บันเทิง

ชีวิตยังมีอะไรให้ค้นหา'ปอ-ทฤษฎี'

ชีวิตยังมีอะไรให้ค้นหา'ปอ-ทฤษฎี'

10 มี.ค. 2555

ชีวิตยังมีอะไรให้ค้นหาเรียนรู้ตามกาลเวลาแบบ "ปอ" ทฤษฎี:สกู๊ปวันเสาร์ โดย... ดวงใจ สอาดจิตต์ / เบญจภรณ์ อำไพรัตนพล

          พระเอกหนุ่มมาดเคร่งขรึม ที่หลายคนเคยเห็นในจอโทรทัศน์ กับผลงานเรื่องล่าสุด "ต้มยำลำซิ่ง" ของ  "ปอ" ทฤษฎี สหวงษ์ ที่ต้องทั้งร้องเล่น เต้นเพลงหมอลำในแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ประกบนางเอกสาวมาแรง "ชมพู่" อารยา เอ ฮาร์เก็ต สร้างความระทับใจท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของผู้ชมบางกลุ่มที่คาดหวังว่า ผลงานเรื่องนี้น่าจะแซบตรงใจได้มากกว่านี้ พร้อมเผยวิธีคิดในการใช้ชีวิต ไม่ธรรมดาของผู้ชายมาดขรึมแค่ในจอ เพราะนอกจอเขาบอกว่า " ขี้แกล้ง" อย่าบอกใคร รายละเอียดมีในหน้าบันเทิง คมชัดลึก และรายการ ซุปตาร์ในดวงใจ ทางแมงโก้ ทีวี
 

ผลงานละคร
00ได้มาเล่นละคร ต้มยำลำซิ่ง เป็นอย่างไรบ้าง

          สำหรับละครเรื่องนี้ จะเข้มข้น สนุกสนานมากขึ้น เพราะความสนุกจะยังไม่จบ ยิ่งดูไปเรื่อยๆ จะยิ่งสนุกสนานเพิ่มมากขึ้น
 

00มีกระแสว่าค่อนข้าง ใช้คำด่านางเอกในเรื่องรุนแรงเหมือนกัน
          ความจริงแล้ว ผมพูดไปตามบทที่เขียนมา แต่บางทีผมรู้สึกนะว่าแรงไป ซึ่งทาง ผกก. และทีมงานต้องมาอธิบายให้เข้าใจว่า ที่ต้องต่อว่านางเอกรุ่นแรงขนาดนี้ เป็นเพราะรักมาก ทำให้โกรธมาก ทำให้เกิดคำที่พรั่งพรูออกมาได้เยอะไปหมด แต่ทุกครั้งที่ด่าไม่ได้เกิดจากความเกลียด แต่เป็นเพราะความรัก ความเป็นห่วงว่า ทำไมเขาถึงไม่เขาใจเรา ซึ่งมีคนท้วงติงเหมือนกันว่าพระเอกปากจัด ส่วนที่บางฉากพระเอกอาจจะดูหื่นกาม (หัวเราะ) ความจริงไม่ได้หื่นนะ แต่เป็นการจงใจแกล้งนางเอกมากกว่า อยากทำให้เขาสติแตก
 

00ในเรื่องต้องเล่นเป็นนักแต่งเพลง และต้องร้องเพลด้วย มีความยากง่ายอย่างไร
          เรื่องร้องเพลงไม่ยากและไม่ง่าย แต่เพลงที่ผมร้องเป็นจังหวะสนุกสนาน เพราะเพลงในความคิดของผม จะมีเพลงที่ฟังเพราะกับเพลงสนุกสนาน แต่โจทย์เพลงที่ผมได้รับคือเพลงสนุกสนาน เพราะฉะนั้นจะได้ใส่ความสนุกและความสุขลงไป ซึ่งเพลงที่ต้องร้องให้เพราะในเรื่องก็มี แต่ไม่ใช่หน้าที่ของผม คงต้องเป็นหน้าที่คนอื่นร้องไป
 

00หนักใจไหมก่อนรับแสดงเรื่องนี้
          มีบ้าง เพราะเพลงหมอลำว่ายากแล้ว แต่ในเรื่องจะเป็นเพลงหมอลำซิ่ง จะร้องเร็วและยากขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง ต้องทำการบ้านเยอะๆ ตอนแรกกังวลเหมือนกัน แต่พอได้มาเรียนร้องเพลงกับครูสลา (สลา คุณวุฒิ) ท่านบอกว่าไม่ต้องกังวล ให้ฟังบ่อยๆ ฟังไปเรื่อยๆ จนจำเนื้อเพลง และทำนองได้อัตโนมัติ นั่นคือไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ตาม ต้องซ้อมบ่อยๆ เพราะไม่มีใครเก่งออกมามาจาก ท้องพ่อ ท้องแม่ ทุกคนต้องผ่านการฝึกฝนถึงจะเก่งได้
 

00ในเรื่องต้องกลัวการร้องเพลง ชีวิตจริงกลัวไหม
          กลัวนะ แต่ไม่เชิงกลัวมากขนาดนั้น แต่ผมเป็นคนไม่ชินกับการขึ้นเวทีร้องเพลงเท่าไหร่ จะเขินที่ต้องขึ้นเวทีร้องเพลง แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็เป็นนักแสดง อาจจะดูขัดกัน แต่งานแสดงจะทำในกองละคร ซึ่งมีช่างภาพ ช่างไฟ ที่ผมรู้จักหมด ผมเลยไม่เขิน แต่ถ้าวันไหนที่ผมต้องไปอยู่หน้าคนที่ไม่รู้จัก ผมจะรู้สึกเขินอยู่เล็กๆ เหมือนการร้องเพลง อย่างมีฉากหนึ่งในละครที่ผมต้องไปอยู่ที่ตลาดน้ำดอนหวาย ซึ่งผมต้องเต้นโชว์ชุดใหญ่มาก วันนั้นไม่ต้องจ้างเอ็กซ์ตรา (ตัวประกอบ) เลย แล้วเป็นวันแรกที่ผมเข้าฉากยังไม่รู้จักทีมงานสักคน รู้สึกเขินมาก โชคดีที่ในบทต้องเป็นคนไม่มีความมั่นใจในการแสดงอยู่แล้ว เลยเนียนๆ ไป (หัวเราะ)
 

00ร่วมงานกับ ชมพู่ ครั้งแรกเป็นอย่างไร
          ตอนแรกไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวเลย ผมรู้จักแค่ว่า เขาเป็น "เรยา" ในละคร "ดอกส้มสีทอง" ซึ่งแสดงดีมาก นี่เป็นการร่วมงานกับชมพู่ และบริษัทบอร์ดคาซท์ ไทยเทเลวิชั่น ครั้งแรก เหมือนผมไปเริ่มต้นใหม่หมด วันแรกที่ไปเข้าฉาก ผมเขินเหมือนกัน ทำตัวไม่ถูก แต่โชคดีที่ชมพู่เป็นคนอัธยาศัยดีอยู่แล้ว เหมือนเขาเป็นเจ้าถิ่น เพราะเคยร่วมงานกับบอร์ดคาซมาก่อน เขาจะเหมือนเป็นคนเทกแคร์เรามากกว่า
 

00มีคนมองว่ากระแสตอบรับ เหมือนยังไม่เปรี้ยงมากเท่าแรงโปรโมทละครช่วงก่อนหน้านี้
          กระแสตอบรับต่างๆ ที่ผ่านมา เราเป็นคนทำงาน ต้องมุ่งหวังให้คนดูของเรามีความสุขกับงานที่เราทำ เพราะเราทำละครในยุคปัจจุบันที่คนดูถือรีโมทพร้อมจะเปลี่ยนช่องทีวีได้ตลอดเวลา คนดูมีทางเลือกเยอะ ถ้าคุณไม่ชอบ คุณเปลี่ยนช่องได้ เราไม่สามารถบังคับให้ทุกคนในประเทศมาชอบละครของเราได้ เพราะฉะนั้นละครที่เราทำ ถึงแม้จะมีเพียงหนึ่งคนที่ชอบ เท่านั้นถือว่าเราพอใจแล้ว ขอแค่มีคนชอบและสนุกกับงานของเรา เท่านั้นถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แต่ในเรื่องของจำนวนคน หรือเรตติ้งนั้นเป็นแค่ผลพลอยได้เท่านั้นเอง
 

