บันเทิง

จากความคิดคนสื่อถึงทิศทางสื่อไทยในอนาคต

จากความคิดคนสื่อถึงทิศทางสื่อไทยในอนาคต

02 เม.ย. 2555

จากความคิดคนสื่อถึงทิศทางสื่อไทยในอนาคต:สกู๊ปบันเทิง

          วงการสื่อของไทย เป็นวงการที่ถูกจับตามองมากอีกวงการหนึ่ง ว่าจะไปในทิศทางใด เพราะในระดับเอเชีย ประเทศญี่ปุ่น จีน เกาหลีใต้ ได้ล้ำหน้าไปไกลมากแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ไม่ได้ถอยหลังไปเสียทีเดียว ยังคงได้รับกระแสตอบรับที่ดีอยู่ แต่เหมือนยังขาดอะไรไปบางอย่าง ที่ทำให้วงการบันเทิงไทยไปไม่ถึงขั้นพลุแตกเสียที ในงาน "Dinner Talk Entertainment Business" ณ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้มีนักวิชาการแต่ละท่านมาร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับวงการสื่อไทยปัจจุบัน รวมถึงทิศทางในอนาคต ดังนี้

          เริ่มจาก พันธุ์ธัมม์ ทองสังข์ สมาคมสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ ที่มองภาพรวมของวงการภาพยนตร์ไทยในปัจจุบันไว้ว่า ยังต้องการแรงผลักดันอีกมาก "ภาพยนตร์ไทยมีอายุร้อยกว่าปีเหมือนกับทั่วโลก จนในยุคสตูดิโอสีทอง วงการหนังไทยเทียบเท่ากับวงการฮอลลีวู้ด แต่เข้าสู่ช่วงตกต่ำตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกเป็นต้นมา เพราะเน้นการผลิตมากกว่าคุณภาพ จนกระทั่งมาบูมอีกครั้งจากภาพยนตร์ "นางนาก" ที่กำกับโดย "อุ๋ย" นนทรีย์ นิมิตรบุตร และที่สร้างชื่อเสียงจนเป็นที่ยอมรับระดับสากลได้แก่ องค์บาก และ ลุงบุญมี ระลึกชาติ ตอนนั้นวงการหนังไทยถูกจับตามองเป็นอย่างมาก หลายคนนิยมหาซื้อหนังไทย แต่กลับดีแค่เพียงหน้าหนังเท่านั้น และยังไม่มีการผลักดันที่ดีพอ ทำให้ไม่โตในตลาดสากลเท่าที่ควรจะเป็น ฉะนั้นจุดอ่อน คือ แรงผลักดัน และแนวความคิด ยิ่งตอนนี้มีช่องทางการสื่อสารหลายช่องทางมากขึ้น ทำให้การแข่งขันสูงมากขึ้น ไม่เก่งจริงก็ตายอย่างเดียว ต้องทำให้มีความแตกต่าง" พันธุ์ธัมม์กล่าว

          ด้าน วิบูลย์ ลีรัตนขจร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เซิร์ซ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ได้พูดถึงวงการทีวีไทยว่า ทีวีไทยยังต้องการรัฐมากำหนดทิศทาง "ทีวีไทยมีอายุน้อยกว่าภาพยนตร์นิดหน่อย มีการเริ่มมาจากช่อง 4 บางขุนพรหม จากการบันทึกเทปใหญ่ จนปัจจุบันทุกกล้องสามารถถ่ายได้ แม้แต่มือถือ เพื่อความรวดเร็วในการส่งข่าว และการมีส่วนร่วมของสังคมมากขึ้น รวมถึงตอนนี้มีช่องเคเบิลเกิดขึ้นมากมาย มีการแข่งขันกันสูง มีการวัดเรตติ้งจากผู้ชม ยิ่งเยอะเท่าไหร่ยิ่งมีโฆษณามากขึ้นเท่านั้น ซึ่งทีวีสามารถอยู่ได้ด้วยโฆษณา หากรายการใดมีผู้ชมเยอะ โฆษณาก็จะยิ่งเยอะตามมา ดังนั้นต้องมี พ.ร.บ.กิจการวิทยุโทรทัศน์มาควบคุมดูแลในเรื่องนี้ นอกจากนี้ยังมีทีวีออนไลน์ทางอินเทอร์เน็ตด้วย ทางภาครัฐต้องมีความชัดเจนกับสื่อ โดยเฉพาะรายการที่นำเสนอผ่านทีวีให้มากยิ่งขึ้น มีการควบคุมตรวจสอบ ในขณะเดียวกันวงการสื่อก็ต้องการกำลังสนับสนุนของภาครัฐด้วย เพื่อจะได้รู้ทิศทางของวงการทีวีไทยในอนาคตต่อไปว่าจะสามารถพัฒนาไปในทิศทางใด" วิบูลย์กล่าว

