
เพลงพรายยังร่ายมนต์
เพลงพรายยังร่ายมนต์ : มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ
เอ่ยชื่อ "พราย" ปฐมพร ปฐมพร หลายคนน่าจะนึกถึงเขาออก ด้วยภาพลักษณ์ของนักร้องนักแต่งเพลงหนุ่มสุดอาร์ต เพลงร็อกที่ร้องสุดพลังจนเสียงแทบหลง ดนตรีเปี่ยมบรรยากาศ เนื้อหาที่งดงามด้วยภาษากวี และที่สำคัญคือภาพลักษณ์หลุดๆ อย่างการทาแถบสีคาดกลางใบหน้าทุกครั้งที่ออกสู่สาธารณะ เขาเป็นศิลปินที่ทำงานมายาวนาน แม้จะไม่โด่งดังมาก แต่แนวทางนั้นแน่วแน่และชัดเจนจนมีแฟนประจำกลุ่มหนึ่ง
เอ่ยชื่อ เมธี น้อยจินดา หลายคนก็น่าจะจำได้ว่าเขาคือมือกีตาร์แห่งวงโมเดิร์นร็อก วงดนตรีที่ทำให้เมืองไทยถูกถาโถมด้วยกระแสโมเดิร์นร็อกเมื่อราว 17-18 ปีก่อน และยังคงเป็นผู้นำเทรนด์ทางดนตรีมาจนถึง พ.ศ. นี้ เมธีคือมือกีตาร์หัวยุ่งที่โลดแล่นบนเวทีอย่างมีสีสันและเป็นเจ้าของเสียงกีตาร์ล้ำๆ ในทุกเพลงของวงหมาทันสมัย
แฟนพันธุ์แท้ของพรายและโมเดิร์นด็อกย่อมต้องรู้ดีว่า เพลง ก่อน... ที่ทำให้โมเดิร์นด็อกกลายเป็นวงมหาชนได้ตั้งแต่อัลบั้มแรกนั้นมาจากฝีมือการแต่งของปฐมพรนั่นเอง
หลังจากเคยร่วมงานกันตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแยกย้ายกันไปตามเส้นทางของตน เมื่อราว 2 ปีก่อน เมธีและปฐมพรก็กลับมาร่วมงานกันในโปรเจกต์ทางดนตรีชื่อ Pry & May-T Project แล้วออกอัลบั้มชื่อ Poetic Part ซึ่งมีเพลงที่พอจะเป็นที่ได้ยินทั่วไปอยู่บ้างเป็นเพลงภาษาอังกฤษเพราะๆ ชื่อ First Time แต่สำหรับคนที่ซื้ออัลบั้มชุดนั้นมาฟัง จะพบว่า Poetic Part ไม่ได้มีดีแค่เพลงนั้นเพลงเดียว หากแต่มันคือการผสมผสานกันระหว่างการร้องและแต่งเพลงแบบเฉพาะตัวของพรายเข้ากับการทำดนตรีที่มีครีเอทีฟของเมธีได้อย่างลงตัว จนกลายเป็นส่วนผสมที่เข้าเนื้อจนน่าจะทำงานออกมาให้ต่อเนื่อง
แล้วพวกเขาก็ทำงานต่อเนื่องออกมาในปีนี้เองครับ คราวนี้อัลบั้มชุดใหม่ถูกให้ชื่อว่า Re-creation Part (พอเห็นการใช้ชื่ออัลบั้มเป็นพาร์ตๆ แบบนี้แล้วก็เป็นไปได้ว่าเราอาจจะได้ฟังเพลงจากโปรเจกท์ดนตรีคู่นี้เป็นระยะๆ ต่อไปในอนาคตแน่ๆ)
