บันเทิง

๒๐ปีวรรณกรรมสัญจร(๑)

๒๐ปีวรรณกรรมสัญจร(๑)

27 ม.ค. 2555

๒๐ ปี วรรณกรรมสัญจร(๑):คมเคียวคมาปากกา โดย... ไพวรินทร์ ขาวงาม

เขียนต้นฉบับวันพุธที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๕ ขึ้น ๓ ค่ำ เดือนยี่
          เลข ๒๐ ปี หรือที่อาจเรียกว่าสองทศวรรษ กำลังสวย กำลังได้จังหวะในการเหลียวหน้าแลหลังช่วงชีวิตใครต่อใคร  มันไม่สั้นไป หรือยาวไป  มันมีพื้นที่เวลาให้พอพิสูจน์ในสิ่งที่ทำและใช้ชีวิต
 
          ในชีวิตใครสักคน  ลองฉีกแต่ละช่วง ๒๐ ปีออกดู  คงจะพบเห็นจังหวะก้าวของสองทศวรรษนั้นๆ
 
          ยกตัวอย่างตัวเอง  ปีนี้ผมอายุ ๕๐ ปี  ๒๐ ปีแรก (อายุ ๑-๒๐) ก็คือวัยเด็กวัยหนุ่มในต่างจังหวัด  ๒๐ ปีที่สอง (อายุ ๒๐-๔๐) ก็คือวัยหนุ่มแสวงหาในเมืองหลวงหรือเมืองไกล  ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วง ๒๐ ปีที่สาม (อายุ ๔๐-๖๐)  ก็คือวัยกลางคนที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในทุกวันนี้  ถ้านับด้วยเลขวัน ๓๖๕ วัน มันยาวนาน  แต่นับด้วยการย่อช่วงปี  เหมือนสั้นนิดเดียว   
 
          นับเลขตัวเองแล้ว  ลองนับตัวเลขคนอื่น  หรือกิจกรรมของคนอื่น  ที่ตัวเองมีส่วนไปเกี่ยวข้อง
 
          “๒๐ ปี วรรณกรรมสัญจร  การเดินทางหาความฝัน ฤามีวันสิ้นสุด”
 
          ไพฑูรย์  ธัญญา หรือ ผศ. ธัญญา  สังขพันธานนท์ แห่งมหาวิยาลัยมหาสารคาม เพิ่งจัดกิจกรรม ค่ายวรรณกรรมสัญจรครั้งที่ ๒๐ ณ อุทยานแห่งชาติภูพาน สกลนคร  โดยผมเป็นหนึ่งในคณะวิทยากรที่ได้รับเชิญ  วิทยากรท่านอื่นจะรู้สึกนึกคิดอย่างไรบ้าง  ก็คงแตกต่างหลากหลายกันไป  สำหรับผมแล้ว  อยากบอกเล่าสารภาพถึงความผูกพันในบางสัดส่วนของ “การสัญจร” หรือ “การเดินทาง” ร่วมกับ “ครู” ท่านนี้
 
          อันที่จริง  ผมรู้จัก ครูธัญญา กับ ครูลาวัลย์  สังขพันธานนท์ ที่เมืองสุโขทัย  รู้จักในฐานะคนเขียนหนังสือ  ไม่รู้มาก่อนว่าครูทั้งสองจะย้ายไปอยู่ที่เมืองมหาสารคาม  เป็นครูอยู่ที่เมืองอีสานร่วม ๒๐ ปี  และที่สำคัญ  ลงมือจัดกิจกรรมค่ายวรรณกรรมสัญจรมาครบ ๒๐ ครั้ง
 
          ผมไม่รู้มาก่อนเลย  เมื่อครั้งแรกของค่ายวรรณกรรมสัญจรถูกจัดขึ้นที่น้ำตกตาดโตน ชัยภูมิ  ในปี ๒๕๓๕  ผมจะเป็นหนึ่งในคณะวิทยากร ๓ คน ร่วมกับ ชมัยภร  แสงกระจ่าง และ กนกพงศ์  สงสมพันธุ์
 
          จะว่าไป  ตอนนั้น ไพฑูรย์  ธัญญา แห่ง “ก่อกองทราย” ได้รับรางวัลซีไรต์แล้ว  ผมกับกนกพงศ์เพิ่งเป็นนักเขียนใหม่  มีผลงานไม่กี่เล่ม  ส่วนชมัยภรนั้นเป็น ไพลิน  รุ้งรัตน์ อันเป็นที่รักนับถือของน้องๆ  ก่อนจะมาเป็นนายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย  เป็นนักประพันธ์นวนิยาย  ซึ่งเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย
 
          ในค่ายวรรณกรรมสัญจรปีที่ ๒๐ ที่ภูพาน  ผมก็ได้รับโอกาสอีกครั้งร่วมกับ ชมัยภร  แสงกระจ่าง  ขาดก็แต่เพียง กนกพงศ์  สงสมพันธุ์ ผู้ล่วงลับและไปเวียนว่ายตายเกิดใน “แผ่นดินอื่น”
 
          ๒๐ ปี วรรณกรรมสัญจร  น่าจะอยู่ในช่วง ๒๐ ปีที่สองของผม  ไม่เด็กไป  ไม่แก่ไป  เป็นวัยที่สัญจรหรือเดินทางไปกับนักศึกษาหนุ่มสาวได้อย่างกระปรี้กระเปร่า  มันคือกิจกรรมที่เป็นการงานแห่งชีวิตชนิดหนึ่ง  มันเป็นความสุข  มันเป็นพลัง  จากการได้สัมผัสโลกของการเรียนการสอนนอกรั้วมหาวิทยาลัย  กระทั่งหลายคนอาจเรียกผมว่าครูบ้าง  อาจารย์บ้าง  พี่บ้าง  เพื่อนบ้าง  เพราะในกิจกรรมร่วม ๒๐ ครั้งนั้น  ผมมีโอกาสไปร่วมงานไม่น้อยกว่า ๑๐ ครั้ง  กลายเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ ของตำนานวรรณกรรมสัญจร ของครูธัญญา และครูลาวัลย์  ที่ผมรักเคารพนับถือด้วยใจ  ทุกครั้งที่ครูทั้งสองท่านเอ่ยปาก  ผมไม่เคยปฏิเสธ  ยกเว้นไม่ว่างจริงๆ  หลายครั้งที่ได้นั่งรถทัวร์จากกรุงเทพฯ ไปมหาสารคาม  ด้วยพลังของความคิดฝันและความปรารถนาลงมือทำอะไรสักอย่าง 
 
          มหาสารคาม-เมืองที่มีคนรู้จักคุ้นเคยอาศัยอยู่  เมืองนั้นก็จะมีแสงสว่างขึ้นมา  หลับตาเห็นทุกภูมิทัศน์ของเมือง  ทุกอาคารบ้านเรือน  ทุกอาหารการกิน  ทุกศัพท์เสียงสำเนียงดนตรี  ทุกศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น  คิดถึงมหาสารคาม-แสงสว่างก็เจิดจ้าขึ้นมาในความทรงจำ  ทั้งที่ก่อนหน้านั้น  เคยผ่านมหาสารคาม  ก็รู้สึกมืดมน  ไม่เห็นอะไร  เพราะไม่รู้จักใครเลย
 
          เพราะคนพัทลุงอย่าง ไพฑูรย์  ธัญญา แท้ๆ  ที่ทำให้ผมได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างของมหาสารคาม         
 
          ๒๐ ปีผ่านไป  จะไวเหมือนโกหก  หรือไวเหมือนความจริงเล่นตลกก็แล้วแต่  มันกลายเป็นสัดส่วนเวลาที่มีคุณค่าความหมายยิ่ง 
 
          การสัญจรเอย...การเดินทางเอย...การตามหาความฝันเอย...มิใช่การเพ้อฝันล่องลอยในอากาศธาตุ  หากแต่บรรจุ-บันทึกไว้ด้วยเลือดเนื้อชีวิตของนักศึกษาทั้งหลายในโลกความเป็นจริง
 
          ผมเอง-ก็เป็นนักศึกษาผู้หนึ่งในจำนวนที่นับไม่ถ้วนนั้น!
...................
(หมายเหตุ ๒๐ ปี วรรณกรรมสัญจร(๑):คมเคียวคมาปากกา โดย... ไพวรินทร์ ขาวงาม)