บันเทิง

'บอลลีกประชานิยม'ในอุ้งมือ'แกรมมี่-อาร์เอส-ทรู'

'บอลลีกประชานิยม'ในอุ้งมือ'แกรมมี่-อาร์เอส-ทรู'

14 มี.ค. 2555

'บอลลีกประชานิยม'ในอุ้งมือ'แกรมมี่-อาร์เอส-ทรู':โลกไร้เสา

          "อากู๋สู้ๆๆๆ ตูจะได้เลิกจ่ายพันห้า มาจ่ายสามร้อยแทน"
 
          "เป็นตายยังไง ทรูก็สู้ขาดใจ ไม่มีบอลพรีเมียร์ฯ แล้วใครจะติดจานแดง แพงก็แพงแถมไม่มีบอลดีๆ ให้ดู"
 
          "ได้ข่าวว่าพวกเคเบิลก็จะทุ่มสู้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ฯ ไม่รู้จริงหรือลวง"
          "ถ้าลีกดังๆ มันแยกกันอยู่คนละค่าย ที่บ้านตูจะติดจานอีกกี่จานกันเนี่ย"
          "ดูโคตรเทพเมสซี่ แล้วจ่ายแค่ร้อยเดียว มันเกินคุ้มว่ะ แต่ต้องติดจานอะไรวะ"
 
          เหล่านี้เป็นหัวข้อสนทนาของคอบอลนอก ยามนี้แทนที่พวกเขาจะลุ้นทีมรักทีมโปรด กลับสนใจเรื่องศึกชิงลิขสิทธิ์การถ่ายทอดฟุตบอลลีกดังฝั่งยุโรปมากกว่า
 
          เนื่องจากข่าวความเคลื่อนไหวของ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เริ่มชัดเจนว่า มีเป้าหมายใหญ่คือ การเสนอตัวเพื่อเข้าร่วมประมูลลิขสิทธิ์ "ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ" ในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายนศกนี้ 
 
          เมื่อวันนั้นมาถึง ศึกประมูลลิขสิทธิ์จะได้รับความสนใจจากผู้คนทั้งประเทศ เพราะคนไทยนิยมดูบอลลีกอังกฤษมากกว่าลีกชาติอื่น และมันเป็นการประมูลเพื่อบริหารลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล (2012/13, 2013/14, 2014/15)
 
          โดยจีเอ็มเอ็มแกรมมี่ ได้เตรียมงบประมาณในการประมูลไว้ 2,000-3,000 ล้านบาท ขนาดอากู๋แจ้งผู้ถือหุ้นแกรมมี่ว่า "งดจ่ายเงินปันผล" เป็นครั้งแรกสำหรับงวดครึ่งปีหลัง 2554 เพื่อสำรองเงินสดเอาไว้ในมือให้มากที่สุด
 
          สำหรับผู้ถือลิขสิทธิ์การถ่ายทอดพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล (2009/10, 2010/11, 2011/12) คือ ทรูวิชั่นส์ ซึ่งประมูลมาด้วยมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท 
 
          สรุปว่าฤดูกาลใหม่นี้ (2011/12) ยังเป็นลิขสิทธิ์ของค่ายทรูวิชั่นส์ แต่ฤดูกาลต่อไปจะตกเป็นใคร? ก็ต้องรอดูผลการประมูลช่วงกลางปีนี้
 
          อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับการถ่ายทอดสดศึกลูกหนัง "ลีกประชานิยม" ได้เริ่มแล้ว เมื่อ "ลาลีกา สเปน" ฤดูกาลนี้ตกอยู่ในมือ "เฮียฮ้อ" และ "บุนเดสลีกา เยอรมัน" ก็ถูก "อากู๋" ซิวไปเรียบร้อยแล้ว จึงเหลือเพียง "พรีเมียร์ลีก อังกฤษ" และ "กัลโช่ ซีรีส์ อา อิตาลี" ที่ยังอยู่ในการบริหารจัดการของ "ทรูวิชั่นส์" เฉพาะฤดูกาลนี้
 
          อาจสรุปได้ว่า ยุคผูกขาดบอลลีกไว้ในแพล็ตฟอร์มเดียวได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่มันก็ทำให้คอบอลต้องจ่ายเงินเพิ่ม เพราะการถ่ายทอดสดลีกดังๆ ถูกแยกออกไปอยู่คนละแพล็ตฟอร์ม
 
          สมมุติว่า คอบอลที่เป็นสมาชิกแพ็กเก็จโกลด์ของทรูวิชั่นส์ ต้องจ่ายเดือนละ 1,500 บาท ก็รับชมได้ทั้งพรีเมียร์ลีก, บุนเดสลีกา, กัลโช่ซีรีส์อา และลาลีกา แต่ปัจจุบัน มันจะหายไป 2 ลีก
 
          ถ้าอยากดูลีลาเทพเจ้านักเตะอย่างเมสซี ก็ต้องซื้อจานดำมาติดตั้ง ราคาประมาณ 3-4 พันบาท และจ่ายค่ารับสัญญาณช่องเปย์ทีวีให้เฮียฮ้อเดือนละ 100 บาท
 
          หรือหากอยากดูบอลเยอรมัน แม้จะมีจานดำอยู่แล้ว ก็ต้องไปซื้อกล่องรับสัญญาณ "วันสกาย" ราคากล่องละ 1,590 บาท และจ่ายเฉพาะแพ็กเกจกีฬาอีกเดือนละ 300 บาท  
 
          ลองรวมตัวเลขที่คอบอลต้องจ่ายรายเดือน 1,500+300+100 = 1,800 บาท ไม่นับค่าติดตั้งจานดาวเทียมและรวมค่ากล่องวันสกายอีก 5-6 พันบาทโดยประมาณ
 
          แฟนพันธุ์แท้บอลนอก อาจต้องตัดสินใจเลือกดูบอลลีกใดลีกหนึ่ง หากไม่ต้องการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้ตัวเองในยามข้าวของแพงค่าแรงต่ำ?
 
