
Fabbit Cad
Fabbit Cad:หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์
ข้อตกลงก่อนการอ่าน
- การกล่าวถึงบุคคลใดในคอลัมน์นี้ หากเขามีตัวตนอยู่ในโลก Social Network ในที่นี้จะใช้นามแฝงของเขา อาทิ @nuishow หากท่านผู้อ่านต้องการทราบว่าเป็นผู้ใดให้ตรวจสอบเองได้จาก Twitter.com/ ตามด้วยชื่อนั้นๆ (ไม่ต้องใส่ @) แล้วกด Follow ตามแรงศรัทธาท่านได้เลย
- คอลัมน์นี้หวังผลทางปฏิสัมพันธ์กันกับผู้อ่าน อ่านแล้วเกิดปัญญาหรือเกิดท้องเฟ้อเรอเหม็นเปรี้ยวประการใด ขอจงส่งข้อความมาหากันได้ที่ @nuishow ซึ่งเป็นทวิตเตอร์ส่วนตัวของผู้เขียน ซึ่งมันเปิดเช็กเกือบตลอดเวลาชีวิตของมัน :)
สัปดาห์นี้ผมถูก Retweet (ส่งต่อข้อความ) หนึ่งมากถึง 432 ครั้ง คาดว่าไปปรากฏบน Timeline (หน้ารวมข้อความ) ของผู้ใช้ Twitter กว่าแสนคน (ส่วนเขาจะเปิดอ่านหรือไม่นั้น ยังไม่มีกระบวนการพิสูจน์ทราบได้ทางวิทยาศาสตร์)
ยิ่งได้คุณ @Thaimarketing ช่วย Retweet ด้วยแล้ว เขามี Follower มากกว่าและข้อความจากจุดของเขาก็ถูก Retweet มากกว่าผมอีก ข้อความผมจึงยิ่งแตกตัวกันออกไปเร็วยิ่งกว่าโพรโทซัวแตกตัวในน้ำ! ..ข้อความนั้นคือ
"BTS เตรียมออกบัตรใหม่-ใช้ร่วม MRT ได้ด้วย เรียก Rabbit Card ใช้แล้วมีคะแนนสะสมเรียกว่า Carrot"
..เรียกได้ว่าประโยคนี้ไปจี้ใจคนใช้ BTS-MRT ทั้งบาง! เพราะก่อนหน้านี้ก็นึก(ด่า)กันอยู่ในใจกันอยู่แล้วแหละว่า "ทำไม(แม่ม)ไม่รวมบัตรกัน(ฟะ)!?
ตามแนวโน้มจริงๆ แล้ว BTS และ MRT มีนโยบายจะรวมร่างบัตรกันมานานแล้ว สังเกตจากเมื่อ 3 ปีก่อน BTS ได้ติดตั้งระบบบัตรแตะ (Contactless) ที่หน้าด่านทางเข้าเพิ่มเติมจากระบบบัตรสอดเดิมที่เปิดให้บริการตั้งแต่ 13 ปีก่อน เพื่อให้สอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ MRT น้องที่มาหลัง แต่ใช้ระบบบัตรแตะ ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากระบบขนส่งมวลชนทั่วโลกมากกว่า เนื่องจากส่งเสริมความเร็วในการผ่านของผู้โดยสาร ไม่ต้องมานั่งรอคุณลุงคุณป้า(หรือชาวต่างชาติ) ที่งงๆ ว่าจะสอดรูไหน ช่องไหน (บ้านเมืองตรูไม่เห็นต้องสอด)
แต่จะด้วยเหตุผลกลใดหรือจะหน่วยงานไทยไม่ค่อยชอบประสานงานกัน หรือประสานแล้ว แต่คุยกันยังไม่ลงตัว ก็แล้วแต่ ...BTS Group Holdings (PLC) ในฐานะบริษัทมหาชนก็ตั้งบริษัทลูกชื่อ BSS (ฺBangkok Smartcard System Co.,Ltd.) เพื่อจัดการเรี่องนี้ให้เสร็จสมอารมณ์หมายพี่น้องประชาชนที่หมายจะเห็นประเทศไทยเจริญก้าวหน้าทัดเทียมอารยประเทศ
ตั้งชื่อบัตรเก๋ไก๋ Rabbit ผมเรียกเป็นไทยเองว่า "บัตรกระต่าย" ซึ่งเป็นชื่อที่ดีเพราะสื่อได้ถึงความเร็ว ฮ่องกงมีบัตรปลาหมึก Octopus ที่แสดงออกได้ว่าเส้นทาง MTR เข้ามีมากมายหลายสาย (แต่อังกฤษนี่สิตั้งชื่อบัตรว่า Oyster (หอย) แกต้องการจะสื่ออะไรไม่ทราบฮึ!?)
ที่น่ารักคือเวลาเราใช้ไอ้บัตรกระต่ายนี่มันจะได้คะแนนสะสม (Rewards) เป็น "แครอท" ..อันนี้ฮา! เพราะกระต่ายมันชอบกินแครอท ...งานนี้ BTS อาจกลัววุ่นจึงไม่ทำเอง มอบหมายให้บริษัท Carrot Rewards Co.,Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทของฝรั่งอดีตผู้ก่อตั้งจอ P.O.V จอโฆษณาเล็กๆในลิฟต์อาคารสำนักงานชั้นนำทั่วทั้งกรุงเทพฯ ที่เคยทำให้เราเลิกกลัวผีในลิฟต์ไปได้โดยปริยาย หลังเขาขายกิจการจอนั้นให้ VGI Global Media (บริษัทโฆษณาของ BTS อีกนั่นแหละ) ก็มาเปิดบริษัทแจกแครอทเป็นรางวัลนี่แหละครับ
แผนการต่างๆ ที่ผมแอบไปล่วงรู้มาได้นั้น ท่านก็สมควรจะได้รู้ด้วย (ตามเจตนารมณ์ของคอลัมน์นี้คือ "หนุ่ยรู้-โลก(ต้องได้)รู้" คือบัตรใช้ได้ทั้ง BTS และ MRT (ไม่ร่วมการคำนวณราคากัน ต่างคนต่างมีระยะเป็นของตัวเองตามแต่เดิม ..ก็'โอนะ เข้าใจได้) การใช้จ่ายบัตรทุกครั้งจะเกิดคะแนนสะสมที่เรียกว่าแครอท สามารถนำไปใช้จ่ายในร้านรวงต่างๆ อาทิ ร้านสะดวกซื้อ (ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เซเว่นฯ, ต้องข้ามศพ Smart Purse ไปก่อนเฟ้ย!) ร้านค้า, ร้านอาหาร ซึ่งร้านค้าเหล่านั้นก็จะสามารถใช้เงินจากบัตรจ่ายได้ด้วย (ถ้าคุณไม่รวยคะแนนพอ..ก็ขอจงใช้เงินฟาดเข้าไปในบัตรครับ!) ทีนี้พอจะไปแคะแกะเกามาว่าเป็นร้านใดบ้างนั้น หนุ่ยก็ยังล่วงรู้ไปไม่ถึงจริงๆ ไว้รู้เมื่อไหร่จะทวีตบอก หรือเขียนยาวๆ แบบนี้ในบันเทิงคมชัดลึกนะครับ
ด้านการเติมเงิน จะเป็นหน้าที่ของแบงก์กรุงเทพ ผู้ซึ่งแนบสนิทชิดเชื้อกับ BTS มานานแรมทศวรรษ (เคยออกบัตรด้วยกันมา 2 ใบ คือบัตรเดบิต-ATMบีทีเอส และบัตรเครดิต VISA BLUE WAVE บีทีเอส) จะเติมได้จากตู้ ATM แบงก์กรุงเทพเลย ซึ่งรุ่นหลังๆ จะติดโมดูลบัตรแตะไว้ที่หน้าเครื่องด้วย (บางตู้ก็เสียแล้วนะพี่ ไปตรวจดูหน่อย) และแน่นอน! มันต้องเติมเงินผ่านเคาน์เตอร์มนุษย์ของทั้ง BTS และ MRT ได้ด้วย (มีใครสักคนทวีตถามผมว่าเติมเงินได้ไหมและได้ที่ไหน? ผมตอบแบบห่ามๆ ในใจไปว่า "เติมได้ที่สวนสยามม้างเพ่??" ..แต่ไม่กล้าโพส :)
เรื่องเดียวที่ยังไม่ชัดเจนตอนนี้คือ "จะเริ่มเมื่อไหร่?" เพราะขณะนี้ยังคงเป็นเพียงช่วง Trial ทดลองการใช้บัตรกันเป็นการภายในของพนักงานเขา (ไอ้ผมนี่ก็เจือกจริงจริ๊ง~นะ เอาเรื่องเขามาเขียนเป็นหน้าๆ ได้ก่อนเขาเปิดตัว)
ก่อนจากกันไปในคอลัมน์แรกในประวัติศาสตร์คมชัดลึกนี้ ก็ต้องบอกว่า "เทคโนโลยีการผ่านประตู BTS-MRT" ไม่ได้มีแค่เจ้าบัตรกระต่ายนี่นะครับ แต่มีความพยายามจาก Operator ยักษ์ใหญ่อย่าง AIS และเจ้าโลกอินเทอร์เน็ตอย่าง Google รวมถึงยักษ์ที่ยังใหญ่อย่าง Nokia ที่หวังจะเอาเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) ชิพบัตรแตะที่ติดตั้งมาหลังเครื่องโทรศัพท์ SmartPhone ของตัวเองมาตั้งแต่ปีที่แล้ว (อย่างนี้ทู้ก~ที ..ขายของออกมาก่อน แล้วค่อยใช้ได้ทีหลัง!) มาใช้เป็นการชำระเงินแบบ Micro Payment (จ่ายยิบๆย่อยๆ) ก็ดีใจที่เห็นบริษัทในไทยเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้ครับ และมันจะดีมากๆ ถ้าพวกเราเป็น"ผู้บริโภคมืออาชีพ" ที่ซื้อของเหล่านี้มาแล้วใช้เป็น ใช้ได้ครบฟังก์ชัน (ควรใช้ให้คุ้มนะครับ)
ไปก่อนละครับ ฉบับหน้าผมจะเม้าท์เรื่อง "อันดับต้นๆ ของคนบนทวิตเตอร์ที่ถูก Retweet มากที่สุด" เพื่อนักการตลาดที่ชอบใช้ Infuencer จะสนใจอ่าน หรือท่านผู้อ่านจะสนใจ Follow
อ่านแล้วถ้าชอบ/ไม่ชอบ ทวีตมาหาผมนะ @nuishow
...................
(หมายเหตุ Fabbit Cad:หนุ่ยรู้-โลกรู้ โดย... หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์)



