บันเทิง

มองนอกดูใน - จ๊ะเอ๋...บ๊ายบาย

มองนอกดูใน - จ๊ะเอ๋...บ๊ายบาย

13 พ.ค. 2552

เสถียรธรรมสถานได้เพียรทำในสิ่งที่ท่านเจ้าคุณอาจารย์พุทธทาสภิกขุได้เมตตากล่าวไว้ด้วยความมุ่งมั่น และหนึ่งในนั้นก็คือโฆษณาธรรมะ (หรือธรรมโฆษณ์) ให้กระจายไปในวงกว้าง

  เมื่อราวกลางปีที่แล้ว หากยังจำกันได้ ด้วยความเอื้อเฟื้อของ The Shood บริษัทโฆษณาที่มีกรุณาแห่งหัวใจในการเป็นส่วนหนึ่งของการเผยแผ่ธรรมะ ได้ส่งโฆษณาชุด ‘จ๊ะเอ๋...บ๊ายบาย’ ซึ่งมีด้วยกัน 3 ตอน คือ ช่างกล ขี้หมา และ แท็กซี่ ออกมา จนคำว่า ‘จ๊ะเอ๋...บ๊ายบาย’ ติดหู และเป็นที่ติดอกติดใจ เพราะนำไปใช้ได้จริงในหมู่วัยรุ่นในการจัดการความรู้สึกของตัวเอง

 มาปีนี้ ทุกคนที่มีโอกาสไปเสถียรธรรมสถานในวันวิสาขบูชา คงจะจำได้ดี และคงจะอดอมยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงธรรมโฆษณา ‘จ๊ะเอ๋-บ๊ายบาย’ ชุดใหม่อีก 3 ตอนที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันนั้น รวมทั้งผู้ชมอีกมากมายที่ได้รับชมผ่านทางฟรีทีวีหลายช่อง

 ตอนที่ 1 ซองขาว
 เนื่องจากเศรษฐกิจปีนี้ย่ำแย่ คุณวัลลภจึงได้รับซองขาวจากเจ้านาย พร้อมประโยคเชือดหัวใจว่า “ผมไล่คุณออก” หลังจากนั้น ไม่ว่าจะมองไปทางใด หน้าของเจ้านายก็ลอยมาพร้อมกับประโยค “ผมไล่คุณออกๆๆๆๆ” ดังอยู่ในความคิด คุณวัลลภจึงอยู่กับความผิดหวังที่ถูกเชิญออกจากงานตลอดเวลา

 เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...มัวแต่คิด มันก็ตามมาเรื่อยๆ น่ะสิ ฉะนั้น จ๊ะเอ๋กับความผิดหวัง แล้วรีบบ๊ายบายซะ

 ตอนที่ 2  คนมือกำ
 พนักงานหนุ่มหน้าตี๋เดินกำความโกรธเต็มสองมือออกจากห้องเจ้านาย ตลอดทั้งวันก็กำไว้ไม่ปล่อย ทุกกิจกรรมของชีวิตดำเนินไปผ่านสองมือที่ยังกำแน่นจึงหาศักยภาพไม่มี หาประสิทธิภาพไม่ได้

 เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...โกรธได้ แต่อย่าไปเก็บเอาไว้ ฉะนั้น จ๊ะเอ๋กับความโกรธ แล้วรีบบ๊ายบายซะ

 ตอนที่ 3  ไม่เก็บไม่เจ็บ
 พนักงานหนุ่มร่างสูงเล่าให้เพื่อนร่วมงานรุ่นพี่ฟังว่า เมื่อวานพูดแล้วแค้นไม่หาย ผมมีเรื่องกับวินมอเตอร์ไซค์ มันต่อยหน้าผม แต่ทันใดนั้นรุ่นพี่ก็ชกเปรี้ยงเข้าให้ หลังจากนั้นชายหนุ่มคนเดิมก็เดินทั่วบริษัทเพื่อบอกประโยคเดิมกับเพื่อนร่วมงาน และแต่ละคนก็แจกหมัดกลับมาจนตาเขาบวมปูด ทั้งๆ ที่จริงๆ น่ะมีเรื่องถูกชกมาหมัดเดียว แต่เขาคิดกับสิ่งที่เขาถูกทำหลายครั้ง จึงเจ็บปวดทุกครั้งในปัจจุบันขณะ

 เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...ยิ่งแค้นก็ยิ่งเจ็บ ฉะนั้น จ๊ะเอ๋กับความแค้น แล้วรีบบ๊ายบายซะ
 ธรรมโฆษณาทั้ง 3 ตอนนี้นับว่าเป็นโฆษณาที่นำเรากลับสู่ปัจจุบันขณะ อย่างตื่นรู้เท่าทัน รู้คิด ทันคิด ก็ไม่หลงคิด และถ้าเราไม่หลงคิด เราก็จะไม่สูญเสียอิสรภาพ ในขณะที่การรู้แล้วปล่อยนั้นเป็นจังหวะของชีวิตที่มนุษย์ทุกคนฝึกได้ วิสาขบูชาที่ผ่านมาในอดีต องค์สมเด็จพระบรมศาสดา สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงเห็นเหตุปัจจัยแห่งตัณหา จนถึงขั้นทรงรำพึงว่า

 “เมื่อเรายังไม่พบญาณ, ได้แล่นท่องเที่ยวไปในสงสารอันเป็นอเนกชาติ แสวงหาอยู่ซึ่งนายช่างปลูกเรือน, คือตัณหาผู้สร้างภพ, การเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไป นี่แน่ะ นายช่างปลูกเรือน, เรารู้จักเจ้าเสียแล้ว, เจ้าจะทำเรือนให้เราไม่ได้อีกต่อไป โครงเรือนทั้งหมดของเจ้าเราหักเสียแล้ว, ยอดเรือนเราก็รื้อเสียแล้ว จิตของเราถึงแล้วซึ่งสภาพที่อะไรปรุงแต่งไม่ได้อีกต่อไป, มันได้ถึงแล้วซึ่งความสิ้นไปแห่งตัณหา (คือ ถึงนิพพาน)”

 ฉะนั้น การเป็นอริยเจ้าก็ไม่ใช่สิ่งสุดวิสัยสำหรับพวกเรา โฆษณา ชุด ‘จ๊ะเอ๋-บ๊ายบาย’ จึงถือเป็นโฆษณาของอริยะโดยแท้ ขอขอบคุณ The Shood อีกครั้งที่ทำให้ของยากนั้นง่ายเข้า  

 วันๆ หนึ่ง เราต้องพบกับความผิดหวัง ความโกรธ ความแค้น ความอิจฉา ความริษยา สารพัด ไม่อารมณ์ใดก็อารมณ์หนึ่ง หรือบางคนอาจจะพบทุกอารมณ์ในวันวันเดียว...

 ถ้า คิด กับทุกอารมณ์ ถ้า เก็บ กับทุกอารมณ์...ก็ เจ็บ
 แต่ถ้าอารมณ์ใดจรเข้ามา เราแค่ เจอ แล้วไม่ จม ก็ จบ
 อันไหนท้าทายและคุ้มค่ากว่า...เลือกดู…
 เพราะจะ  เจ็บ หรือจะ จบ  อยู่ที่ ใจ คุณ

"ธรรมสวัสดี"