
'อนาคตวงการไอทีที่พวกคุณควรรู้...ตอนนี้'(ตอนที่1)
'อนาคตวงการไอทีที่พวกคุณควรรู้...ตอนนี้'(ตอนที่1):หน่ยรู้โลกรู้ โดย.. @nuishow พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
เวลาผมเข้าไปในสังคมใหม่ๆ.. ผมมักถูกแบ่งกั้นดินแดนไว้ว่าเป็นพวกกูรูไอที กูรูคอมพิวเตอร์ (ซึ่งบอกตรงๆ ว่าผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ แต่ก็ขอบคุณที่เรียกขานครับ) คนทั่วไปจะชอบออกตัวว่า "พี่โง่เรื่องไอทีนะ.." แต่พอให้หงายโทรศัพท์ที่อยู่ในมือก็ปรากฏว่าเป็น iPhone มั่ง Android มั่ง..หลายๆ คนก็พก Tablet ใช้งานเป็นล่ำเป็นสัน (พี่ไม่โง่หรอกคร้าบ~ถ้าสั่งการโทรศัพท์เหล่านี้ได้)
ไอทีทุกวันนี้ได้กลายเป็น "Consumer Product" ไปเรียบร้อยแล้ว...มันคือสินค้าที่ทุกๆ คนหยิบจับและใช้สอยกันอยู่ทุกๆ วันในสังคมเมือง ความยากระดับที่ต้องใช้นักวิชาการใส่แว่นหนาๆ มาควบคุมสั่งการก็ได้ลดระดับลงมาจนทำให้ "เด็ก 2 ขวบ" จิ้มๆ วื้บๆ บนหน้าจอ Tablet ได้อย่างสะดวกโยธินแล้วล่ะ
เหตุใดวิศวกรหรือนักพัฒนาทั้งโลกจึงต้องหันมาแข่งกันให้การใช้งานมันง่ายขึ้นๆ? ..ก็เพราะง่ายแล้วคนก็ซื้อ เมื่อซื้อกันเยอะขึ้น การขึ้นไลน์ผลิตในจำนวนมากๆ ก็ทำให้สินค้าต่อหน่วยถูกลงๆ เรื่อยๆ จึงมีคำกล่าวกระทบกระเทียบวงการไอทีกับวงการยานยนต์ไว้อย่างดุเด็ดเผ็ดมันว่า "คนวงการไอทีต่างจากวงการยานยนต์อย่างสิ้นเชิง คนฉลาดผลิตรถให้ดีขึ้นๆ เพื่อให้ขายได้ในราคาพุ่งพรวดๆ ขึ้นเรื่อยๆ แต่คนฉลาดๆ ในวงการไอทีมักแข่งกันทำสิ่งที่ดีขึ้นๆ เรื่อยๆ เพื่อมาขายในราคาที่โง่ลงๆ ทุกวันๆ*"
ฉบับนี้ผมอยากชวนคุณผู้อ่านมาเพ่งพิศ-พินิจพิเคราะห์สิ่งที่จะเกิดขึ้นในโลกอนาคตที่คุณๆ น่าจะได้รู้กันในตอนนี้เลย เพื่อเตรียมตัวตอบรับสิ่งใหม่ๆ ประกอบการตัดสินใจซื้อหรือจะเตรียมพัฒนาส่วนเสริมเพิ่มเติมให้มันได้ ก็สุดแท้แต่ (จะดีมากหากสิ่งที่ผมเขียน สามารถช่วยให้คุณ Inspire สรรค์สร้างนวัตกรรมออกมาสู้ฝรั่งจีนญี่ปุ่นแขกบ้าง...3-4 ชาตินี้พอพูดเรียงกันแล้วมันช่างเหมือนหนังโป๊ยังไงไม่รุ!? ฮ่าๆ)
เรามาเริ่มกันเลยนะครับ!
