บันเทิง

ย้อนรอยช่วงเวลาประวัติศาสตร์'ออสการ์'

ย้อนรอยช่วงเวลาประวัติศาสตร์'ออสการ์'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

บันเทิงต่างประเทศ : ย้อนรอยช่วงเวลาประวัติศาสตร์ 'ออสการ์' : เรื่อง มันตา คลังบุญครอง

                   เช้าวันพรุ่งนี้แล้วที่แฟนหนังแฟนดาราทั่วโลกจะได้รู้ผลรางวัลออสการ์ประจำปี 2012 แต่ก่อนจะไปลุ้นกับภาพยนตร์และบทบาทการแสดงล่าสุดของวงการบันเทิงฮอลลีวู้ด "คม ชัด ลึก" จะพาย้อนอดีตไประลึกถึงเหตุการณ์ทั้งน่าตื่นเต้นและน่าตื่นตะลึงในงานประกาศรางวัลออสการ์ในปีที่ผ่านมากันก่อน

ชัยชนะของคนดำ

                   ในปี 1940 นักแสดงผิวสี แฮทตี้ แม็คแดเนียลส์ เป็นคนรายแรกที่มีชื่อเข้าชิงและชนะรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำ จากนั้นอีกถึง 23 ปี ออสการ์ตกถึงมือนักแสดงผิวดำคนที่สองคือ ซิดนีย์ ปอยติเอร์ ในปี 1963 ต่อด้วย เดนเซล วอชิงตัน ในปี 1999, ฮัลลี แบร์รี ในปี 2001, เจมี ฟ็อกซ์ ในปี 2004 และ ฟอเรสต์ วิเทเกอร์ ในปี 2006

ตัดสินไม่ได้ ให้ 'เสมอ'

                   เป็นครั้งแรกและดูเหมือนครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ออสการ์ที่ผลรางวัลออกมาเสมอกัน ในปี 1968 บาร์บรา สตัยแซนด์ และ แคทธารีน เฮปเบิร์น ต้องร่วมกันรับรางวัลนักแสดงหญิงในบทนำยอดเยี่ยม

มาร์ลอน ไม่ยอมรับรางวัล

                   ในปี 1973 มาร์ลอน แบรนโด ที่รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก “The Godfather” ไม่ยอมมาร่วมงานประกาศรางวัล แต่ส่งอินเดียนสาวชื่อ ซาชีน ลิทเติ้ลเฟเธอ มาประกาศว่าไม่สามารถรับรางวัลได้ เพราะต้องการประท้วงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่เอาเปรียบชนพื้นเมือง เรื่องมาแดงตรงที่ ซาชีน เป็นนักแสดงที่เขาจ้างมา มาร์ลอน เลยต้องถูกสังคมประณามตามระเบียบ

ครอบครัวออสการ์

                   ชัยชนะของ แอนเจลิก้า ฮุสตัน ในปี 1985 จาก “Prizzi's Honor” คือออสการ์ตัวที่สามในตระกูล ฮุสตัน ต่อจากคุณพ่อผู้กำกับ จอห์น ฮุสัน และคุณปู่นักแสดง วอลเตอร์ ฮุสตัน

ร็อบ โลว์ ทะเลาะกับดิสนีย์

                   ใครจะไปคิดว่าการแสดงพิเรนท์จของ ร็อบ โลว เปิดการประกาศรางวัลออสการ์ในปี 1989 จะทำเอาดิสนีย์ฉุนถึงขนาดจะฟ้องเอาเรื่อง ร็อบ และนักแสดงอีกคนแต่งตัวเป็นสโนไวท์และร้องเพลงจากหนังของดิสนีย์ แต่ออกมาเละเทะขนาด จูลี แอนดรูว และพอล นิวแมน ต้องเขียนจดหมายไปด่า ส่วนค่ายเจ้าของลิขสิทธิตัวการ์ตูนก็เคืองที่ตา ร็อบ ทำให้ชื่อเสียงสโนไวท์เสียหาย

ดีใจเว่อร์

                   งานประกาศรางวัลปี 1999 ดูจะเป็นปีที่ฟูมฟายที่สุด เริ่มจากผู้กำกับอิตาเลียน โรเบอร์โต แบร์นีญี ที่ได้รับรางวัลหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมจาก “Life is Beautiful” และดีใจออกนอกหน้า ถึงขนาดขึ้นไปปืนบนพนักเก้าอี้พร้อมกับกระโดดโลดเต้นเหมือนคนเสียสติ ร้อนถึงแขกเหรื่อต้องช่วยกันลากลงจากเก้าอี้ อีกรายคือ กวินเน็ธ พัลโทรว์ กับคำกล่าวขอบคุณยาวยืดสลับกับการร้องไห้สะอึกสะอื้นราวกับจะสิ้นสติสมประดี ลือกันว่าทุกวันนี้เธอยังอายเรื่องนี้อยู่เลย

แอนเจลีนา รักพี่ชายตัวเอง

                   ไม่ใช่รักกันฉันพี่น้องด้วยนะ ในปี 2000 สาวเจ้าได้รางวัลนักแสดงสมทบยอดเยี่ยมจาก “Girl Interrupted” และสารภาพว่าหลงรักพี่ชายตัวเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แถมยังประกบปากดูดดื่มโชว์เพื่อยืนยันด้วย อึ้งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว

ขอบคุณทุกคน ยกเว้นสามี

                   ฮิลารี สแวงก์ คงจะตื่นเต้นไปหน่อยเมื่อขึ้นรับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก “Boys Don't Cry” ในปี 1999 และขอบคุณเกือบทุกคนที่เธอรู้จักแต่ลืมขอบคุณสามี แช้ด โลว์ ที่กำลังร้องไห้กระซิกๆ ให้แก่ความสำเร็จของภรรยา ยังดีที่ ฮิลารี ได้แก้ตัวอีกครั้งกับออสการ์ตัวที่สองจาก “Million Dollar Baby” ในปี 2004 เม้าท์กันถึงขนาดว่าที่ทั้งคู่หย่ากันในปี 2007 เพราะสามียังเคืองไม่หาย ว่าไม่นู่น

ผู้กำกับสาวเก่ง

                   แคธรีน บีเกโลว ขึ้นทำเนียบเป็นผู้กำกับหญิงคนแรกที่ได้รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์ในปี 2010 ภาพยนตร์ดราม่าว่าด้วยเรื่องชีวิตของทหารอเมริกันในอิรัก “The Hurt Locker” ยังคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม เอาชนะตัวเต็งอย่าง “Avatar” ที่กำกับโดยอดีตสามี เจมส์ คาเมรอน ขาดลอย มันสะใจที่สุดก็ตรงนี้

เจมส์ ฟรังโก้ แต่งหญิง

                   ปีที่แล้วนี่เองที่นักแสดงเด็กแนว เจมส์ พยายามเรียกเสียงฮาในฐานะพิธีกรงานออสการ์คู่กับ แอนน์ แฮทธาเวย์ ด้วยการแสดงตุ้งติ้งในชุดเกาะอกสีชมพูแปร๋น แอนน์ ในชุดทักซีโด้แบบผู้ชายรอดตัวไป แต่พ่อ เจมส์ โดนจวกเละว่าไร้รสนิยม ทั้งคู่ยังโดนสับเละว่าเป็นพิธีกรที่แย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ออสการ์ด้วย

--------------------------

(บันเทิงต่างประเทศ : ย้อนรอยช่วงเวลาประวัติศาสตร์ 'ออสการ์' : เรื่อง มันตา คลังบุญครอง)

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง