บันเทิง

ดราม่าพาให้คิด

ดราม่าพาให้คิด

12 มี.ค. 2555

ดราม่าพาให้คิด:พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected]

          โลกโซเชียลมีเดียเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีดราม่าระหว่างฝ่ายที่ตั้งตนเป็นผู้พิทักษ์ศีลธรรมกับฝ่ายที่แสดงท่าทีเสมือนจงใจบ่อนทำลายศีลธรรมตามขนบเดิม เป็นดราม่าระหว่างแฟนเพจ “สมาคมรีพอร์ตแห่งประเทศไทย” ซึ่งมีหน้าที่รีพอร์ตเพจเลวๆ ในเฟซบุ๊กให้เฟซบุ๊กกำจัดทิ้ง กับเพจแสบๆ ของคนกลุ่มที่มีคำถามมากมายต่อสังคม เช่น “ศาสดา” ซึ่งเอาเรื่องเซ็กส์ การเมือง และศาสนามาเขย่าอย่างไม่สงวนท่าที กับ “โหดสัส” ซึ่งนำรูปและเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตประจำวันของผู้คนมาเสียดสีให้หัวเราะด้วยภาษาดิบเถื่อน
 
          ความจริงสมาคมรีพอร์ตเริ่มต้นงานของตัวเองด้วยการรีพอร์ตเพจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่เมื่อไล่ปิดเพจหมิ่นจนหมดแล้ว คงนึกขึ้นได้ว่า ที่เห็นเพ่นพ่านในเฟซบุ๊ก ยังมีเพจเลวๆ ประเภท “เบื่อ ว (วชิรเมธี)” “ศาสดา” “โหดสัส” และอื่นๆ อีกมากมายที่ตั้งคำถามแปลกๆ กับสังคม บ่อนทำลายวัฒนธรรมอันดีงามแต่ดั้งเดิมมาของไทย เป็นภัยใหญ่หลวงต่อความมั่นคงของชาติ อันประกอบด้วย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์  เพราะบังอาจจาบจ้วงโลกเดิมที่ดีงามสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว
 
          ดราม่าจึงบังเกิดระหว่างคนสองกลุ่มที่กลุ่มหนึ่งเห็นว่า ต้องพิทักษ์ทุกอย่างในโลกเดิมหรือขนบเดิมอย่างเหนียวแน่นเพราะมันดีสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว กับอีกกลุ่มที่เห็นว่า ไม่เห็นสมบูรณ์แบบเลย ไม่เห็นเข้ากับวิถีชีวิตของฉันเลย ขอสงสัยบ้าง ขอตั้งคำถามบ้าง ขอล้อเลียนบ้าง ได้ไหม มันเรื่องอะไรฝ่ายหนึ่งจะต้องเอาบรรทัดฐานของตัวมายัดเยียดให้คนอื่นทำตาม ต่างคนต่างคิดต่างเชื่อไม่ได้หรือ
 
          ในที่สุด ฝ่ายหลังที่ถูกรีพอร์ต ก็ได้รวมตัวกันจัดตั้ง “ภาคีพิทักษ์สิทธิเสรีภาพในโลกไซเบอร์” เพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพในโลกอินเทอร์เน็ต หรือโลกโซเชียลมีเดีย ไม่ใช่เรื่องผิดที่ฝ่ายขนบเก่าซึ่งเติบโตมาแบบขนบเก่าจะคิด พูด ทำ ตามความเชื่อเดิมๆ และไม่ต้องการตั้งคำถาม เพราะเชื่อว่าทุกอย่างที่เป็น สมบูรณ์แบบอยู่แล้ว แต่สังคมไทยสมบูรณ์แบบขนาดนั้นจริงหรือ
 
          คำถามหลายอย่างของฝ่ายขนบใหม่นั้น ถ้าพิจารณาดีๆ อาจเห็นว่าแท้จริงแล้วมันมิได้หยาบคายดิบเถื่อนไร้รสนิยมอย่างที่หลายคนชิงชังรังเกียจ ในทางตรงข้าม มันยั่วยุสมองให้คิดอย่างที่ไม่เคยคิดมาก่อน ซึ่งอันที่จริงเป็นสิ่งที่สมองต้องการ หรืออีกนัยคือเป็นการใช้งานสมองอย่างถูกต้อง ทำให้สมองแข็งแรงเต็มตามศักยภาพ เป็นเรื่องง่ายที่จะคิดและเชื่อว่าเราเป็นคนดี รังเกียจความเลวทุกชนิด แต่เราจะไม่มีวันรู้ว่าเราเป็นอย่างที่เราคิดและเชื่อจริงหรือไม่ ถ้าเราไม่ถูกท้าทายทางความคิดบ้าง หรือถ้าเราไม่ตั้งคำถามกับตัวเองบ้างว่าเราเป็นอย่างที่เราคิดว่าเป็นจริงไหม หรือเพียงแต่คิด พูดไปตามที่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา
 
          เช่น เราบอกว่า ศาสนาดี พระดี การทำลายชีวิตอื่นไม่ดี แต่ถ้าพระบอกว่าฆ่าคนเลวไม่บาป จะถือว่าดีไหม หรือคำหยาบต่างๆ เพราะเรากำหนดให้หยาบหรือเพราะมันหยาบเอง ทำไมจึงหยาบ อะไรคือหยาบ หรือการเป็นศาสดาเกิดขึ้นได้อย่างไร ศาสดาเป็นคนเหมือนเราไหม เคยทำผิดไหม หรือการล้อเลียนต่างๆ ว่ามีประโยชน์อะไรบ้างไหม เป็นกลไกทางจิตที่ช่วยให้มนุษย์รู้จักอดทนอดกลั้นต่อกันไหม หรือเป็นเพียงความเลวสมบูรณ์แบบ แต่ความเลวสมบูรณ์แบบคืออะไร มีจริงไหม ฯลฯ เป็นต้น
 
          คนที่ยืนเข้าแถวเป็นระเบียบในกำแพงทุกวัน มองเห็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่แต่เชื่อตามคำบอกเล่าว่าไม่มีอะไรอยู่ที่นั่น อาจรู้สึกตกใจถ้าวันหนึ่งกำแพงพังทลาย และจำเป็นต้องเดินออกไปในทุ่งหญ้า แต่สิ่งที่ดำรงอยู่จริง ย่อมดำรงอยู่จริง เมื่อสัมผัสแล้วไม่พอใจทุ่งหญ้าก็เพียงกลับมาสร้างกำแพงขังตัวเองใหม่ ส่วนคนอื่นที่ชอบทุ่งหญ้า ก็ควรมีเสรีภาพที่จะเลือกอยู่นอกกำแพง 
...................
(หมายเหตุ ดราม่าพาให้คิด:พริกกะเกลือ โดย... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ [email protected] )