          ส่วน ดร.เอกชัย  อภิศักดิ์กุล คณบดีคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้า มองว่าอนาคตวงการสื่อไทยจะก้าวไกลได้ต้องมีสื่อกลาง "โดยสื่อกลางนั้นทุกคนสามารถใช้ได้ เข้าถึงได้ร่วมกัน กสทช.ที่เพิ่งจะถูกพูดถึง  ควรจะเกิดขึ้นมานานแล้ว เพื่อมาจัดการบริหารวงการสื่อไทย โดยต้องมีการทำให้ผู้รับสารสามารถมีส่วนร่วมในการตอบโต้ได้ด้วย โดยคิดว่าอนาคตจะพัฒนาไปได้อีกไกล หากมีการจัดอบรมเป็นหลักสูตรขึ้น เพื่อให้เข้าใจได้โดยทั่วกัน ต้องมีการพูดคุยกันเพื่อจะได้ไปในทิศทางเดียวกัน วงการสื่อไทยยังต้องการทักษะ ความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตงาน ดังนั้น บุคคลากรถือเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง"

          ทางด้าน ดร.ณัฐ รองสวัสดิ์ กรรมการและประธานฝ่ายพัฒนาบุคลากร สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง เผยว่า อยากเห็นภาพคนมีไอเดียดีๆ "โดยต้องมีความเป็นศิลปะ มีความสร้างสรรค์และตอบโจทย์ได้ทั่วถึง ซึ่งประเทศไทย เป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่แล้ว ละคร ภาพยนตร์ รายการต่างๆ หากนำในจุดนั้นมาใช้ได้ จะทำให้มีศักยภาพก้าวไปได้อีกไกล ขาดเพียงจิ๊กซอว์อีกหนึ่งตัวเท่านั้น"

          ทางด้าน ทอม นูนาน ผู้ก่อตั้งบริษัทบลูส์ อาย เอ็นเตอร์เทนเม้นต์(บี.อี.อี.) บริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์และโทรทัศน์ขนาดกลาง และเป็นโปรดิวเซอร์ของ “Crash” ภาพยนตร์รางวัลออสการ์ปี 2006 ได้ให้ความเห็นเกี่ยวกับวงการบันเทิงไทยว่า “ทุกวันนี้สื่อบันเทิงมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก ทั้งรูปแบบการแข่งขัน ช่องทางการเผยแพร่ และการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมของผู้บริโภค ทั้งหมดนี้สร้างโอกาส และความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการธุรกิจ ประเทศไทยน่าสนใจ ตรงที่มีศักยภาพทางบุคคลและเทคโนโลยี แต่สิ่งที่ต้องสนใจก่อนที่จะไปถึงจุดนั้น คือต้องพิจารณาคอนเทนต์ของเราเอง ที่มีความเป็นท้องถิ่น(Local) ว่าขายได้ในระดับโลก(Global) ได้หรือไม่ เพราะบางอย่างยังมีกำแพงทางวัฒนธรรมในการสื่อสาร อย่างเช่น ละครเวทีน้ำเน่า (Soap Opera) อาจขายได้ในประเทศที่มีวัฒนธรรมคล้ายกันกับเรา ต้องคำนึงถึงแต่ละประเทศว่าชอบแบบใด”

          การที่สื่อบันเทิงจะพัฒนาหรือไปในทิศทางใดได้ต้องมีทั้งความคิดสร้างสรรค์ที่ดี และแรงสนับสนุนที่ดี ถึงจะไปถึงฝั่งฝัน เรามาช่วยเชียร์และลุ้นดีกว่าว่าสื่อไทย วงการบันเทิงไทยของเราจะไปเป็นที่ประจักษ์แก่ระดับนานาชาติเมื่อใด
.............................
(หมายเหตุ  จากความคิดคนสื่อถึงทิศทางสื่อไทยในอนาคต:สกู๊ปบันเทิง)