บันเทิง

พริตตี้สมองโต

พริตตี้สมองโต

02 เม.ย. 2555

พริตตี้สมองโต : พริกกะเกลิอ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected]

          คุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช นายกสมาคมครอบครัวอบอุ่นและเป็นสุข วิจารณ์สาวๆ พริตตี้แต่งตัวโป๊ว่าโง่ไร้สมอง สาวๆ พริตตี้เลยย้อนกลับคุณระเบียบรัตน์อย่างชนิดที่คนสมัยนี้เรียกกันว่า “หงายเงิบ”
 
          สาวๆ พริตตี้ที่ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ อ้างเหตุผลตอบโต้คุณระเบียบรัตน์อย่างฉาดฉาน ไม่ว่าป้าจะเถียงอย่างไรก็ต่อไม่ได้ ไปไม่ถูก ป้าบอกว่าพวกเธอโง่ พวกเธอก็โต้ว่าฉันเรียนจบปริญญานะจ๊ะ และไม่ใช่แค่ตรี แต่โทด้วย แล้วที่แต่งตัววับแวมนี่ก็เป็นการทำงานในยุค 2012 ค่ะคุณป้า  ไม่ใช่ยุคพ่อขุนราม แม้นักประวัติศาสตร์อาจแย้งสาวๆ ว่า บางทีในยุคพ่อขุนรามอะไรนั่น ผู้หญิงก็อาจจะยังไม่ได้ใส่เสื้อเหมือนกันแหละ
 
          หลายคำจากสาวพริตตี้ตีความได้ว่า ป้าสวยไม่เท่าก็อย่าอิจฉากันสิ ยอมรับความจริงเสียเถิดว่าใครจะเอาป้าแก่ๆ หน้าเหี่ยว นมเหี่ยว มาเป็นตัวดึงดูดให้คนสนใจสินค้า มันต้องนมโต สมองโต ปราดเปรียว เฉลียวฉลาด รู้จักสินค้า รู้จักมาร์เก็ตติ้งอย่างพวกหนู 
 
          คนแก่อย่างเราที่อายุเกินห้าสิบ เข้าใจป้าระเบียบรัตน์ แต่ขณะเดียวกันก็เข้าใจสาวๆ
 
          พูดกันตรงๆ เราก็ไม่ชอบที่เห็นผู้หญิงเป็น “หุ่น” สำหรับให้ผู้ชายเลียริมฝีปาก น้ำลายหก แต่เรายอมรับว่ามุมมองแบบเราเป็นมุมมองเก่า สำหรับมุมมองใหม่นั้น เป็นธรรมชาติปกติของคนฮอร์โมนเพศปกติทุกเพศที่จะอยากมีเซ็กส์  ดังนั้น การดึงดูดความสนใจด้วยเซ็กส์ย่อมเป็นเรื่องปกติ
 
          มุมมองใหม่บอกว่า ไม่ใช่แค่ผู้ชายมีโอกาสน้ำลายหกเมื่อเห็นนมและเนินเนื้อหว่างขาวับแวม แต่ผู้หญิงก็มีสิทธิน้ำลายหก เมื่อเห็นซิกส์แพคและชิ้นเนื้อหว่างขาผู้ชาย ผู้หญิง ผู้ชาย และเพื่อนร่วมโลกทุกเพศ ต่างมีสิทธิน้ำลายหก และใช้ร่างเปลือยหรือเกือบเปลือยของคนแปลกหน้าเพื่อเสริมสร้างจินตนาการส่วนตัวทางเพศ
 
          คิดในเชิงสิทธิเสรีภาพ เป็นเรื่องจริงว่าร่างกายของแต่ละคนและการใช้ร่างกายของตัวเองของแต่ละคนเป็นเรื่องของแต่ละคน ไม่ได้หนักศีรษะใคร และไม่จำเป็นที่ใครจะต้องยื่นจมูกเข้าไปยุ่ง ทำนองว่าอวัยวะใครอวัยวะมัน เรื่องใครเรื่องมัน ไม่ต้องดัดจริตพร่ำสอนศีลธรรมคนอื่น แต่ตัวเองผิดศีลทุกข้อทุกวันเป็นอาจิณ
 
