บันเทิง

เมื่อนางเอกขอเป็นนางร้าย

เมื่อนางเอกขอเป็นนางร้าย

14 มี.ค. 2555

เมื่อนางเอกขอเป็นนางร้าย:มายาวิชั่น โดย... เทพิตา

          หนึ่งในความน่าสนใจของละครหวาน “รักประกาศิต” ที่กำลังออกอากาศอยู่ทางช่อง 3 ตอนนี้ เห็นทีจะเป็นการพลิกบทบาทจาก “นางเอก” มาเป็น “นางร้าย” ของ "แพท" ณปภา ตันตระกูล ด้วยบทที่ส่ง ในบทคุณหนูผู้เอาแต่ใจ ปนจิตเล็กๆ ที่ได้แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดเต็มเหวี่ยง ทำให้สาวแพทสอบผ่านบทนี้ได้ไม่ยาก

          การพลิกบทบาทในลักษณะนี้ของสาวแพท ไม่ใช่ครั้งแรกแน่นอนในวงการทีวีบ้านเรา เมื่อเราได้เห็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ ซึ่งเหตุผลการพลิกบทจากนางเอกมารับบทร้ายของนักแสดงสาวในวงการก็มีอยู่หลายเหตุผล

          อย่างกรณีของสาวแพท อาจเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เมื่อเล่นบทนางเอกในละครมาหลายสิบเรื่องแล้ว ส่วนจะสามารถกลับไปเป็นนางเอกได้อีกหรือไม่? คนดูอาจเป็นผู้ตัดสิน

          หรือละครที่เพิ่งลาจอ “อสูรน้อยในตะเกียงแก้ว” ทางช่อง 7 สาวหวาน "ทับทิม" อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์ ที่ชิมลางบทร้ายแบบเก็บกดก็แจ้งเกิดกับบทนี้ได้สวยงาม ชนิดกลบรัศมีนางเอกไปได้แบบเล็กๆ

          ปีก่อน นางเอกสาวเลือดใหม่ช่อง 3 "มิ้นท์" ณัฐวรา วงศ์วาสนา ที่รับบทนางเอก 2 เรื่อง “เงารักลวงใจ” และ “เคหาสน์สีแดง” แต่เมื่อไม่เปรี้ยงก็หันมาชิมลางบทร้ายในละคร “เกมร้าย เกมรัก” จนดังเป็นพลุแตก ทำให้เห็นแววว่าเส้นทางการเป็นนางร้ายอาจเจิดกว่านางเอก

          กรณีสาวมิ้นท์คล้ายๆ กับสาว "จอย" รินลณี ศรีเพ็ญ เพราะเมื่อประเดิมบทนางเอกในละครคลาสสิก “บ้านทรายทอง” แล้วไม่แจ้งเกิด การหันมารับบทนางร้ายแบบมีคลาสอย่างต่อเนื่องก็ทำให้เธอยืนหยัดในวงการมายาอย่างยาวนาน

          หรือถ้าย้อนกลับไป นางเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงตอนนี้ก็เคยชิมลางบทร้ายมาแล้วทั้งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นในลักษณะ นางร้ายในคราบนางเอก อย่าง "อั้ม" พัชราภา ไชยเชื้อ ก็เคยทำให้คนหมั่นไส้ทั้งเมืองจากละคร “คมพยาบาท” และ “เมียหลวง”, "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต ที่เล่นบทนางเอ๊ก นางเอก แล้วไม่เข้าตานัก แต่เมื่อเล่นร้ายก็เป็นที่พูดถึงของคนทั้งเมืองจากละคร “ดาวเปื้อนดิน” และละครเปลี่ยนชีวิต “ดอกส้มสีทอง”  ฟาก "ยุ้ย" จีรนันท์ มะโนแจ่ม ก็เช่นกัน เคยร้ายสุดขั้วในละคร “นางทาส”  และ “พระจันทร์ลายพยัคฆ์” จนเป็นที่กล่าวขวัญ แม้กระทั่งสาว "พลอย" เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์ ก็ร้ายจนน่าตบจากละคร “ระบำดวงดาว” รวมถึง "เบนซ์" พรชิตา ณ สงขลา ก็วาดลีลานางร้ายจนเป็นที่ติดใจคนดูจาก “เมียหลวง” และ “เมียแต่ง”

          การเล่นบทร้ายที่คนดูอาจเกลียด ไม่ได้เป็นที่รักของเหมือนบทนางเอก มองในแง่ดี บางครั้งก็ช่วยส่งเสริมให้บรรดานางเอกเหล่านั้นที่พลิกมาเล่นร้ายบ้างเพื่อสร้างสีสันให้ตัวเองยิ่งดังขึ้น ไม่น่าเบื่อที่จะเล่นบทเดิมๆ ช่วยตอกย้ำตำแหน่งซูเปอร์สตาร์ที่เล่นบทอะไรก็ได้แบบไม่ยาก แล้วก็เห็นมานักต่อนักเมื่อนางร้ายตีบทที่เล่นจนแตกกระจุย ก็ขโมยซีนนางเอกมาหลายต่อหลายเรื่อง เพราะยิ่งเล่นแล้วคนเกลียด อินกับบทบาทที่ได้รับ ถือว่าสอบผ่านฉลุย และประสบผลสำเร็จในความกล้าจะพลิกบทบาท

          จะว่าไปบทนางร้ายก็มีเสน่ห์ในตัวเอง อย่างบทนางเอกบางครั้งค่อนข้างมีข้อจำกัดในการแสดง ไม่สามารถสื่อสารอารมณ์กับคนดูได้ชัดเจน มีขอบเขตที่เป็นแบบแผนตายตัว แต่บทนางร้ายถือว่ามีอิสระกว่า ที่สำคัญสามารถแสดงอารมณ์ออกมาได้อย่างชัดเจน และได้ปลดปล่อยความสามารถที่มีอยู่ให้ประจักษ์แก่สายตาคนดูได้ง่าย 

          แต่จะว่าไปความน่าภูมิใจของแต่ละคนที่เข้ามาโลดแล่นอยู่ในวงการมายา คำว่า “ศิลปิน” หรือ “นักแสดง” ต่างหากจะทำให้ผู้ที่ถูกเรียกภูมิใจได้มากกว่าการถูกเรียกว่าเป็น “นางเอก” หรือ “นางร้าย” เมื่อทุกอย่างวัดผลที่ฝีมือการแสดงว่า แสดงได้หลากหลายหรือไม่ หรือทำได้แค่บทเดียวแถมบทเดิมๆ ยิ่งสัจธรรมที่ชัดเจนของแวดวงมายา ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้า นางเอกไม่สามารถเป็นได้ตลอดไป เมื่อคลื่นลูกใหม่พร้อมสาดซัดตลอดเวลา คนเป็น “นักแสดงตัวจริง” ต่างหากจะยืนหยัดอยู่บนถนนเส้นมายาได้อย่างยาวนาน...
.............................
(หมายเหตุ เมื่อนางเอกขอเป็นนางร้าย:มายาวิชั่น โดย... เทพิตา)