บันเทิง

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - เรือนไม้กลางตลาดร้อยปี

ศิลป์แห่งแผ่นดิน - เรือนไม้กลางตลาดร้อยปี

12 พ.ค. 2552

เรือนไม้งามๆ ในชนบทยังปรากฏให้เห็นโดยเฉพาะทางภาคเหนือ ที่เป็นดินแดนแห่งไม้สักทอง ซึ่งหากย้อนเวลาไปสักหนึ่งศตวรรษ ภาคเหนือของสยาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้ สมัยผมเป็นเด็กชั้นประถมจดจำขึ้นใจว่า “ไม้สัก” เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญรองจากข้าวเลยทีเดียว

ปัจจุบัน ป่าสักผืนสุดท้ายแถบ จ.แพร่ แขวนชะตากรรมไว้บนเส้นด้าย

 ผมเองไม่เคยคิดใฝ่ฝันจะมีเรือนใหญ่โต และไม่รู้สึกชื่นชมค่านิยมที่ให้คุณค่าแก่ไม้สักทองอย่างคหบดีที่แข่งกันปลูกเรือนไม้ โดยใช้ไม้สักขนาดใหญ่ทั้งต้นทำเสา และมีการนับจำนวนต้นเสาแข่งกัน รวมถึงการวัดขนาดด้วย

 ผมชอบเรือนไม้ของชาวบ้านทั่วไปมากกว่า ตามหมู่บ้านชนบท ตำบล อำเภอเล็กๆ ปลูกเรือนกันตามอัตภาพ ตามวัฒนธรรม ประเพณีอันสืบทอด

 แต่แล้วด้วยกระแสแห่งโลก เรือนไม้หลังแล้วหลังเล่าถูกกว้านซื้อรื้อถอน เพื่อเอาไม้เก่าไปปรุงแปลงเป็นเรือนใหม่ให้ผู้มีอันจะกิน ขณะที่เรือนเก่าถูกรื้อถอนไปตามกาลเวลา เรือนไม้ก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยไม้เก่า ธุรกิจการปลูกเรือนไทยนับว่าเฟื่องฟู ทั้งแบบเรือนและวิธีสร้างก็เป็นไปตามแบบแผนอย่างดั้งเดิมเลยทีเดียว นี่ยินดีที่ภูมิปัญญาไทยมิได้สูญหายไปไหน

 เมื่อครั้งผมยังเป็นเด็ก ที่วัดประจำอำเภอบ้านผมมีศาลาไม้ขนาดใหญ่โตมโหฬาร จำได้ว่า เสาแต่ละต้นมหึมา ดำมะเมื่อม ดูน่าเกรงขามยิ่งนัก

 กระดานแต่ละแผ่น กว้างเท่าแผ่นฟูกที่นอน เมื่อแหงนขึ้นไปจะเห็นโครงสร้างไม้ข้างบนสลับซับซ้อนเป็นมิติน่าพิศวง น่าเสียดายที่ทางวัดมีสายตา วิสัยทัศน์อันแสนสั้น และมีรสนิยมอันฉาบฉวย ศาลาเก่าแก่แทนที่จะได้รับการเชิดชูบูรณะกลับถูกรื้อถอนอย่างไม่ไยดี แล้วศาลาคอนกรีตสมัยใหม่ก็งอกเงยขึ้นมาแทนที่ สำหรับผมถือเป็นความเศร้าในชีวิต ที่ความทรงจำอันงดงามถูกรื้อทิ้ง

 อ.ชุมแสง ที่ผมอยู่ในปัจจุบันยังมีเรือนไม้ ห้องแถวไม้หลงเหลืออยู่ รอวันเวลามาเปลี่ยนแปลงตามกฎอนิจจัง ผมเคยทำได้เพียงบันทึกความทรงจำไว้ด้วยภาพถ่าย หรือภาพวาด

 พูดถึงตลาดเก่า ผมคิดถึงตลาดร้อยปีสามชุก สุพรรณบุรี ที่ชาวตลาดเขาร่วมกันกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ทุกวันนี้ ตลาดร้อยปีสามชุกกลับมามีชีวิตชีวา ตลาดชุมแสงของผมก็นับว่าเป็นตลาด (ที่มีอายุ) ร้อยปีเช่นกัน เมื่อปี 2521 ที่ผมมาอยู่ใหม่ๆ ยังมีห้องแถวริมน้ำที่เสาปักลงไปชายตลิ่ง

 ผมชอบเดินตลาดเป็นกิจวัตร เข้าซอยโน้นออกซอยนี้ ไม่เบื่อที่จะมองเข้าไปในร้านรวง มองตู้โต๊ะและชั้นวางของ มีร้านทองเก่าแก่ มีช่างทองรูปพรรณที่ยังคงรับงาน มีร้านขายเครื่องจักสาน ร้านขายเชือก ขายแหอวน เครื่องปั้นดินเผา ร้านขายเครื่องยาแผนโบราณที่โชยกลิ่นหอมตลบอบอวล

 น่ายินดีที่ตลาดบ้านผมยังเป็นตลาดสำหรับ “คนเดิน” ถนนสายเล็กๆ ที่เชื่อมต่อหากันไม่กว้างพอสำหรับรถยนต์

 ตลาดชุมแสงเป็นตลาดเก่าแก่ริมแควน่าน มีสถานีรถไฟเก่าแก่คู่รางมานาน เคยมีชื่อเสียงด้านการค้าขายข้าวเปลือก (ทางน้ำ) ปัจจุบันเป็นเมืองเล็กๆ ที่เงียบสงบ แม้ไม่ใช่เมืองที่ใครๆ อยากมาเที่ยว แต่หากใครมาเยือนก็คงประทับใจ โดยเฉพาะช่วงงานเทศกาลประจำปีที่มีขบวนแห่มังกร เอ็งกอ ล่อโก๊วที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งหากอยากเห็นความมีชีวิตก็ควรมาดูความเคลื่อนไหวเป็นไปในช่วงก่อนหน้าวันวานสักหนึ่งเดือน เหมาะสำหรับคนทำสารคดีที่จะมาดูพลังของผู้คนที่นี่ แค่ดูการซ้อมมังกร เอ็งกอ ล่อโก๊ว พะบู๊ บนถนนสายริมน้ำยามค่ำคืนก็นับว่าคุ้มเหลือคุ้มแล้ว

 ฉบับนี้ขอลงภาพเรือนไม้ “ร้านขายยาศรีสุวรรณโอสถ” กลางตลาดชุมแสงครับ

 

"ศักดิ์สิริ มีสมสืบ"