00เป็นพระเอกมาตลอด จะมีโอกาสพลิกคาแร็กเตอร์มาเล่นร้ายบ้างไหม
          เดี๋ยวน่าจะมีในเร็วๆ นี้ เพราะกำลังคุยกันอยู่ แต่ยังพูดมากไม่ได้ ต้องให้ทางช่องเป็นคนออกมาพูดเองดีกว่า แต่น่าจะได้พลิกคาแร็กเตอร์ อีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะเล่นนะ เพราะเป็นด้านมืดในชีวิตของตัวละคร ที่มีจริงๆ ในสังคม ผมคิดว่าเป็นผลงานที่ท้าทายความสามารถมาก ผมอยากจะเป็นตัวแทนถ่ายทอดเรื่องที่ดีและไม่ดี อยากให้ทุกคนเห็นว่าในสังคมมีทั้งสิ่งที่ดีและสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งต้องติดตามชมกัน
 

งานเพื่อสังคม
00เป็นทูตองค์กร พิทักษ์สัตว์แห่งโลก

          ผมเป็นทูตของ WSPA เป็นองค์กร ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อยุติการทารุณกรรมสัตว์ ต้องการให้สังคมเห็นความสำคัญเกี่ยวกับสวัสดิภาพของสัตว์ เพราะชีวิตของมนุษย์ใกล้ชิดกับสัตว์ทั้ง สุนัข แมว หมา ไม่เว้นแม้แต่ช้างของไทย ทั้งสัตว์เล็กสัตว์ใหญ่ หรือแม้กระทั่งการทานเนื้อสัตว์ อยากให้มองว่าสัตว์คือสิ่งมีชีวิตเหมือนกับคน ไม่ใช่ว่ามนุษย์กับสัตว์จะถูกแบ่งแยกชนชั้น ซึ่งผมคิดว่าไม่แฟร์เท่าไหร่ เราต้องพึ่งพาเขา แล้วทำไมเขาถึงต้องอยู่ต่ำกว่าเรา ในขณะเดี๋ยวกันเขาต้องพึ่งพาเราเหมือนกัน สิ่งที่ผมต้องการจะบอกคือ สัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความรู้สึก เขาอยากอยู่ดีกินดี และไม่อยากถูกทำร้าย อยากให้มีมุษยธรรมตรงนี้ ซึ่งผมเป็นตัวแทน ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง เพื่อสร้างความเข้าใจให้แก่บุคคลทั่วไป
 

00เห็นว่าทางองค์กรจะมีโครงการพิเศษ
          ทาง WSPA จะมีการจัดโครงการ "6 ขา วิ่งหาทุน" อาจจะงงว่าทำไมถึง 6 ขา คือมีเจ้าของสัตว์ 1 คน มี 2 ขา มากับสุนัข 1 ตัว มี 4 ขา รวมเป็น 6 ขา เป็นกิจกรรมน่ารักๆ อยากให้ทุกคน พาสุนัขที่เลี้ยงไว้มาสวนสาธารณะ ให้เขาสัมผัสกับธรรมชาติบ้าง และเราจะหาทุนสำรองเอาไว้ช่วยสัตว์ ที่ประสบภัยภิบัติในภายภาคหน้า ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม แผ่นดินไหว ภัยแล้ง งานจะมีขึ้นวันที่  25 มีนาคม เวลา 15.30 น. บริเวณสวนหลังเซ็นทรัลพลาซ่า พระราม 2 จำหน่ายบัตรในการวิ่งการกุศล 350 บาท ในงานเราจะมีบูทกิจกรรมต่างๆ สำหรับเจ้าของและสุนัขคู่ใจ รวมทั้งมีบูทของโรงพยาบาลสัตว์ รัตนาธิเบศ มาร่วมเช็กสุขภาพของน้องหมาในวันนั้นด้วย
 

กระเทาะตัวตนของ "ปอ"
00ดูเป็นคนขรึมๆ ตัวตนจริงๆ เป็นคนอย่างไรสนุกสนานร่าเริงไหม
          ความจริงผมเป็นคนสนุกสนานนะ เพราะผมไม่อยากเครียด ความเครียดทำให้เผมเหนื่อย และไม่อยากคุยกับใคร ถ้าเป็นไปได้ผมจะไม่ค่อยโกรธคนอื่น แต่ผมเป็นคนขี้แกล้ง ผมแกล้งทุกคนนะ แต่ไม่ได้แกล้งให้เขาโกรธนะ สนุกๆ มากกว่า
 

00รู้สึกอย่างไรที่มีถึงวันนี้ได้
          รู้สึกว่ามีอะไรให้เราทำอีกเยอะ ในด้านการแสดง ผมยังถือว่าไม่ดีสักเท่าไหร่ ยังมีอะไรที่เราต้องค้นหาอีกเยอะ เพราะมีนักแสดงรุ่นใหญ่หลายๆ ท่านเตือนว่า ถ้าเมื่อไหร่ที่เราคิดว่าตัวเองเก่ง แสดงว่าวันนั้นเราจบแล้ว ชีวิตไม่มีอะไรให้ค้นหาต่อไปแล้ว ทุกวันนี้ผมยังไม่รู้สึกว่าตัวเองเก่ง แต่คิดว่ายังมีอะไรที่เราต้องค้นหาอีกเยอะ เพราะวิชาการแสดงไม่มีวันจบ และผมไม่กล้าให้คะแนนตัวเอง ผมคิดว่าการที่เราจะได้คะแนน น่าจะมาจากคนที่ดูผลงานของเรามากกว่า
 

00นักแสดงที่ดีในมุมมองของปอ
          มีวินัย และเคารพในบทที่ตัวเองได้รับ ต้องทำงานหนัก ซึ่งผมเต็มที่กับทุกงานที่ทำ เพราะไม่อยากเอาเปรียบคนดู
 

00มีนักแสดงรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นเยอะมาก รู้สึกอย่างไร
          ดีนะ เพราะการที่มีนักแสดงเพิ่มขึ้นกลายเป็นกำไรของคนดู ทำให้มีความหลากหลายมากขึ้น ผมไม่ได้รู้สึกว่าเด็กที่เกิดขึ้นใหม่จะมาแย่งงานเรา และคนที่คิดแบบนั้น แสดงว่าเขาเห็นแก่ตัวมาก ทำไมต้องบีบบังคับให้คนดู มาดูเราเพียงคนเดียว เพราะบางครั้งผมก็ไม่เหมาะสมกับคาแร็กเตอร์บางอย่าง การที่มีนักแสดงเพิ่มขึ้นเป็นกำไรให้คนดู ทำให้เขามีทางเลือกเยอะขึ้น
 

ความลับเรื่องหัวใจของหนุ่มมาดขรึม
00ความรักกับ "โบว์" เป็นอย่างไร 
          ความรักของผมเหมือนเป็นเรื่องปกติ เพราะผมอยากโฟกัสที่เรื่องงานมากกว่า ยังมีโปรเจกท์อะไรใหม่ๆ ที่ผมต้องทำอีกเยอะ
 

00ที่ผ่านมาข่าวเกี่ยวกับความรักค่อนข้างแรง ผ่านกระแสข่าวเหล่านั้นมาได้อย่างไร
          เราเป็นยังไงก็ยอมรับอย่างนั้น เดี๋ยวคนในสังคมจะเข้าใจเอง เพราะผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกวันนี้ทุกคนต้องทำงาน ไม่มีใครอยากทำงานตอนแก่ ทำงานหนัก ณ ตอนนี้ดีกว่าที่จะไปทำงานตอนแก่
 

00ตอนที่มีข่าวออกมาใหม่ๆ เครียดไหม
          ผมไม่เครียด เพราะว่าไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ผมอยากให้มองถึงใจของคนอื่นบ้าง เพราะเขาอาจจะไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่ผมเป็น
 

00เมื่อไหร่จะมีข่าวดี
          เดี๋ยวมีแล้วผมจะบอก (หัวเราะ) เพราะเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าจะเป็นข่าวดี บางคนอาจเป็นข่าวที่ไม่ดีก็ได้ แล้วแต่มุมมองของแต่ละคน เพราะการแต่งงานเป็นสิ่งที่ดี แต่สิ่งที่ดีที่สุดคือความเข้าใจกัน และอยู่ด้วยกันไปให้นานที่สุด
                 

ชื่อ : ทฤษฎี สหวงษ์
ชื่อเล่น : ปอ
เกิด : 23 มกราคม พ.ศ. 2521
การศึกษา : ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยราชภัฎจันทรเกษม คณะบริหารธุรกิจ
ผลงานที่ผ่านมา : บาปรักทะเลฝัน เจ้าสาวบ้านไร่ ผู้ใหญ่ลีกับนางมา มาเฟียที่รัก ฯลฯ
ผลงานปัจจุบัน  :  ต้มยำลำซิ่ง