Re-creation Part ยังคงเป็นส่วนผสมที่น่าสนใจเช่นเคย แต่ดีกรีความเข้มทางดนตรีนั้นยิ่งมายิ่งจัดจ้าน สรรพเสียงต่างๆ ส่งเสริมเนื้อเพลงของพรายได้อย่างสุดทางในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเพลงแบบกวีอย่างในแทร็กแรก เพลงพราย (ภาค 2) ที่ทั้งการร่ายบทกวีและเสียงร้องเต็มพลังของพรายยังเป็นคล้ายการร่ายมนต์ให้เรามองเห็นภาพฝันล่องลอยตามที่เขาถนัด แต่ในขณะเดียวกันหลายๆ เพลงก็ดูจะสื่อสารแบบแรงๆ และตรงๆ มากขึ้น อย่าง จื้ดดด เพลงแดนซ์ร็อกมันๆ ที่ได้ ตุล ไวฑูรเกียรติ มาร่วมสนุกก็ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ที่กำลังจะแตกสลายได้อย่างแสบสัน หรือ หลุดมั้ยหลุด? ที่พรายร้องกดเสียงต่ำร่ายเนื้อเพลงด้วยภาษาสุดอลังการเสียจนดูน่ากลัว เป็นเพลงที่ตั้งคำถามถึงทางเลือกต่างๆ ในชีวิตของผู้คนได้อย่างชวนคิดและชวนขนลุก
อ่านมาถึงตรงนี้ บางคนอาจจะรู้สึกว่าพรายและเมธีดูจะเป็นศิลปินที่ ‘แนว’ หรือ ‘อาร์ต’ กันเหลือเกินแล้ว แต่ต้องบอกว่าถ้าดูรายชื่อนักดนตรีที่มาร่วมงานนี้แล้วจะเห็นว่าพวกเขาได้นักดนตรีมาร่วมทีมจากสมาชิกของวงรุ่นน้องที่ ‘แนว’ และ ‘อาร์ต’ ในระดับไม่ยิ่งหย่อนกันอย่างวง Desktop Error และ Goose (ไม่ต้องแปลกใจถ้าคุณไม่เคยได้ยินชื่อสองวงนี้ แต่ขอยืนยันว่าทั้งสองวงล้วนเป็นคนดนตรีสายอาร์ตที่มีงานน่าสนใจสุดๆ ทั้งคู่ครับ) งานนี้เราจึงได้ฟังเพลงที่อื้ออึงสุดๆ อย่าง Count ที่อัดสรรพเสียงกันแบบให้เรารู้สึกถึงพลังเสียงที่พวยพุ่งออกมาจากลำโพงได้ในหลายมิติจริงๆ หรือเพลงเนื้อหาเชิงปรัชญาที่เต็มไปด้วยซาวนด์อิเล็กทรอนิกส์เวิ้งว้างอย่าง Across หรือ Love Cause Hate
แต่สำหรับคนที่ต้องการความคุ้นหูหรือสบายหูอยู่บ้าง อัลบั้มนี้ก็มีโบนัสแทร็กปิดท้ายเป็นเพลง ก่อน... เวอร์ชั่นพิเศษที่พวกเขาทำขึ้นมาใหม่โดยใช้ชื่อว่า Revisited Version ด้วยนะครับ ...เชื่อว่าคนที่เคยหลงรักเพลงนี้ก็ต้องดิ้นรนหาเวอร์ชั่นนี้มาเก็บสะสมกันไว้ล่ะ
ความน่าสนใจอีกประการของอัลบั้มนี้คือปกอัลบั้มสีสันฉูดฉาดที่วาดโดยศิลปินสาวชื่อดังรุ่นใหม่ของเมืองไทยอย่าง ยุรี เกนสาคู ซึ่งเป็นภาพที่ดูเซอร์แต่สวย น่ารักแต่แอบน่ากลัว ช่างเข้ากันกับดนตรีของพรายแอนด์เมธีโปรเจกท์เป็นอย่างดี เรียกว่าถ้านึกไม่ออกว่าดนตรีของพวกเขาจะเป็นอย่างไรก็ลองดูอารมณ์ที่สื่อออกมาจากภาพปกก่อนก็ได้ครับ
ภาพปกอัลบั้มนั้นเป็นงานศิลปะแน่ๆ แต่คงเคยได้ยินกันใช่ไหมว่าดนตรีก็เป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่งด้วย?
บทเพลงของพรายและเมธีในอัลบั้มนี้พิสูจน์เรื่องนี้ได้อย่างหนักแน่นเลยล่ะครับ
.............................
(หมายเหตุ เพลงพรายยังร่ายมนต์ : มองผ่านเลนส์คม โดย... วิภว์ บูรพาเดชะ @viphappening)



