บันเทิง

รวบแล้ว!มือปาหินใส่รถ'เอ อนันต์'

รวบแล้ว!มือปาหินใส่รถ'เอ อนันต์'
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ผู้การเมืองโอ่ง เรียกผู้กำกับ สภ.สวนผึ้ง ชี้แจงกรณีหนุ่มปาหินใส่รถ 'เอ อนันต์' ยันเป็นแค่ขี้เมาทำไม่คิด สั่งดำเนินคดีข้อหาเมาสุราประพฤติตนวุ่นวายในที่สาธารณะ โทษปรับ 100 บาท

                หลังจากที่ตกเป็นข่าวฮือฮาว่าเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา หนุ่ม เอ อนันต์ บุญนาค ได้ขับรถกลับจากถ่ายทำละครเรื่อง “รักสุดท้ายที่ปลายฟ้า” ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เพื่อจะกลับบ้านที่ กทม. ระหว่างทางเจอชายวัยรุ่นสภาพไม่ได้สวมเสื้อ นอนหมดสติอยู่กลางถนน คิดว่าชายคนดังกล่าวน่าจะถูกรถเฉี่ยวชนได้รับบาดเจ็บ จึงชะลอความเร็วรถเพื่อจะลงไปช่วยเหลือ แต่จังหวะที่กำลังจะหยุดรถได้ยินเสียงดังที่กระจกหลัง คล้ายถูกของแข็งปาใส่ เมื่อดูไปที่กระจกมองหลังพบว่ามีแก๊งวัยรุ่นกลุ่มใหญ่วิ่งกรูเข้ามาเป็นจำนวนมาก นายอนันต์ บุญนาค เห็นท่าไม่ดีจึงรีบปิดประตูรถขับเร่งเครื่องหลบหนีอย่างไป และแจ้งให้ทางทีมงานช่วยแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยมาตรวจสอบ เพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุกับคนอื่นอีก

                ล่าสุดวันที่ 7 ก.พ.55 พล.ต.ต.นิพนธ์ ภู่พันธ์ศรี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี กล่าวว่า ได้สอบถามข้อเท็จจริงกับ พ.ต.อ.ฉัตรชัย เสือสมิง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี แล้วก็พบว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน

                โดย พ.ต.อ.ฉัตรชัย ได้ทำหนังสือชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังจากได้รับแจ้งจากทีมงานของนายอนันต์ แล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งอยู่บริเวณถนนสายราชบุรี-ผาปก หมู่ 3 ต.สวนผึ้ง ก็ได้พบนายเอก ปานแย้ม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 285 หมู่ 3 ต.สวนผึ้ง ซึ่งอยู่ในสภาพเมามายและไม่สวมเสื้อ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวมาสอบสวนที่สภ.สวนผึ้ง

                จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายเอก ได้ดื่มเหล้าจนเมามาย และไปทำลายข้าวของจนเกิดมีปากเสียงกับพี่สาว และโดนพี่สาวไล่ออกมาจากบ้าน จึงมานอนข้างถนนซึ่งเป็นช่วงจังหวะเดียวกับที่นายอนันต์ ขับรถผ่านมาพอดี จึงทำให้หินที่พี่สาวของนายเอกนั้นขว้างไล่นายเอกออกมาไปถูกรถของนายอนันต์ เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการปรับไป 100 บาท ในข้อหาเมาสุราประพฤติตนวุ่นวายในที่สาธารณะ หลังชำระค่าปรับแล้วก็ให้นายเอกกลับบ้าน และยืนยันว่าไม่ใช่แก๊งปาหินแต่อย่างไร

                "โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นการเข้าใจผิดมากกว่า และขอยืนยันว่าผู้ที่จะเข้าไปท่องเที่ยวใน อ.สวนผึ้ง จะต้องได้รับความปลอดภัย เพราะได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน 3 ฝ่าย ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง และผู้ประกอบการที่จะต้องดูแลนักท่องเที่ยว เพื่อให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาใน อ.สวนผึ้ง ได้รับความสุข และมีความรู้สึกดีๆกลับไป แต่จากข่าวดังกล่าวนั้นก็ยอมรับว่ากระทบกับการท่องเที่ยวใน อ.สวนผึ้ง เป็นอย่างมาก แต่ก็ขอยืนยันว่าไม่มีแก๊งดังกล่าวในพื้นที่อย่างแน่นอน"พ.ต.อ.ฉัตรชัย กล่าว

(ภาพ : จากแฟ้มข่าว)

 

 

logoline
แท็กที่เกี่ยวข้อง