บันเทิง

อาการอึ้ง

อาการอึ้ง

22 มี.ค. 2555

อาการอึ้ง:ไตรโทน โดย...จิรายุส วรรธนะสิน

          นั่งอึ้งอยู่หน้าคีย์บอร์ดอยู่หลายนาทีทีเดียว กว่าจะเริ่มพิมพ์อะไรซักอย่าง ไม่ใช่ไม่รู้ว่าจะพิมพ์อะไร เพียงแต่เรื่องในหัวมันเต็มไปหมด เนื่องจากไม่ได้ส่งเรื่องให้คมชัดลึกมานาน เหตุเพราะน้ำท่วมที่บ้าน ไม่มีคอมพ์ใช้ จนถึงวันนี้ยังทำชั้นล่างไม่เสร็จเลย ถามว่าทำไมถึงช้า เหตุเพราะผมไม่ได้แค่ซ่อม แต่ออกแบบใหม่หมดเลย หลายตังค์ทีเดียว ถ้าท่วมอีกหนก็ไม่น่าจะหนักแล้วเพราะใช้กระเบื้องปูพื้นทั้งหมด ผมจึงมาอยู่ที่คอนโดแถวซอยทองหล่อ ปรากฏว่า เครื่องพีซีที่นี่โปรแกรมไมโครซอฟท์เวิลด์ นางถามหา code ตลอดเวลา ซึ่งแผ่นจริงเราก็ไม่รู้ว่าเอาเก็บไว้ที่ไหน สรุปคือพิมพ์ไม่ได้ ที่ทำอยู่เนี้ยคือพิมพ์ใส่ในหน้าอีเมลส่งให้กองบรรณาธิการเขาเลย เดี๋ยววันหลังค่อยไปซื้อโปรแกรมกล่องใหม่เพื่อได้โค้ดที่ถูกต้อง โปรดฟังอีกครั้งหนึ่ง ซื้อกล่องใหม่ นั่นหมายความว่าซื่อสัตย์ในการใช้ของแท้ แล้วชีวิตจะเจริญ ไม่มีอะไรมากั้นพระพรเด็ดขาด ข้อที่เก้าของ ten commandment คือ อย่าขโมย
 
          การนั่งอึ้งหน้าคีย์บอร์ด แบบนี้ทำให้ผมนึกถึงเวลาอยู่หน้าอุปกรณ์ การแต่งเพลง หรือเรียกว่า workstation แล้วต้องแต่งเพลงซักเพลงแต่นึกไม่ออก ซึ่งผมเรียกอาการนี้ว่า อึ้ง ขอขยายเรื่องการแต่งเพลงหรือทำงานเพลงซักนิดนะครับ ถ้าไม่ได้มีอะไรมากระทบจิตใจหรือเหตุการณ์สะเทือนใจซึ่งสามารถทำให้เราแค่หยิบกีตาร์มาเพียงตัวเดียวแล้วแต่งเลย ออกมาพร้อมกันทั้งเนื้อและทำนอง รับรองว่าอึ้ง หรือถ้าไม่มีเพลงที่ลูกค้ามาให้ฟังเป็นตัวอย่างแล้วอยากได้กลิ่นแบบนี้ รับรองว่า อึ้งอีกเช่นกัน สรุปคือถ้าไม่มีอะไรในหัวเลย แล้วมานั่งนับ นึง ส่อง ซั้ม ฉันจะแต่งเพลง รับรองว่า อึ้ง เป็นอาการแรกที่จะมาเยือน แต่ไม่ต้องกังวลครับ พอสมองเซตตัว เดี๋ยวมันก็ออกมาเอง ซึ่งจริงๆ คุณทำเพื่อเสพความเป็นตัวเองทั้งสิ้นแหละครับ รักความสามาถของตัวเอง ความอ่อนโยน ความสวยงามของดนตรีที่คุณสร้างมันมากกว่าอย่างอื่นในท้ายที่สุด คุณก็จะมีความสุขในการเล่นซ้ำให้ตัวเองชื่นชมตัวเอง นั่นคือความสุขที่แท้จริงเวลาที่งานเสร็จแล้วฟังดี การเซตตัวของสมองในด้านนี้อาจมาจากสาเหตุอื่นได้อีก เช่น เป็นลูกจ้างรับเงินเดือน อยากทำเพลงฮิตเพื่อองค์กรจะได้อยู่รอด ลูกพี่จะได้มีความสุข การเป็นอยู่จะได้ดีขึ้น นั่นก็เหตุผลนึงซึ่งจะตามหลังอาการอึ้งในท้ายที่สุด หรือการเซตตัวของสมองอาจมาจากสาเหตุอื่นได้อีกเช่น อาการที่ชิวขึ้นหลังจากดื่มเบียร์หรือดูดบุหรี่อันนี้ก็แล้วแต่บุคคล
 