          มองภาพรวมของทีวีดาวเทียม พ.ศ.นี้ ถือว่า "สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง" มาแรง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ลงทุนจัดตั้งบริษัทจีเอ็มเอ็ม วันสกาย รับผิดชอบการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดาวเทียม "วันสกาย" รวมทั้งการซื้อลิขสิทธิ์คอนเทนท์กีฬาดังๆ  เช่น ฟุตบอลยูโร 2012 บุนเดสลีกา และกีฬาประเภทอื่นๆ
 
          "หากเราได้พรีเมียร์ลีก จะทำให้กล่องวันสกายแจ้งเกิดในตลาดทันที" อากู๋ลั่นคำประกาศสู้ศึกลิขสิทธิ์ลูกหนัง
 
          ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม บอกเหตุผลที่หันมารุกธุรกิจกีฬา เพราะตลาดกีฬามันใหญ่กว่าตลาดเพลงในชั่วโมงนี้ อากู๋ยกตัวอย่างยามาฮ่าโทรมาขอเป็นสปอนเซอร์ฟุตบอลนัดเดียวหลักแสนบาท เขายังยอมจ่าย
 
          คำอธิบายว่า "ตลาดกีฬามันใหญ่" ที่ชัดเจนที่สุด เมื่ออากู๋จูบปาก ประวิทย์ มาลีนนท์ แห่งช่อง 3 ถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2012 ระหว่าง 8 มิถุนายน- 1 กรกฎาคม 2555 และที่มากไปกว่านั้น อากู๋ต้องการจีบ "เฮียประวิทย์" มาเป็นพันธมิตรประมูลลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษในกลางปีนี้
 
          ก่อนหน้านี้ แกรมมี่ผนึกกับ "ไลฟ์ ทีวี" ผู้ผลิตรายการป้อนเคเบิลทีวี เพื่อนำช่องฟุตบอล พลัส ช่องสปอร์ตพลัส และช่องแมนยูทีวี มาไว้ในแพล็ตฟอร์มวันสกาย รวมถึงช่องยูโรสปอร์ต ช่องเอเอสเอ็น และช่องสปอร์ตวัน ที่แกรมมี่ซื้อลิขสิทธิ์มาจากทีวีต่างประเทศ

          สำหรับบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ที่คว้าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดลาลีกา สเปน 3 ปี (2012-2015) โดย สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ วางแผนเปิดช่องทีวีดาวเทียมเพิ่มขึ้นอีก 1 ช่อง ในรูปแบบเปย์ทีวี ภายใต้แนวคิด "ถูกกว่า สะดวกกว่า ราคาเป็นมิตร" คือจ่ายเดือนละ 100 กว่าบาท เพื่อการรับชมกว่า 380 แมทช์ตลอดฤดูกาล
 
          มิเพียงเท่านั้น เฮียฮ้อยังหวังปั้น "ช่อง 8" ในจานดำให้รุ่งเทียบเท่าฟรีทีวี จึงมีแผนนำบอลลากีกา สเปนนัดสำคัญๆ มาออกอากาศทางช่องนี้ให้แฟนบอลดูฟรีๆ
 
          ปกติช่องทีวีดาวเทียมจะเผยแพร่กันในแบบฟรีทูแอร์ ไม่มีค่ารายเดือน ร้านรับติดตั้งจานดาวเทียมก็ขายจานกันสนุกมือ แต่จากนี้ไป คนขายจานดาวเทียมอาจประสบปัญหา เมื่อเจ้าของคอนเทนท์ลงมาแข่งขันในลู่นี้ด้วย
 
          ยักษ์ใหญ่อย่างแกรมมี่หรืออาร์เอส หันมารุกธุรกิจ "แพลตฟอร์ม โอเปอเรเตอร์" ให้บริการครบวงจรทั้งเปย์ทีวีและฟรีทีวี ผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียม
 
          อธิบายความได้ว่าอากู๋กับเฮีย จะดึงกีฬาประชานิยมมาไว้ใน "เปย์ทีวี" เหมือนเคเบิลทีวีทรูวิชั่นส์ และในอนาคต สองค่ายใหญ่อาจนำคอนเทนท์บันเทิงดีๆ มาไว้ในกล่องเก็บตังค์มากขึ้น
 
          เฉพาะหน้านี้ พี่น้องเอ๊ย..อยากดูศึกลูกหนังชิงแชมป์ยุโรป เตรียมควักตังค์ซื้อกล่องอากู๋กล่องละพันห้า จ่ายเพิ่มอีกเดือนละ 300 บาท หากไม่อยากจ่ายก็หาเตรียมเสาก้างปลาหรือเสาหนวดกุ้งไว้
 
          มิเช่นนั้นจะอดดูบอลยูโร 2012 ทางช่อง 3 เพราะอากู๋แจ้งเตือนแล้ว บ้านไหนติดจาน แต่ไม่มีกล่องวันสกาย ก็หมดสิทธิ์รับชม? 
.............................
(หมายเหตุ 'บอลลีกประชานิยม'ในอุ้งมือ'แกรมมี่-อาร์เอส-ทรู':โลกไร้เสา)