บันเทิง

แขกรับเชิญ- “เกิดอะไรขึ้นกับแฟต” ช่วงนี้เจอใครก็เอาแต่ถามแบบนี้

แขกรับเชิญ- “เกิดอะไรขึ้นกับแฟต” ช่วงนี้เจอใครก็เอาแต่ถามแบบนี้

11 พ.ค. 2552

มันก็ไม่ได้มีอะไรมาก นอกจากตอนนี้เรากำลังลำบาก ไอ้ที่ลำบากก็เพราะว่า เราขายไม่ค่อยจะดีมาสักพักใหญ่ และไอ้ที่ขายไม่ดีมันก็ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์อะไรก็เพียงแค่ว่า เขาว่า คลื่นอย่างเรา มันไม่ค่อยมีคนฟัง

 ด้วยความที่ว่าเราไม่ได้เก็บเงินคนฟัง เราจึงมีเพียงรายได้จากสปอนเซอร์เพียงอย่างเดียว มันทำให้คลื่นที่เขาว่าคนฟังน้อยอย่างเราจึงหากินลำบาก เพราะเวลาลูกค้าวางแผนการตลาด เขาก็จะมองแต่คลื่นที่มันอยู่อันดับแรกๆ ใครๆ ก็ทำอย่างนั้น เมื่อมองหาความคุ้มค่าเวลาใช้เงิน ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร และจะไปโทษอะไรเขามันก็คงไม่ถูก
 
          คลื่นแบบแฟต บอกใครเขาว่าจน คนก็มักจะไม่เชื่อ เพราะเมื่อมองไปก็จะมองเห็นแต่ภาพความสำเร็จ  เวลามีงานทีเชิ้ตฯ ทุกครั้งก็มากันสองสามหมื่น หรือจัดงานแฟตเฟสฯ ก็เห็นมีคนมาเป็นแสนทุกปี
 
         เราก็คงจะรวยล่ะครับ ถ้าจัดงานแบบที่ว่ากันทุกๆ เดือน แต่ความเป็นจริงมันไม่ใช่อย่างนั้น เพราะนอกเหนือจากที่ว่า งานอย่างนั้นมันไม่สามารถทำได้ทุกเดือนแล้ว เราเองยังมีกิจกรรมเล็กๆ ทั้งในและนอกรายการอีกมากที่อยากจะทำและทำอยู่  ซึ่งได้รับความสนใจจากคนฟัง แต่ไม่ได้รับความสนใจจากสปอนเซอร์มากพอ
 
          แฟต เรดิโอ ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้มาตลอด 8-9 ปี

           ถามว่า เอาอะไรคิด ถึงทำรายการวิทยุให้ไม่ค่อยมีคนฟัง  ก็ไม่ได้ตั้งใจหรอกครับ อยากให้เป็นรายการที่คนชอบฟังทั้งประเทศจะตาย
 
          เพียงแต่ว่าเมื่อเรามองไปที่รูปแบบและเนื้อหาของรายการวิทยุวัยรุ่นบ้านเรา ก็อดจะเกิดคำถามไม่ได้ว่า มันจะมีแบบอื่นได้บ้างมั้ย 
 
          เปิดเพลงป๊อป แต่ไม่ต้องป๊อปขนาดนั้นจะได้มั้ย  เปิดเพลงที่ต่างจากคนอื่นไปบ้างจะได้มั้ย เปิดให้มันหลากหลายกว่านั้นจะได้มั้ย เปิดเพลงของคนที่โนเนมและไม่มีค่ายสังกัดบ้างจะได้มั้ย ทำกิจกรรมที่มันแตกต่างบ้าง ไม่ตามกระแสจนเหมือนกันหมดบ้าง จะได้มั้ย ฯลฯ

          จากคำถามต่างๆ เหล่านั้น มันได้หล่อหลอมกลายมาเป็นรายการวิทยุที่ชื่อว่า แฟต ที่พยายามเปิดเพลงด้วยใจที่กว้างที่สุด ให้โอกาสเพลงและให้โอกาสผู้ฟังได้ทำความรู้จักซึ่งกันและกันให้มากที่สุด
 
         เพราะเราเชื่อว่า แม้การทำซ้ำมันไม่ได้เสียหายอะไร แต่มันก็ไม่มีวัน ที่จะได้สิ่งใหม่ไม่ใช่เหรอ แต่กลับกัน ถ้านำเสนออย่างหลากหลาย นอกจากผู้ฟังจะเกิดโลกทัศน์ใหม่แล้ว คนทำงานก็ย่อมที่จะกล้านำเสนอสิ่งใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้น แล้วนั่นไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนต้องการ อย่างนั้นหรือ

          พูดอย่างนี้ไม่ได้ติสต์นะครับ ขอยืนยันว่าทำรายการเพลงที่ใครๆ ก็ชอบเพลงเหล่านั้นได้ ถ้าเปิดใจให้กว้างพอ ลองฟังเพลงที่ไม่รู้จักกันบ้าง ลองฟังเพลงจากศิลปินหรือค่ายเพลงที่เป็นใครที่ไหนไม่รู้บ้าง
   
       เพราะท้ายสุดแล้ว คุณก็ใช้เพียงแค่หูและความรู้สึกของคุณเท่านั้นในการตัดสินเพลงแต่ละเพลง มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสใดๆ เลย  แค่จะชอบเพลงสักเพลง ไม่ต้องให้ใครมาคอยบอกหรอกครับ

           ดังนั้น กับความลำบากที่ต้องเผชิญในวันนี้ เราจึงไม่เลือกที่จะโทษใคร เพราะไม่มีใครบังคับเราทำรายการบนความคิดแบบนี้ เป็นเราเองที่เลือกทำ เลือกเป็น ในสิ่งที่เราเชื่อ

          ก็หวังแค่ว่า ถ้ามีคนเชื่อเหมือนเราบ้าง มันก็คงจะดีไม่น้อย