บันเทิง

เรื่องป๊อปๆ ในทวิตเตอร์?

เรื่องป๊อปๆ ในทวิตเตอร์?

27 มี.ค. 2555

เรื่องป๊อปๆ ในทวิตเตอร์?Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร

          แม้นิตยสารไทยและแม็กกาซีนหัวนอก จะทำการฟิตและเฟิร์มด้วยการลดน้ำหนัก จนบอบบางและน่าเป็นห่วง แต่ไม่ได้หมายความว่า ประโยชน์ตรงนั้นจะไปตกอยู่กับทีวีที่ว่ากันว่า เป็นสื่อใหญ่มานาน
 
          เพราะขณะเขียนต้นฉบับนี้อยู่ โอปรา วินฟรีย์ ก็ทำการลดไขมันของช่องเคเบิลชื่อเธอเองถึง 20% ด้วยเหตุผลว่า มีรายการ “ไม่จำเป็น” มากเกินไป

          สื่อเก่าต่างลดขนาดของตัวเอง เพราะสื่อใหม่หรือ new media กำลังได้รับความสนใจ เป็นแหล่งพูดคุย หาเพื่อนและคนรัก รวมไปถึงการสร้างพื้นที่กลายเป็นชุมชนย่อยๆ ที่บอกถึงความสนใจร่วมกันของหลายเรื่องราว
 
          ผมลองเข้าไปสำรวจความคิดเห็นของโลกทวิตเตอร์ โดยหย่อนคำถามให้ผู้ตาม 20,000 กว่าคน ตอบตามใจว่า ในเวลาทุกๆ หนึ่งสัปดาห์นั้น พวกเขาคิดว่า เรื่องอะไรที่ฮิตที่สุด ป๊อปที่สุดของคนเล่นทวิต
 
          ปล่อยคำถามนั้น วางอยู่ครึ่งวัน ก็ได้คำตอบที่เกือบๆ จะเป็นเอกฉันท์ออกมาว่า เรื่องที่ชาวทวิตเตอร์สนใจนั้น มักจะเกี่ยวกับรายการทีวี ที่เป็นที่สนใจในแต่ละวัน
 
          ที่แปลกคือ ไม่มีรายการข่าวเลยสักรายการเดียว และไม่มีเกมโชว์ด้วย เพราะสังคมคงเบื่อเกมโชว์มานานแล้ว (หรืออีกที ชาวบ้านที่ดูเกมโชว์ ไม่เล่นทวิตเตอร์)
 
          นี่คือ 5 หัวข้อฮิตในโลกทวิตเตอร์ ที่ผมถามคนเล่นมา
 
          1.ฟุตบอลอังกฤษ
          เกือบจะบอกได้ว่า หัวข้อนี้ชนะทุกเรื่องอย่างขาดลอยเมื่อเปรียบกับจำนวนของคนที่ “รีทวิต” และอยู่ในการทวิตตลอดเวลา 2 ชั่วโมง สิ่งที่น่าสังเกตก็คือ การที่หัวข้อเรื่อง “ฟุตบอลอังกฤษ” เป็นแชมป์ในสิ่งที่ชาวทวิตสนใจเป็นเพราะมีทั้งชายและหญิงที่ดูบอลและเข้ามาแลกเปลี่ยน เหน็บแนม แดกดันและแซวกันไปมาที่ต้องระบุว่าเป็นบอลอังกฤษเพราะว่า เมื่อเปรียบเทียบกับลูกหนังของชาติอื่นๆ เช่นเยอรมันหรืออิตาลี และสเปน การทวิตลงอย่างฮวบฮาบ ชัดเจน
 
          2.the star
          เนื้อหารายการที่มีการสร้างเงื่อนไขที่สังคมชอบออกมา 2 ข้อทำให้ชาวทวิตรู้สึกว่า นี่คือเรื่องที่พวกเขาจะต้องแสดงความคิดเห็นลงในโลกทวิต อย่างแรกคือ มันเป็นการแข่งขันที่ต้องใช้ความสามารถ และอย่างที่สองก็คือ มันมีเรื่องของวัฒนธรรมภาพลักษณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง
 
          ฉะนั้น การวิพากษ์วิจารณ์ผ่านทวิตเตอร์ถึงการเหมาะสมไม่เหมาะสมนั้น จึงเป็นเรื่องที่ชาวทวิตให้ความสนใจ เพียงแต่เมื่อโฟกัสกันจริง หัวข้อนี้เป็นผู้หญิง 90% อีก 10 เป็น “ผู้ฉิง”
 
          3.club friday
          อย่าทำเป็นเล่นไป แรกๆ ก็คิดว่ากิจกรรมอะไรที่เป็นเรื่องเฉพาะมากๆ ด้วยการปรึกษาปัญหาหัวใจอะไรแบบนี้ มันจะมีคนฟัง คนตามมากแค่ไหนกัน แต่ปรากฏว่าในคืนวันศุกร์นั้น ไม่มีอะไรมาชนะรายการ คลับ ฟรายเดย์ ของหนุ่มสาวที่รักการรับรู้วิธีการรับมือและหาทางออก รวมทั้งยินดีที่จะเป็นคนรับรู้เรื่องราวของผู้อื่นได้
 
          “คลับ ฟรายเดย์” มีแต้มต่ออย่างหนึ่งตรงที่ มันเป็นเรื่องสากล อันว่าด้วยความรักใคร่ เพราะแม้แต่ใครที่แต่งงานไปแล้ว ก็ไม่เบื่อที่จะรับฟังเรื่องทำนองนี้ของผู้อื่น โดยที่ยังนับว่า คนที่แต่งงานไปแล้ว ก็ใช่จะสมหวัง เพราะหนทางการนอกใจหรือมีชู้นั้น มีจำนวนมากขึ้นในปัจจุบัน
 
          “รักใคร่” จึงชนะ “กิเลส” ด้านอื่นๆ ในที่สุด
 
          4.รายการผี-ไสยศาสตร์
          ถ้าจะต้องระบุรายการให้ชัดๆ เราก็รู้กันดีอยู่ว่า รายการทีวีอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับผีสางและทำโดย “ดีเจผี กพล ทองพลับ” เพราะว่าในเวลาออกอากาศของเขา ทวิตส่วนหนึ่งจะไม่สนใจเรื่องอื่นเลย และถ้าคนที่ไม่ดู ลองตามอ่านไปทีละทวิต คุณจะสามารถเข้าใจได้หมดว่า ตอนนั้น รายการที่ว่า กำลังนำเสนออะไร เพราะว่าชาวทวิตจะคอยรายการบอก นาทีต่อนาที จนคนไม่ใช่แฟนก็จะเข้าใจได้เองด้วย
  
          5.”แฟนพันธุ์แท้”
          ทิ้งช่วงเวลาที่ตกต่ำและปล่อยให้คนถามหา ในที่สุดก็กลับมาทดลองอีกครั้ง แฟนพันธุ์แท้พยายามจะเลือกข้อหัวใหม่ๆ และปรับเรื่องที่จะแข่งขันให้มีความเป็น “สมัยใหม่” และร่วมสมัย (contemporary) มากขึ้น สังเกตได้ว่า แม้แต่หัวข้อสตีฟ จ็อบส์ ซึ่งถ้าเป็นยุคก่อนจะไม่เล่น ก็ยังถูกเลือกเป็น หัวข้อแรกๆ เมื่อคัมแบ็ก แต่สัจธรรมหนึ่งที่หนีไม่พ้นก็คือ การชื่นชมที่คู่ขนานกับการวิพากษ์วิจารณ์ การไม่รู้คำตอบในบางคำถามอย่างง่ายๆ ของคนแข่ง
 
          นี่คือ 5 หัวข้อทวิตที่ฮิตที่สุดในโลกทวิตเตอร์โลกที่เผลอแป๊บเดียว มีคนเล่น 140 ล้านคน และทุกๆ 1 วัน มีคนทั่วโลกทวิตรวมกัน 340 ล้านข้อความ !
.............................
(หมายเหตุ เรื่องป๊อปๆ ในทวิตเตอร์?Eat play life โดย... นันทขว้าง สิรสุนทร)