  เพราะสุดท้ายเจ้าหนี้มักได้ชัย ศาลจะพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้  ถ้ายังถือดีไม่ปฏิบัติ  ก็ต้องถูกบังคับคดีต่อไป 

 เจ้าหนี้ก็ต้องเหนื่อยหน่อย เพราะต้องไปคอยติดตามว่าลูกหนี้มีทรัพย์สินให้ยึดมีเงินสดให้อายัดหรือไม่  มีสักเท่าไหร่  ถ้าไม่คุ้มยอดหนี้ที่มีดอกเบี้ยเดินตาม  ก็ต้องทำบัญชีตัดหนี้สูญไป

 งานนี้ก็ต้องจองล้างจองผลาญกันนานถึง 10 ปี ตามที่กฎหมายกำหนดระยะเวลาให้สำหรับการบังคับคดี  ระหว่างนี้เจ้าหนี้ก็ต้องตาสับปะรด  ลูกหนี้ก็มีทรัพย์สินเป็นไม่ได้  หลอนกันไปจนบางทีตายจากไปแล้วยังใช้หนี้หรือได้หนี้ไม่ครบ ต้องไปจบลงชั้นลูกหลาน

 ลูกหนี้ก็มีพัฒนาการในการเอาตัวรอดไปเรื่อยๆ  เจ้าหนี้ก็ต้องมีวิธีจัดการ ด้วยการหาหลักประกันให้เพียงพอ แต่ถ้าเวลาผ่านไป บางทีหนี้ก็ท่วมหลักประกันได้ เจ้าหนี้ก็มีแต่จะเสียเปรียบเป็นส่วนใหญ่

 เมื่อเหตุการณ์บีบคั้นจนเข้าขั้นโคม่า ลูกหนี้ก็ไม่รอให้ศาลพิพากษา โดยการหาลู่ทางที่จะสร้างความปลอดภัยไว้ให้ครอบครัว ไม่ต้องมาหมดตัวตามกันไป

 การโยกย้ายเปลี่ยนมือทรัพย์สินไปเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ มีความผิดตามกฎหมายในข้อหา “ฉ้อโกงเจ้าหนี้”  ติดคุกสูงถึง 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4,000 บาท หรือทั้งจำคุกและปรับรับไปสองเด้ง

 แบบนี้เรียกว่าโกงกันเห็นๆ  ลูกหนี้ที่เป็นงานกว่านี้  ก็อาจใช้วิธีสร้างหนี้สร้างสินขึ้นมา  ทั้งที่ไม่มีอยู่จริง  เพราะถ้าจะจ่ายเงินออกไป หรือโอนทรัพย์สินใช้หนี้ให้เจ้าหนี้รายอื่นๆ  กฎหมายให้ทำได้  ก็เลยใช้วิธีนี้แทน

 ของพรรค์นี้อย่าคิดว่าไม่ได้เป็นลูกหนี้แล้วจะไม่โดน  เพราะถ้าเราไปช่วยซ่อนเร้น รับโอนทรัพย์สินไปแบบหลอกๆ  หรือยอมเล่นบทเป็นเจ้าหนี้ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ ก็ถือว่าได้ทำความผิดทางอาญาเหมือนกัน 

 เพื่อนๆ จะเป็นหนทางที่ดีที่ลูกหนี้จะไปหา ขอร้องให้ช่วยในยามยาก  คนเป็นเพื่อนก็จะลำบากใจ จะไม่ช่วยก็หาว่าทำตัวเหมือนไม่ใช่เพื่อน  ครั้นช่วยไปทั้งๆ ที่ไม่เต็มใจ  ก็ผูกขาไว้เป็นเพื่อนตายเข้าซังเตไปด้วยกัน

 ขอแนะนำให้ใจแข็งเข้าไว้  ห้ามไม่ได้ก็อย่าไปร่วมวง  เพราะเพื่อนที่ดีก็ต้องเข้าใจไม่อยากให้เพื่อนต้องเดือดร้อน  เป็นหนี้ก็ต้องหาวิธีอื่นไป งานนี้ไม่ควรรับไว้เด็ดขาด

 ลูกหนี้ที่เที่ยวไปทำนิติกรรมอะไรเอาไว้  โดยรู้ทั้งรู้ว่าถ้าทำไปจะทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ แม้จะเป็นการทำนิติกรรมกันจริงๆ แค่ไหน  เจ้าหนี้ก็สามารถขอให้ศาลสั่งเพิกถอนได้ เพราะลูกหนี้ตั้งใจเสียดิบดีที่จะฉ้อฉลเจ้าหนี้ 

 เรื่องนี้มีข้อจำกัด หากคนที่จะได้ประโยชน์จากนิติกรรมนั้นไม่ได้รู้ถึงข้อมูลนี้ก็เพิกถอนไม่ได้  เช่น ไปทำสัญญาขายที่ดิน  แต่ถ้าเป็นการยกให้เฉยๆ  ต่อให้คนรับไม่รู้เรื่องก็ตามที  เจ้าหนี้ก็ร้องขอให้เพิกถอนได้

 เป็นลูกหนี้จึงมิใช่เรื่องง่ายๆ ต้องมีเครดิตในระดับที่ใช้ได้พอตัว  แต่ก็อย่าทำเสียชื่อไม่ใช้ให้ อาจได้รับข้อหาทางอาญาไปอีกต่างหาก เพราะกฎหมายไม่ส่งเสริมคนฉ้อโกง

"ศรัณยา ไชยสุต"