- มือถือจะกลายเป็น Projector ฉายภาพ! :
โทรศัพท์มือถือที่แค่ถ่ายรูปได้มันไม่สะใจพอต่อยุคสมัยนี้ซะแล้ว หลังจากญี่ปุ่นผลิตมือถือติดกล้องได้เป็นชนชาติแรกเมื่อปี 2000 (ข้อมูลทับซ้อนกันอยู่ระหว่างยี่ห้อ Sanyo, Sharp และเคียวเซร่า เกรงจะเป็นกรณีพิพาทแบบเขาพระวิหาร จึงไม่ขอฟันธง) มือถือติดกล้อง+เลนส์ฉายภาพในปี 2012 นี้.. เบิกโรงกันโดย "Samsung" จากแดนกิมจิและศัลยกรรม (ปรับปรุงดัดแปลงเก่ง) ผลิตรุ่น "Galaxy Beam" ออกมา "กระตุ้นตลาด"? มือถือให้เกิดความต้องการใช้งานในเชิงนี้มากขึ้น หลังจากปีก่อน Samsung กระโดดลงตลาด "โปรเจกเตอร์ขนาดจิ๋ว" แข่งขันกับหลายแบรนด์ ..มาปีนี้จับยัดมันลงไปในมือถือซะเลย ผมได้จับ Galaxy Beam แล้วครั้งหนึ่ง ถึงแม้ความสว่างจะไม่มาก (15 Ansi Lumen เทียบกับความสว่างของโปรเจกเตอร์ที่ใช้ในสำนักงานทั่วๆ ไปอยู่ที่ 2,000 Ansi Lumen) แต่ก็นับว่า "ออกแบบได้ลงตัว" ส่วนหัวของโปรเจกเตอร์ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่ากำลังหยิบไฟฉายขึ้นมาโทรเท่าใดนัก (ไม่เหมือน Tab7.7 ที่ยกขึ้นมาโทรทีไร รู้สึกเหมือนกำลังจับ "ใบพาย" ขึ้นมาโทรทู้ก~ที)
ถ้านับ Functional ของมือถือโปรเจกเตอร์แบบที่ Samsung คิดขึ้นนี้ นับเป็นแนวคิดที่น่าสนใจมาก เพราะถ่ายรูป/วิดีโอปุ๊บ ก็ฉายออกมาดูกันสดๆ กับเพื่อนร่วมก๊วนได้เลย เพียงแต่มันอาจต้องฉายในห้องที่มืดมากๆ หน่อย เนื่องจากกำลังไฟไม่มาก (หากเขาใส่หลอดไฟแรงๆ มาก็ส่งผลให้แบตหมดเร็วเกินอีก) ในไฟล์บรีฟผลิตภัณฑ์ ซัมซุงพยายามขายภาพว่ามันสามารถฉายภาพ Present งานในสำนักงานได้ สอนหนังสือได้หรือแม้แต่เล่นเกมได้ แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าที่ "เวิร์กจริงๆ" น่าจะเป็นโอกาสที่คู่รักจะฉายภาพขึ้นเพดานดูกันหนุงหนิงในบรรยากาศโรแมนติกหรือพ่อแม่ลูกจะฉายแอพนิทานหรือการ์ตูนดูกับลูกๆ ในห้องนอน ..ที่เด็ดและต้องชมความคิดสร้างสรรค์คือ Samsung ทำโหมดฉาย Ambience หรือทำหน้าที่เป็นเครื่องฉายดาวขึ้นเพดานดูกันเพลินๆ ก่อนนอน.. ส่วนภาพดาวจะดูเสมือนจริงหรือติงต๊องนั้นผมยังไม่ได้เห็น
Samsung Galaxy Beam จะวางขายเดือนมิถุนายนโน่น โดย @pavichv ประมาณการราคาไว้ในระดับ 16,xxx-18,xxx ยังต้องลุ้นว่าตลาดจะตอบรับแค่ไหน? (อาจได้แรงส่งของการเป็น Android 4.0 ช่วยอีกพอสมควร ถ้าทำออกมาเป็น ICS เลย)
- Ultrabook จะไม่ใช่เพียงแค่ "โน้ตบุ๊กที่บางลง"
Intel เจ้าของเทคโนโลยีอัลตร้าบุ๊ก (คนญี่ปุ่นเรียก อุนต้ะบุ๊ก) บอกเองว่าออกแบบ Ultrabook เป็น "สายพันธุ์ใหม่ของ PC" ณ เวลานี้ทำแบบต่างๆ รอไว้แล้วถึง 75 แบบ (ไม่ใช่แค่จอพับทับคีย์บอร์ดแบบเบาๆ นะจ้ะ) อาทิ จอซ่อนคีย์บอร์ดไว้เบื้องหลังแล้วสไลด์ออกมาใช้, จอสัมผัสได้ทั้งๆ ที่มีคีย์บอร์ด หรือจอที่ติดกล้อง Kinect ไว้ใช้ควบคุมเครื่องแบบ "ไถอากาศ" ซึ่งรอพาเหรดออกมาอีกเมื่อตลาดมีความพร้อมและ Intel ออกชิพประมวลผลที่มีขนาดนาโนเมตรเล็กลงอีก
..การมาถึงของ Windows8 ก็มีนัยสำคัญต่อโลกไอทีมาก (หากไม่แป้กไปอีกรอบเหมือน Vista และกู้ศรัทธาเกือบไม่ได้กับ Windows7) ซึ่งผมเชื่อเหลือเกินว่า ไมโครซอฟท์ไม่มีทางพลาดกับ Windows8 อีก เพราะนั่นหมายถึงความสั่นคลอนที่จะเกิดขึ้นกับตัวบริษัทจนสามารถทำให้ยักษ์ล้มได้
Windows XP ที่อายุคงกระพันมาถึง 12 ปี จะถูกหยุดการสนับสนุนในปี 2014 นี้แล้ว ไม่เช่นนั้นคนใช้คอมพิวเตอร์อีกนับพันล้านคนก็คงยังไม่ยอมเปลี่ยน
ฉบับนี้เนื้อที่หมดแล้ว เอาไว้แซ่บความลับใหม่ๆ ของวงการไอทีกันต่อในอังคารหน้ากับ "หนุ่ยรู้-โลกรู้" นะครับ
หมายเหตุ *กลั่นออกจากประสบการณ์ค้าขายไอทีกว่า 25ปีของคุณภูเบศร์ แซ่ฉิน
.............................
(หมายเหตุ 'อนาคตวงการไอทีที่พวกคุณควรรู้...ตอนนี้'(ตอนที่1):หน่ยรู้โลกรู้ โดย.. @nuishow พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)



