
ตำนาน'คน'ที่มีชีวิต
ตำนาน'คน'ที่มีชีวิต:คมเคียวคมปากกา โดย... บรรณวัชร
พูดถึงประวัติศาสตร์เพลงลูกทุ่งนั้น เชื่อว่ามีการบันทึกไว้ในรูป "วิทยานิพนธ์นักศึกษาปริญญาโท-ปริญญาเอก" มากมาย แต่น่าเสียดายที่วิทยานิพนธ์เหล่านั้น ล้วนกองถมอยู่ในห้องสมุด ไม่ได้มีการนำมาเผยแพร่สู่สาธารณชน จึงทำให้ประวัติศาสตร์เพลงลูกทุ่งถูกถ่ายทอดซ้ำ ด้วยข้อมูลชุดเดิมๆที่เสิร์ชหาข้อมูลในกูเกิล
ผมได้อ่านข่าว "เฮียจุ่น กรุงไทย" หรือ ประเสริฐ หวังสันติพร ผู้บริหารบริษัท กรุงไทยออดิโอ จำกัด ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ถึงการนำเพลงลูกทุ่ง-หมอลำ มาบรรจุลงใน "แฟลชไดรฟ์" (อุปกรณ์เก็บความจำแบบพกพา) ก็เลยนึกย้อนเส้นทาง "นายห้างขายแผ่นเสียง" คนหนึ่งที่ผ่านยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี และต้องปรับตัวปรับองค์กรให้ทันสมัยไม่ตกยุค
นี่แหละบันทึกประวัติศาสตร์เพลงลูกทุ่งอีกหน้าหนึ่ง ซึ่งไม่ค่อยมีใครได้ลงมือค้นคว้าหาข้อมูล และบ่อยครั้งที่ตำนานลูกทุ่งไทย นายห้างนายทุนมักรับบท "ผู้ร้าย" ส่วนนักร้อง-นักแต่งเพลงจะเป็น "พระเอก"
ในชีวิตจริงนั้น นายทุนก็เป็นทั้งพระเอกและผู้ร้าย เฉกเช่นเดียวกับนักร้อง-นักแต่งเพลง มีทั้งที่เป็นพระเอกและเป็นตัวโกงที่อาศัยม่านมายาอำพรางความชั่วร้าย จึงมีผู้คนหลงว่าเป็นพระเอกตลอดกาล
เมื่อผมพลิกหน้าหนังสือ "ภาพเก่าเล่าอดีต" ของ ครูสุรินทร์ ภาคศิริ จึงทราบว่า อาชีพเดิมของเฮียจุ่นคือ ขายวิทยุทรานซิสเตอร์ และรับแผ่นเสียงจากห้างลักกี้แบมบูมไปจำหน่ายในต่างจังหวัด
ปี 2512 เฮียจุ่นเกิดมีปัญหากับนายห้างลักกี้แบมบูม ครูสุรินทร์จึงชักชวนเฮียจุ่นมาทำแผ่นเสียงขายเอง โดยครูสุรินทร์รับจะเป็นผู้ดูแลการผลิต จึงเป็นที่มาของ "ห้างแผ่นเสียงกรุงไทย" ตั้งแต่บัดนั้น
หลังปี 2520 อุตสาหกรรมเพลงไทยเข้าสู่ยุคอวสานแผ่นเสียง และรุ่งอรุณของคาสเซ็ทเทป เฮียจุ่นจึงปรับองค์กรให้กลายเป็น "บริษัท กรุงไทยออดิโอ จำกัด" จนกระทั่งผ่านพ้นเข้าสู่ยุคซีดี-ดีวีดี เฮียจุ่นต้องเจอการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงเกินคาด เมื่อสินค้าไอทีมีราคาถูกและเข้าถึงผู้คนทุกกลุ่ม
"เพลงมันเข้าไปอยู่ในคอมพ์ โหลดฟรีกันหมดทำให้วงการไม่มีอนาคต นักร้อง นักแต่ง นักดนตรีตายยกกลุ่ม เพลงใหม่ทำไม่ได้เลย ทำออกมาคนก็ก๊อบปี้ ทุนไม่คืนผู้ลงทุนก็ไม่กล้าทำ...เราเริ่มต้นมาทำบริษัทดาวน์โหลดของเราเอง คนใช้ฟรีกันจนชินแล้วมันก็ลำบาก แต่ก็ต้องทำไว้ วันนี้รายได้ที่เลี้ยงชีวิตเราคือซีดี เรามีเพลงเก่าอยู่มาก มันขายได้เรื่อยๆ"
เรื่องจริงจากปากของเฮียจุ่น และเป็นความเจ็บปวดลึกๆของคนทำมาค้าขายกับเสียงเพลงมายาวนานกว่าครึ่งค่อนชีวิต
ใครเล่าจะคิดว่า โรงงานเทปต้องปิดตาย และในอนาคตโรงงานปั๊มซีดี คงต้องปิดตัวตามไปอย่างแน่นอน เมื่อเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีการสื่อสาร 3 จี ซึ่งจะทำให้การดาวน์โหลดทำได้ทั่วถึงหมู่บ้านย่านตำบล
"เฮียจุ่น" จึงทดลองตลาดด้วยการขายเพลงผ่านแฟลชไดรฟ์ ด้วยหวังว่าแฟนเพลงตลาดล่าง ที่เคยจ้างเขาโหลดเพลงจากคอมพิวเตอร์ จะหันมาซื้อเพลงต้นฉบับราคาไม่แพงมากนัก
"เราขายให้เขาในราคาที่ไม่แพงเหมือนเขาได้แฟลชไดรฟ์เปล่า แถมเพลงด้วย ผมใช้เวลามากในการเลือกเพลงมาใส่ ผมต้องการให้คนซื้อที่รักเพลงลูกทุ่งเก่าได้คุ้มค่ากับเงินมากที่สุด"
แม้กระบวนการผลิตจะไม่ง่ายและรวดเร็วเหมือนซีดี แต่เฮียจุ่นก็จะลองทำต่อไป เพราะร้านขายซีดีลดลงเรื่อยๆ จนแทบจะไม่มีหน้าร้านให้วางขายกันแล้ว แต่แฟลชไดรฟ์เพลงเก่า ก็พอจะไปฝากขายหน้าร้านไอทีทั่วไปได้บ้าง
ลมหายใจสุดท้ายของนายทุน และคนเพลงลูกทุ่ง กำลังถูกอนาคตไล่ล่า จนแทบไม่มีเวลาให้ได้ตั้งตัว !!
...................
(หมายเหตุ ตำนาน'คน'ที่มีชีวิต:คมเคียวคมปากกา โดย... บรรณวัชร)