          อาการอึ้งนี้ไม่ได้เกิดบ่อยๆ กับบุคคลที่ทำงานเพลงบ่อยๆ หรือฟังเพลงมากๆ นั่นหมายถึงผมกำลังจะบอกว่า การฟังเพลงมากๆ มันช่วยให้มีจังหวะ ท่วงทำนองอยู่ในกระแสเลือด เมื่อต้องการใช้งานเมื่อไร ก็จะอึ้งแค่แป๊บเดียวพอเครื่องติด ก็จบท่อนฮุกแรกพอดี ที่เหลือก็ฮึดอีกหน่อย ก็ได้ของเท่ๆ ในท่อนโซโลซึ่งพาไปเที่ยวเล่นแบบไม่ธรรมดา เอาล่ะนั่นก็คือภาพรวมของแรงบันดาลใจในการสร้างงานอะไรซักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิก นักเขียนเพลง หรืออะไรก็ตามที่ต้องใช้หัวใจสร้างสรรค์ เนื้องานออกมา ผมขอย้อนกลับไปในบางช่วงเวลา ที่เป็นยุคของสังคมที่ต้องการสิ่งใหม่ตลอดเวลา ตัวอย่างเช่น ตึกระฟ้าในเมืองไทยเริ่มเติบโต เพราะเศรษฐกิจที่โตขึ้น มีสถาปนิกท่านหนึ่ง คิดสร้างตึกสำนักงานใหญ่ของธนาคารเอเชีย ที่ถนนสาทรเป็นตึกหุ่นยนต์ มีลำตัว มีหัวมีตา มีแขน ทุกอย่างใช้งานได้จริงทุกวันนี้ก็ไม่ได้โดดเด่นอะไรแล้วครับ และอยู่ๆ มาก็มีตึกรูปช้างแถวรัชโยธินให้เห็นอีก ต่อมาก็ตึกตรงสีลม ที่ตั้งของร้านซีลอกโค่ บนดาดฟ้ามีโดมกลมๆ เป็นสีทองคำ เป็นไงครับ ตึกที่ดาดฟ้าเป็นโดมทอง ถูกเลียนแบบมากมาย น่าจะเป็นเรื่องฮวงจุ้ยซะละแมร่ง สุดท้ายของตัวอย่าง คือตึก โรงแรมฮิลตันมิลเลเนียม ดาดฟ้าหมุนได้ตลอดเวลา 360 องศา นั่งดริงก์กันได้ชิวมากครับในจุดนี้ น่าอิจฉาคนยุคนั้นก็ตรงเนี่ยครับ คืออยู่ในช่วงสังคมกำลังต้องการสิ่งใหม่ๆ ของใหม่ๆ ทำอะไรก็สนุก สำเร็จ แบบได้เงินเยอะแยะเป็นกอบเป็นกำ ถึงทุกวันนี้เป็นไงครับ สิ่งที่ดีที่ได้ตามมาคือ เมืองหลวงก็สวยงาม มีคุณค่าต่อทัศนียถาพของเมือง ดูตัวอย่างความคิดสร้างสรรค์ที่เมืองนอกกันบ้าง อย่างที่นิวยอร์ก มีให้เห็นหลายแบบครับ ตึกเป็นรูปเตารีด เหตุเพราะได้ที่ดินมาเป็นรูปสามเหลี่ยมจึงกลายเป็นตึกรูปทรงเตารีด มีอีกตึกแฝด และตึกไครสเลอร์ ก็เป็นโลโก้ของนิวยอร์กเช่นกัน กลับมาที่บ้านเรากันต่อ ทุกวันนี้เป็นไงครับ ผมเชื่อว่า สถาปนิกถูกสั่งให้ออกแบบตึกระฟ้าขึ้นมาหนึ่งตึก อาการอึ้งก็คงมาเยือนในช่วงเริ่มคิดแรกๆ เช่นกัน แต่เป็นการอึ้งที่มีแรงจูงใจที่ดีเพราะอึ้งแบบได้ตังค์ชัวร์ๆ เป็นกอบเป็นกรรม หรืออาจอยู่ไปได้ทั้งชีวิต แบบนี้เขาเรียกอึ้งได้ตังค์
 
          เช่นกันกับวงการเพลง ผมนึกย้อนไปถึงในยุคเบบี้บูมของดนตรีไทยสากล ยุคที่มีค่ายเพลง เช่น นิธิทัศน์ แกรมมี่ คีตา อาร์เอส ครีเอเทีย อีเอ็มไอ เป็นไงเหรอครับ คือสมองคนไทยมีช่องว่างให้บรรจุอะไรก็ได้ใหม่ๆ ทำออกมาเลย ถ้าโดนก็ได้ตังค์เป็นกอบเป็นกำ ถ้าไม่โดนก็ยังได้ คือไม่มีคำว่าเจ๊งแค่นั้นเอง ขายคาสเซ็ตเทปกันแบบห้าแสนยูนิตก็แฮปปี้กันแล้ว บางงานขายกันไปจนถึงเป็นล้านยูนิต บางงานขายเพียงสองแสนก็ทำเป็นเศร้า ส่วนยุคนี้เป็นไงครับ สองแสนฉลองกันแล้วครับ ซึ่งนั่นทำให้ผมนึกถึงนักแต่งเพลงที่มีพระคุณในยุคนั้นจริงๆ อยู่หน้าเครื่องทำดนตรี ความอึ้ง แทบจะไม่มีให้เห็นอย่างแน่นอน เพราะมีแต่ความท้าทาย เอาใจลูกพี่เอาใจกลุ่มกงสี ที่มีแต่เงินไหลมาเทมาในแต่ละเดือน นั่งฟังเพลงตัวเองโด่งดังในทีวีทุกๆ วัน เพราะลูกพี่ซื้อมีเดียไว้เยอะ มันคุ้มอะครับ คนไทยสนใจเพลงเป็นหลัก เคเบิลทีวีมีไม่กี่ช่อง ถ่ายทอดสดฟุตบอลลีก ก็ยังไม่มี ก็เหลือแต่ฟังเพลงนี่แหละที่คนไทยจะตื่นตาตื่นใจกัน เอาล่ะ ถึงจะมีอาการอึ้งกันบ้างก็เป็นอึ้งได้ตังค์แน่นอน
 
          มาถึงยุคนี้น่าสงสารนักแต่งเพลงเป็นที่สุด กินเงินเดือนก็น้อย แถมต้องนั่งอึ้งกับเพลงแบบไหนดีที่จะโดนเพราะคนไทยดื้อเพลงกันซะแล้ว แต่งเพลงตามตัวอย่างก็เบื่อเหมือนขายวิญญาณ คือ อึ้งด้วยไม่ได้เงินด้วยหดหู่เป็นที่สุด ขอหนุนใจครับ เสพความอ่อนโยนตัวเองเป็นดีที่สุด ส่วนสถาปนิกก็ถึงจะอึ้งก็ได้เงินเป็นกอบเป็นกำเช่นเดิม งานสร้างสรรค์ของท่านคือหน้าตาของเมืองเรา เป็นอันสมควร ส่วนงานดนตรีเราไม่เพียงแค่ไปลอกเขามาแต่ยังโดน อาการฉันชอบฟังเพลงฟรีของคนไทยอีก ก็หมดกัน
 
          เอาล่ะ สมองผมเริ่มเซตตัวละ น่าจะพิมพ์ต้นฉบับพอละ จบก่อนเถอะ เพราะนี่เป็นการอึ้งที่ตังค์น้อย แต่ รักคม ชัด ลึก ก็เท่านั้น
.............................
(หมายเหตุ อาการอึ้ง:ไตรโทน โดย...จิรายุส วรรธนะสิน)