บันเทิง

'เจมส์ คาเมรอน'ดำดิ่งสู่จุดลึกที่สุดของโลก

'เจมส์ คาเมรอน'ดำดิ่งสู่จุดลึกที่สุดของโลก

26 มี.ค. 2555

"เจมส์ คาเมรอน" ประสบความสำเร็จเป็นคนแรกในการดำดิ่งลงสู่จุดที่ลึกที่สุดของโลกเพียงคนเดียวและกลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัย

          สมาคมเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิก องค์กรศึกษาวิทยาศาสตร์และการศึกษา ที่ไม่แสวงผลกำไร และมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า เจมส์ คาเมรอน ผู้กำกับ โปรดิวเซอร์ นักเขียนบทภาพยนตร์ชื่อดังชาวแคนาดา ประสบความสำเร็จในการดำดิ่งลงสู่จุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรเพียงคนเดียวเป็นครั้งแรกของโลก 

          นายคาเมรอน วัย 57 ปี ซึ่งกวาดรางวัลออสการ์ และสร้างผลงานสะท้านวงการฮอลลีวู้ด ตั้งแต่ ไททานิค อวตาร และคนเหล็ก ได้ใช้เรือดำน้ำ "ดีพ ซี ชาเลนจ์" ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ดำลงสู่เหวใต้น้ำ "มาเรียนา เทรนช์" ที่มีความลึกจากระดับน้ำทะเลเกือบ 11 กิโลเมตร และเสร็จสิ้นการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์ ก่อนเวลา 08.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นเพียงเล็กน้อย หรือราว 05.00 น.วันที่ 26 มีนาคม ตามเวลาในประเทศไทย 

          เหวใต้น้ำมาเรียนา เทรนช์ อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะกวม ถือเป็นส่วนที่อยู่ลึกที่สุดในโลก ด้วยความลึก 35,756 ฟุต (10,898 เมตร) เหวใต้น้ำแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่ของแกรนด์แคนยอน ถึง 120 เท่า และมีความลึกกว่าความสูงของยอดเขาเอเวอเรสต์ถึง 1.6 กิโลเมตร

          ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลออสการ์ใช้เวลาดำดิ่งลงไปยังความลึกเกือบ 11 กิโลเมตร นานกว่า 2 ชั่วโมง และใช้เวลาอยู่ในบริเวณที่ลึกที่สุดในโลกหลายชั่วโมงเพื่อเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต ทั้งยังถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อนำมาให้นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้ประโยชน์ในการวิจัยต่อไป

          ด้วยความลึกระดับดังกล่าว สภาพแวดล้อมในบริเวณเหวใต้น้ำมาเรียนา เทรนช์ มีความเฉพาะตัวอย่างยิ่ง เพราะบริเวณดังกล่าวแสงแดดส่องไม่ถึง น้ำทะเลเย็นจัด มีอุณหภูมิเหนือจุดเยือกแข็งเพียงเล็กน้อย ที่สำคัญแรงกดดันที่เกิดจากน้ำหนักกดของน้ำทะเลในพื้นที่ความลึกเกือบ 11 กิโลเมตรอยู่ในระดับ 8 ตันต่อตารางนิ้ว หรือประมาณ 1,000 เท่าของแรงดันบรรยากาศบนผิวมหาสมุทร 

          นายคาเมรอน เปรียบเทียบว่า แรงกดดันในบริเวณเหวใต้น้ำมาเรียนา เทรนช์ เทียบได้กับรถสปอร์ตอเนกประสงค์ (เอสยูวี) 3 คันซ้อนกันอยู่บนนิ้วหัวแม่มือ ทำให้ต้องมีการออกแบบยานดำน้ำที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถทนแรงกดดันระดับมหาศาลได้เท่านั้นจึงจะลงไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวได้ และหากตัวยานมีรอยร้าวเพียงเล็กน้อยก็จะระเบิดเพราะแรงกดดันมหาศาล

          ยานดีพ ซี ชาเลนจ์ ขนาดความยาว 7.3 เมตร น้ำหนัก(พร้อมเหล็กถ่วง) 120 ตัน ได้รับการออกแบบมาเพื่อการสำรวจท้องทะเลลึกโดยเฉพาะ ภายในยานมีระบบปรับแรงดันเพื่อรักษาแรงดันภายในห้องโดยสารให้อยู่ในระดับปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารเพียงคนเดียว ตัวยานประกอบด้วยโลหะและโฟมทนแรงกดดันสูงพิเศษ มีกระจกใสหนาผลิตจากอีพ็อกซี่ทนแรงกดดัน 2 ช่อง ใช้เป็นช่องมองสำหรับผู้โดยสาร ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ได้พลังจากแบตเตอรี่ขนาดประมาณ 1 ฟุต 70 ก้อนทำให้ดำดิ่งอยู่ใต้น้ำได้นานสูงสุด 16 ชั่วโมง ตัวยานยังติดตั้งระบบถ่ายภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวแบบ 3 มิติ และไฟฉายแรงสูงแบบแอลอีดี เพื่อให้แสงสว่างในการถ่ายภาพ ทั้งยังติดตั้งระบบบอกตำแหน่งด้วยดาวเทียม (จีพีเอส) 2 ชุดที่ทำงานแยกเป็นอิสระจากกันเพื่อระบุตำแหน่งที่ถูกต้อง

          นายคาเมรอนเปิดเผยว่า หนึ่งในความเสี่ยงของการผจญภัยใต้มหาสมุทร คือแรงกดดันใต้น้ำ แต่ก็ไม่รู้สึกกลัวหรือเครียดในขณะอยู่ใต้น้ำแต่อย่างใด ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลออสการ์รายนี้ได้ชื่อว่าเป็นผู้หลงไหลการสำรวจมหาสมุทรตั้งแต่วัยเยาว์ และเคยดำน้ำกับเรือดำน้ำมาแล้ว 72 ครั้ง โดย 33 ครั้ง เป็นการดำน้ำในยานดำน้ำลึกเพื่อสำรวจเรือไททานิค เพื่อเก็บข้อมูลมาสร้างภาพยนตร์ไททานิคเมื่อปี 2540 และกำลังจะเปิดฉายในระบบสามมิติในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้

          ผู้กำกับภาพยนตร์รางวัลออสการ์นับเป็นบุคคลที่สามของโลกที่ได้สัมผัสพื้นที่ซึ่งได้ชื่อว่าอยู่ลึกที่สุดบนพื้นโลก ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2503 ทีมสำรวจของทหารเรือสหรัฐ 2 คนได้ใช้ยานดำน้ำ "ทรีเอสเต้" ดำลงไปยังเหวใต้น้ำมาเรียนา เทรนช์ เพื่อการสำรวจเป็นครั้งแรก แต่ในครั้งนั้นทีมสำรวจของทหารเรือสหรัฐใช้เวลาอยู่ใต้น้ำที่ลึกที่สุดในโลกเพียง 20 นาทีเท่านั้น