บันเทิง

'บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ'

'บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

'บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ':เรื่องเด่นประเด็นดัง โดย... สุภาภรณ์ พัฒพินิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

          ครบรอบวันรำลึกถึง “นักเขียนซีไรต์แผ่นดินอื่น” กนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ปีนี้งานจัดขึ้น ณ บ้านเกิดที่อำเภอขวนขนุน จังหวัดพัทลุง...
 
          ที่บ้านลำรุน อำเภอขวนขนุน อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชพรรณผลไม้นานาชนิด ต้นไม้เขียวขจีโอบล้อมผู้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ไว้ สถานที่จัดงานเป็นสไตล์เพื่อชีวิต ใช้ร้านกาแฟของพี่ "ยุติ" นิยุติ สงสมพันธุ์ พี่ชายของกนกพงศ์ เป็นสถานที่จัดงาน ชาวบ้านให้ความสำคัญกับงานนี้ไม่ต่างจากผู้มาเยือน “คุณแม่ยุพา” แม่ของ “กนกพงศ์” บอกว่า ฝนห่าใหญ่ตกกระหน่ำลงมาติดต่อกันหลายวันแล้ว อันที่จริงสถานที่ช่วยกันทำมาร่วมเดือน ฝนเพิ่งจะทิ้งช่วงไปได้สัก 3-4 วันก่อนหน้านี้ โชคดีไปที่พวกเราไม่ไปเจอกับฝนตก
 
          อาคารหลังนี้ถูกออกแบบให้ชั้นบนเป็นพิพิธภัณฑ์ ชั้นล่างเป็นที่นั่งจิบกาแฟ มีชั้นหนังสือและผลงานของกนกพงศ์วางเรียงเป็นระเบียบอยู่บนชั้น เพื่อให้ผู้ที่คิดถึงกนกพงศ์ได้เปิดอ่านดูต่างหน้า 
 
          ในงานเปิด "บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสีนศิลปะ" นี้ มีกิจกรรมสันทนาการ และวิชาการมากมาย ทั้งการแสดงมโนราห์ จากคณะเฉลิมทองแฉล้ม และการแสดงคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบจากวงใต้สวรรค์และผองเพื่อนที่มีมากกว่า 10 วง เพื่อร่วมกันร้องรำลึกถึงดวงวิญญาณของกนกพงศ์ ส่วนกิจกรรมวิชาการ ในช่วงเช้าวันที่ 10 กุมภาพันธ์ เป็นการปาฐกถานำ "แรงบันดาลใจจากกนกพงศ์สู่คนรุ่นใหม่" โดย ผศ.ดร.ธัญญา สังขพันธานนท์ หรือ ไพฑูรย์ ธัญญา ตอนหนึ่งของการปาฐกถาว่า
 
          “มนุษย์ทุกคนควรมีความใฝ่ฝัน เป็นเป้าหมายของชีวิต มีคนจำนวนมากที่ได้แรงบันดาลใจจากงานเขียนของกนกพงศ์ กนกพงศ์เขาได้เขียนหนังสือจนตาย หากจะพูดเช่นนั้นก็คงไม่ผิด เพราะว่าเขาเป็นคนที่จริงจังกับงานเขียนของเขามาก เขาได้ทุ่มเท ทั้งแรงกายและแรงใจกับงานเขียนอันเป็นที่รักของเขา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเกือบเป็นคนบ้า ร่างกายอ่อนล้าลงทุกที นั่นอาจเป็นผลของการเป็นคนคิดเยอะก็อาจเป็นไปได้ แต่ยังโชคดีที่เขายังมีพี่ ญาติ และผองเพื่อน ที่คอยค้ำจุ้นช่วยเหลือให้งานเขียนของเขาออกมาสมบูรณ์ ทำให้เขามีแรงใจที่จะสร้างงานเขียนต่อไป"
 
          “กนกพงศ์ ไม่ได้สร้างแรงบันดาลใจให้เฉพาะคนหนุ่มสาวเท่านั้น แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ อีกมากมาย" ก่อนจบการปาฐกถานำ ไพฑูรย์ ธัญญา ก็ไม่ลืมชักชวนให้เยาวชนอุทิศตนเป็นนักอ่าน เพื่อรำลึกเจตนารมณ์ของนักเขียนหนุ่มผู้เกิดและดับก่อนกาล
 
          ช่วงบ่ายเป็นการเสวนาล้อมวง "วรรณกรรมของคนหนุ่มสาว" นำโดย วัชระ สัจจะสารสิน, กร ศิริวัฒโน, เสน่ห์ วงษ์กำแหง, ขจรฤทธิ์ รักษา และขวัญยืน ลูกจันทร์ โดยมี “ธีระเชษฐ เพชรโชติ” จาก ม.อ.ปัตตานี เป็นพิธีกร เปิดประเด็นด้วยการแนะนำให้เยาวชนหนุ่มสาวหันมาใส่ใจในการอ่านมากขึ้น ธีระเชษฐ เอ่ยว่า “เราได้อะไรจากการอ่านหนังสือ?” ด้าน “กร ศิริวัฒโน” บอกว่า “ต้องอ่านจนอิ่ม” โดยเราจะต้องเริ่มต้นจากการอ่านก่อนเป็นนักเขียน ส่วน “ขวัญยืน ลูกจันทร์” บอกว่า “เราจะต้องค้นหาตัวเองให้พบก่อนว่าชอบอะไรแล้วเลือกอ่านเรื่องนั้นๆ”
 
