บันเทิง

คมเคียวคมปากกา - อาลัย "เซียงคะนิง"

คมเคียวคมปากกา - อาลัย "เซียงคะนิง"

13 พ.ค. 2552

ข่าวเศร้าชาวลูกทุ่งที่มากับฝนแรก คือการสูญเสียผู้สร้างตำนาน "ราชาเสียงทอง" สื่อของชาวลูกทุ่ง ณรงค์ รอดเจริญ และโฆษกวิทยุลูกอีสาน กิ่ง กรกช หรือ "เซียงคะนิง"

 คนแรกนั้น ผมไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว แต่รู้สึกเสมือนคนคุ้นเคย เพราะเป็นแฟนประจำของนิตยสารราชาเสียงทองมายาวนาน

 ส่วนคนหลัง ได้มีโอกาสพบปะพูดคุยกันหลายครั้ง ซึ่งครั้งแรกเจอกันที่ร้านขายอาหารของ "ย้อม สีสด" (โฆษกวิทยุผู้ล่วงลับ) ภายในสถานีวิทยุยานเกราะ เกียกกาย

 ขณะนั้น กิ่ง กรกช กำลังทำอัลบั้มเพลง "ตะวันขึ้นที่โขงเจียม" โดยชุดนี้ เอ๋ พจนา นักร้องคู่บุญตั้งใจขับขาน เพื่อให้ความฝันของหนุ่มใหญ่จากยโสธรเป็นจริง

 ย้อนหลังไปในช่วงเพลงลูกทุ่งหวานๆ อย่าง "สั่งนาง" ของ มนต์สิทธิ์ คำสร้อย โด่งดังสุดขีดทางหน้าจอทีวี ในอีกด้านหนึ่ง บนหน้าปัดคลื่นเอเอ็ม หรือคลื่นเพลงชาวบ้าน ก็มีเพลงรักหวานปนเศร้าอยู่ในความนิยมของแฟนๆ

 นั่นคือเพลง "เราหรือคือทางผ่าน" ร้องโดย เอ๋ พจนา และ กิ่ง กรกช เป็นผู้แต่ง

 เวลานั้น เอ๋ พจนา อยู่ในความดูแลของ กิ่ง กรกช ร่วมกับ คำเกิ่ง ทองจันทร์ และ "เฮียจุ่น กรุงไทย" เป็นผู้ผลิตงานเพลง

 แม้เพลง เราหรือคือทางผ่าน จะไม่มีงบฯ อัดสปอต หรือฉายเอ็มวีผ่านทีวีเหมือนเพลงสั่งนาง แต่เพลงนี้ก็ขายดีแบบเงียบๆ ในกลุ่มแฟนเพลงลูกทุ่งหมอลำ

 วันที่ผมเจอกับ กิ่ง กรกช ก็ได้ยินเสียงบ่นเรื่องเสียดายโอกาส ที่จะผลักดันให้ เอ๋ พจนา ก้าวขึ้นเป็นนักร้องแถวหน้า

 เพราะยุคนั้น นักร้องที่ดังจากคลื่นเอเอ็ม ก็เปรียบเสมือน "นักร้องแถวสอง" ซึ่งต่างจากนักร้องที่ได้รับการโปรโมททางทีวี

 กิ่ง กรกช จึงฝังใจจำว่าสักวันหนึ่ง หากมีโอกาส เขาจะปั้นให้เอ๋ดังเปรี้ยงอีกครั้ง

 เมื่อวันนั้นมาถึง กิ่ง กรกช ได้ลงแรงลงทุนทำอัลบั้ม "ตะวันขึ้นที่โขงเจียม" โดยมีแรงใจสนับสนุนจากครูเพลงรุ่นใหญ่ อย่าง สุรินทร์ ภาคศิริ, พงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา และ สัญญา จุฬาพร
 
 จำได้ว่า "กิ่ง" หวังที่จะให้อัลบั้มชุดนี้ ล้างภาพ "พระเอกหมอลำ" ให้กลายเป็นนักร้องลูกทุ่งเสียงหวาน  เขาลงทุนเดินทางไปถ่ายทำเอ็มวี ถึงผาแต้ม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี และออกเดินสายแจกแผ่นตามคลื่นวิทยุทั่วประเทศ

 เหมือนโชคไม่เข้าข้าง เพลงตะวันขึ้นที่โขงเจียม ได้รับความนิยมระดับหนึ่ง บวกกับอุปสรรคนานาประการ

 "กิ่ง" คล้ายจะเป็นผู้พ่ายอีกครั้ง แต่ชีวิตนักสู้จากยศนคร ก็ไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม จึงเดินหน้าสู้ ด้วยการทำวิทยุชุมชนที่บ้านเกิด

 วันนี้...ไม่มีเซียงคะนิง ไม่มี กิ่ง กรกช แต่ก็ยังมีเสียงเพลงแห่งความทรงจำ กังวานหวานขับกล่อมแฟนๆ

 เมื่อแสงแรกของตะวันสาดสีที่โขงเจียม ย่อมเห็นแสงสุดท้ายลับลาที่มหาชนะชัย!

"บรรณวัชร"