          ข้อถกเถียงจากคุณระเบียบรัตน์นั้นเชยมาก ขยายความว่า ไม่น่าสนใจ เป็นมุมมองอนุรักษ์นิยมปกติ เรามองข้ามไปเลยก็ได้ แต่ข้อถกเถียงจากพริตตี้นี่สิที่น่าคิด ถ้าฟังจากปากพริตตี้ ดูเหมือนการเรียนจบปริญญาตรีโดยเฉพาะปริญญาโทจะเป็นหลักประกันความฉลาด แต่ก็ยังน่าคิดว่า หมายถึงความฉลาดในการทำมาหากินอย่างเดียว หรือรวมความฉลาดในการเข้าใจโลก เข้าใจสังคม เข้าใจมนุษย์ด้วย เพราะความจริงที่ปรากฎอยู่ในวันนี้จากแวดวงการศึกษาไทย ความฉลาดของบัณฑิตไทยในด้านดังกล่าวมิได้โดดเด่นสักเท่าใด 
 
          จนบัดนี้ คนจบปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอกหลายคนยังเข้าใจอยู่เลยว่า ประเทศไทยแบ่งเป็นสองก๊ก มีก๊กเทพกับก๊กมาร ฆ่าก๊กมารได้ สังคมจะปกติสุขมีแต่ความสุขสงบชั่วนิรันดร์
 
          เราไม่โทษบัณฑิตไทยหลายๆ คนที่โลกแคบ และไม่ว่าด้วยว่าใครโง่ แต่เราจะบอกว่าหากคนวันนี้ทำอะไรไม่ถูกใจคนวันวาน ก็เพราะบางทีคนวันวานนี่แหละ มีส่วนไม่น้อยในการแสดงพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล จนคนรุ่นหลังจำนวนมากต้องขอปลดแอกจากศีลธรรมดัดจริต หันไปหาอุดมคติหรือเป้าหมายอื่น ที่ใหม่กว่าและใหญ่กว่าซึ่งโหมโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ กันอยู่ทุกวัน
นั่นคือ รวย (ด้วยการทำงานแบบหนักเอาเบาสู้ไม่เกี่ยงงานซึ่งเป็นค่านิยมที่เข้าทีมาก)  สวย ขาวผ่อง นมโต ขายาว/ หล่อ หน้าเกาหลี ซิกส์แพค ฯลฯ (ด้วยแพทย์) ฉลาด (ด้วยใบปริญญาและตำราฮาวทูสู่ความเป็นอัจฉริยะ) ซึ่งจะนำไปสู่ความสุข คล้ายชื่อหนังสือเล่มล่าสุดของคุณกาละแมร์คือ “สุข สวย รวยโคตร” และ “คู่มือเพิ่มความสุขทุกๆวัน” ของคุณหนูดี
 
          เราเชื่อว่าพริตตี้ฉลาดและเราก็เชื่อว่าคนหนุ่มสาววันนี้ฉลาดกว่าคนรุ่นเรา  แต่สำหรับเรา ยังมีหลายเรื่องซ้อนทับกันอยู่ในนิยาม “ความฉลาด” ซึ่งรวมถึงการทำมาหากินชนิดพึ่งตัวเองได้ แบบที่สาวๆ พริตตี้พูดถึงในบทสัมภาษณ์ เป็นความฉลาดซึ่งไม่ต้องท้าดวลว่าใครจะฉลาดกว่า ไม่ใช่การตัดสินที่ใบปริญญา ไม่ใช่แค่คำพูดที่เป็นสัจจธรรมและใครๆ ก็พูดได้ว่าทุกอาชีพต่างมีเกียรติ แต่มันหมายถึงมุมมองจริงๆที่ผู้คนมีต่อโลกและชีวิตของเขา รวมถึงความสามารถในการมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสรรพสิ่งที่สัมพันธ์กันอย่างเป็นทุกข์น้อยที่สุด
 
          คนวันวานสร้างสังคมวันนี้ที่คนวันวานบ่นว่ามันช่างไม่เอาไหน และคนวันนี้จะสร้างสังคมวันหน้า
.............................
(หมายเหตุ พริตตี้สมองโต : พริกกะเกลิอ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected])