
มองผ่านเลนส์คม - เซ็นเซอร์
น่าสนใจไม่น้อยกับข่าวที่ว่าสภาการวิทยุ ภาพยนตร์ และโทรทัศน์แห่งชาติจีน สั่งเซ็นเซอร์ข่าวซุบซิบเรื่องฉาวๆ ของบรรดาคนดังโดยเฉพาะในวงการบันเทิง
นัยว่าเพื่อสร้างข่าวสารที่สะอาดและปลอดภัยสำหรับผู้ชม
คนมีอำนาจโดยทั่วไป มักนึกคล้ายๆ กันว่าวิธีปิดกั้นข่าวสารที่ไม่ต้องการให้เผยแพร่ไปสู่สาธารณะหรือฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมิได้ถืออำนาจเดียวกันไว้ในมือ คือการออกคำสั่งห้าม
ห้ามพูด ห้ามดู ห้ามฟัง ห้ามอ่าน ห้ามเขียน
ขณะที่ข่าวและเรื่องราวต้องห้ามยังคงดำรงอยู่ แถมเผลอๆ จะยิ่งเติบโต เพราะธรรมชาติของมนุษย์คือ ยิ่งห้ามยิ่งทำ ยิ่งกดยิ่งต่อต้าน
ข้ออ้างของสภาการวิทยุ ภาพยนตร์และโทรทัศน์แห่งชาติจีน ฟังคุ้นๆ เหมือนข้ออ้างของบรรดาคนดีทั้งโลกที่ว่าเราต้องปกป้องมนุษย์และสังคมจากความเลว
ประมาณว่าหากความเลวในทัศนะของเราเสนอหน้ามาปุ๊บ ให้รีบทุบหัวปั๊บ
อย่าให้มันได้เงยหน้ามาหายใจ
เสียดายที่ชีวิตจริงไม่ง่ายอย่างนั้น ยกตัวอย่างเรื่องซุบซิบนินทา ก็ไม่ได้มีแต่คนถูกซุบซิบที่เลว เพราะผู้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะสื่อที่มองเห็นแต่ความเลวคนอื่นเท่าภูเขา ความเลวของเราเท่าเส้นผม ใส่สีตีไข่ข่าวซุบซิบเกินจริง ก็มิใช่ดีเลิศประเสริฐศรี
ถ้ายึดตามหลักการเป๊ะ คนดีและผู้ดีไม่ควรโกหก แม้จะด้วยข้ออ้างว่ามันโกหกเราก่อน
เช่นกัน ถ้ายึดตามหลักการเป๊ะ คนดีและผู้ดีไม่ควรชี้หน้าด่าคนอื่นด้วยความเกลียดชังว่ามันเลว เพราะมันไม่ทำตามคำสั่งหรือความเชื่อของเรา โดยไม่ยอมพิจารณาความเป็นจริงและความเป็นไปได้จากมุมมองของเผือกมันเหล่านั้นเลย
คล้ายกับว่าเพราะมันเป็นเผือกมันอันต่ำต้อย หามีคุณค่าอันใดไม่
คนอ่านแต่หนังสือธรรมะฟาสต์ฟู้ด อาจนึกไม่ค่อยออกว่าคนดีมีธรรมะตัวจริงย่อมไม่ดูหมิ่นเหยียดหยามคนอื่นที่แตกต่าง และไม่อวดอ้างตนว่าดีกว่าใครๆ
พระพุทธเจ้าของชาวพุทธสอนมนุษย์ให้เผชิญหน้าความจริงและทำความเข้าใจเพราะถ้าไม่ทำความเข้าใจที่มาที่ไปของเรื่องราวต่างๆ ด้วยสติปัญญา ก็จะไม่เข้าใจ ไม่รู้ตื่น ไม่รู้เบิกบาน
คนแวดล้อมของเจ้าชายสิทธัตถะในวัยเยาว์ พยายามปิดกั้นไม่ให้เจ้าชายน้อยรับรู้โลกแห่งความเป็นจริงที่มีคนยากจน มีความทุกข์ มีความอดหยากหิวโหย มีเกิด แก่ เจ็บ ตาย หลอกให้อยู่แต่ในโลกมายาที่มีเฉพาะความสุขและสวยงามของเจ้าชายเพียงด้านเดียว
เจ้าชายสิทธัตถะหนีเซ็นเซอร์ออกแสวงความจริง จึงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
"นิธินันท์ ยอแสงรัตน์"