          พิธีกรยิงคำถามเรื่อยๆ “เราจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเขียนได้อย่างไร?” “เสน่ห์ ” แนะนำว่า “ต้องอ่านหนังสือด้วยใจรัก ไม่ใช่อ่านหนังสือเพราะเกิดจากการบังคับ เพราะว่ามันไม่ต่างอะไรกับหนังสือที่ไม่มีตัวอักษรเลย” ส่วน “วัชระ” กล่าวปิดท้ายว่า “เราไม่มีทางหลุดพ้นจากโลกออนไลน์ได้ แต่เราก็ควรที่จะสละเวลาอ่านหนังสือบ้าง” 
 
          กิจกรรมการเสวนาในช่วงบ่ายของวันที่ 10 จบลง ในขณะที่ด้านหน้าของงานกำลังขายหนังสือและเสื้อยืดที่ระลึกกันอย่างคึกคัก หนังสือที่กนกพงศ์เขียนถูกกวาดซื้อจนเกลี้ยง ชาวบ้านแถบนี้ให้ความสำคัญกับการอ่านหนังสือจนน่าชื่นใจ
 
          นาฬิกาหิวโซเวลา..กลืนกินแม้กระทั่งพระอาทิตย์มหึมา แสงไฟจากหลอดนีออนสว่างไสวขึ้นมาแทน เวทีการแสดงมโนราห์ตั้งอยู่ด้านหน้าถัดจากร้านขายหนังสือ บทกวีจาก เกษม จันทร์ดำ ก็ร่ายสดุดีนักเขียนรุ่นน้องผู้จากไปด้วยความรักความผูกพันอย่างสุดซึ้ง ตามด้วยเสียงจากน้องๆ นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ขึ้นขับขานบทกวีบนเวทีโนรา ภายใต้ชื่อ “อุทกภัยในดวงตา” ด้วยลีลาและทวงทำนองที่เข้มข้น สะกดคนดูจนอยู่หมัด ก่อนที่คณะมโนราห์จะขึ้นแสดงได้มีการเสวนา “มโนราห์ในกึ่งศตวรรษ” โดยมี “เจน สงสมพันธุ์” นายกสมาคมนักเขียนฯ ในฐานะของคนท้องถิ่นภาคใต้เข้าร่วมเสวนาในครั้งนี้ด้วย 
 
          11 กุมภาพันธ์ 2555 ฤกษ์งามยามดีของการเปิดบ้านพิพิธภัณฑ์ “บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ” อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุงกล่าวเปิด และเจน ขึ้นมากล่าวแนะนำรายละเอียดของงาน
 
          เข้าสู่ช่วงเสวนา โดยมี นรีภพ สวัสดิรักษ์, วัชระ สัจจะสารสิน, พิเชฐ แสงทอง และจตุพล บุญพรัด ร่วมเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางวรรณกรรมท้องถิ่นสู่สากล” ซึ่งมี ภาวินี อินเทพ นักข่าวสาวจากเครือเนชั่น เป็นผู้ดำเนินรายการ
 
          เปิดประเด็นเสวนาด้วยภาพสะท้อนของท้องถิ่นกับความเป็นสากลโลก? “พิเชฐ แสงทอง” ในฐานะอาจารย์จาก ม.อ.ปัตตานี เปิดมุมมองว่า "ลักษณะความเป็นท้องถิ่น คือลักษณะของเมืองที่เป็นชายขอบ มีนัยที่พยายามจะสร้างความเป็นศูนย์กลาง และได้เปรียบเทียบงานเขียนว่าเป็นเลขาของประวัติศาสตร์โลกที่ทำหน้าที่บันทึกอารมณ์ความรู้สึกของยุคสมัย"
 
          ด้าน “จตุพล" บอกว่า “มนุษย์ทุกชาติทุกภาษาล้วนแต่มีความเป็นสากลขึ้นอยู่ที่วิธีการแสดงออก” ส่วน “นรีภพ" บรรณาธิการนิตยสารสกุลไทย ให้มุมมองว่า “ความเป็นสากลไม่ใช่ความแตกต่าง แต่ขึ้นอยู่ที่วิธีการคิดของแต่ละคน” และ “วัชระ” บอกว่า “ความเป็นสากลต้องได้รับการยอมรับจากคนทั่วโลกจึงจะเรียกว่าสากล” ซึ่งวิทยากรแต่ละท่านก็ให้นิยามความเป็นท้องถิ่นและความเป็นสากลแตกต่างกันไป เป็นการถกเถียงแลกเปลี่ยนความคิดกันอย่างเข้มข้น
 
          อีกช่วงสำคัญเป็นการปาฐกถาในหัวข้อ “พื้นที่วัฒนธรรม พื้นที่หัวใจของมนุษยชาติ” โดย "สถาพร ศรีสัจจัง” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ มากล่าวให้ความรู้ พร้อมทั้งย้ำให้ทุกคนสร้างหัวใจให้เป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรม นอกจากนี้ยังเป็นประธานเปิดป้าย “บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ” ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ท่ามกลางแขกเหรื่อและเสียงประโคมดนตรีจากวงใต้สวรรค์
 
          “กนกพงศ์” เป็นนักเขียนแนวสร้างสรรค์ในจำนวนไม่กี่คน ที่ประกาศตัวเป็นนักเขียน และทำงานเขียนอย่างมุ่งมั่นจนวาระสุดท้าย หากเชื่อว่า การอ่าน การเขียน และงานวรรณกรรม เป็นต้นทางสำคัญของอารยธรรมร่วมสมัย การที่นักเขียนคนใดคนหนึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจเพื่อปลุกเร้าให้สังคมได้รับรู้ น่าจะเป็นต้นทางสำคัญต่ออารยธรรมร่วมสมัยอย่างชัดเจน
...................
(หมายเหตุ 'บ้านนักเขียน ห้องเรียนสีสันศิลปะ':เรื่องเด่นประเด็นดัง  โดย... สุภาภรณ์ พัฒพินิจ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง