
เอ๋ พจนายอมจำนนระบบใหม่
เอ๋ พจนา ยอมจำนนระบบใหม่เซ็นสัญญาเข้าค่ายอาร์สยาม
นักร้องเสียงหวานขวัญใจไทยอีสาน เอ๋ พจนา เจ้าของเพลงดัง ”เราหรือคือทางผ่าน” ปรับเข้าระบบการทำเพลงซิงเกิ้ล พร้อมเซ็นสัญญาเข้าค่ายอาร์สยาม ชี้ระบบค่ายมีข้อดีกว่าการเป็นนักร้องอิสระ
เอ๋ พจนา นักร้องหนุ่มอีสาน ที่แฟนๆ เคยให้ฉายาว่า บักเบิร์ดอีสาน เผยถึงการตัดสินใจเซ็นสัญญาเข้าค่ายอีกครั้ง ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักในนักร้องรุ่นราวคราวเดียวกันที่จะยอมเข้าสู่ระบบใหม่ว่า
“จุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนคือ คุณโต จรัล (คนทำงานเบื้องหลังให้จินตหรา พูนลาภในค่ายอาร์สยาม) ที่เคยรู้จักกันนานแล้ว แต่ไม่เคยทำงานร่วมกัน เขาโทรมาคุยกับผมว่า มีงานเพลงที่เหมาะกับเอ๋ สนใจจะมาทำงานร่วมกันหรือเปล่า ผมรู้สึกเหมือนว่าผู้ใหญ่เขาให้เกียรติผม จึงได้นัดหมายมาคุยกันที่อาร์สยาม เบื้องต้นก็ให้ความเคารพกันอยู่แล้ว และผมเองก็เป็นคนชอบทำงานอยู่แล้ว และก่อนหน้านั้นก็เป็นอิสระอยู่หลายปี มาคุยกันแบบสบายๆ ไม่ได้เคร่งเครียด คุยกันแล้วถูกคอ ผมก็ตกลงทันที ไม่ได้ถามเงื่อนไขอะไรกันเลย เหมือนกับว่า เราไปทางเดียวกันก็อยากร่วมงานงานกัน”
ข้อแตกต่างและข้อดีข้อเสียในการเซ็นสัญญาเข้าค่ายสำหรับนักร้องที่มีชื่อเสียงมานานราว 20 ปี ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า
“ผมว่า เราเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เซ็นหรือไม่เซ็นก็ไม่ได้ต่างกัน อย่าไปยึดติดว่า เราเป็นนักร้องเก่ามาก่อนจะไม่เซ็นสัญญาหรือมีอภิสิทธิ์ มันจะไม่เกิดงานขึ้นมา สัญญาเป็นกฎของบริษัท เราต้องเคารพ ถ้าเราจะร่วมกันกับบริษัทให้สบายใจกันทั้งสองฝ่าย ในอดีต ผมก็เคยเซ็นสัญญากับ ครูคำเกิ่ง ทองจันทร์ และบริษัท กระบือแอนด์โค หลังจากนั้นก็เป็นนักร้องอิสระเรื่อยมา และรับจ้างทำงานเป็นชุดๆไป ผมพบว่าข้อดีของการเป็นนักร้องอิสระคือ เราทำอะไรตามอำเภอใจได้ รับงานไปไหนมาไหนก็ได้ รับงานง่าย แต่ข้อเสียของนักอิสระผมคิดว่า นักร้องจะไม่ค่อยได้เปรียบในการรับงาน ราคาจะไม่มีจุดยืน มีโอกาสในการถูกเบี้ยวค่าตัวสูง จากที่ผมประสบมา งานร้องเพลงก็ไม่ค่อยแน่นอน เพราะเราไม่มีผลงานออกมาต่อเนื่อง หรือทำผลงานออกมาแล้วก็ไม่มีสื่อในการโปรโมท
ส่วนข้อดีของการเป็นนักร้องค่าย คือ การทำงานเขาจะมีระบบ มีแต่ละแผนก แต่ละฝ่าย ฝ่ายคัดเพลง ทำประชาสัมพันธ์ ดูแลศิลปิน เขาจะแจ้งตารางลำดับการทำงาน ทำให้เรามีสมาธิทุ่มเทในการทำงานได้มากขึ้น เราไม่ต้องไปยุ่งกับรายละเอียดปลีกย่อย และทีมงานเขาจะมองจุดเด่นของเราออกว่า เราควรจะนำเสนอแบบไหน เพราะบางทีตัวนักร้องจะไม่รู้ตัวเอง จะทำในสิ่งที่ตนเองชอบตลอด บางทีเราก็พลาด เพราะเราคิดเองทั้งหมดไม่เป็นระบบ การไปรับงานนี้ร้องเพลงเราก็มีคนดูแลอย่างเป็นขั้นตอน เราทำหน้าที่บนเวทีของเราให้ดีที่สุด เราไม่ต้องไปพะวงเรื่องอื่น เช่น อยู่บนเวทีก็ร้องไปกังวลไปว่า ร้องเสร็จแล้วเจ้าภาพคนจ่ายเงินจะหนีไหมหนอ (หัวเราะ) เพราะผมเจอมาเยอะ
ข้อจำกัดของการเป็นนักร้องค่าย ซึ่งผมไม่ได้มองเป็นข้อเสีย คือ การทำงานรับงานเราต้องรายงานให้บริษัททราบตลอด เพื่อให้เขาวางแผนการทำงาน ซึ่งที่อาร์สยามผมเองก็มีสิทธิ์ในการรับงานเอง แต่เราก็ต้องแจ้งบริษัทตลอด เพราะคิวการทำงานต้องลงเป็นคิวส่วนกลาง คิวจะได้ไม่ชนกัน”
เมื่อเข้าสังกัดค่ายแล้ว ค่าตัวในการร้องเพลงจะปรับขึ้นหรือไม่และมีวิธีการรอมชอมกับเจ้าภาพเดิมๆ หรือเพื่อนฝูงกันอย่างไร นักร้องหนุ่มคิ้วเข้มตอบอย่างสบายอารมณ์ว่า
“สำหรับเรื่องราคาค่าตัวในการแสดง เมื่ออยู่ในค่ายจะต้องมีราคามาตรฐานที่เขาตั้งไว้ เพราะเขาลงทุนในการทำงานค่าใช้จ่ายมันอาจเพิ่มขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังเว้นไว้สำหรับงานที่เป็นงานพี่น้องเพื่อนฝูงในวงการ ซึ่งต้องแจ้งบริษัทเป็นครั้งคราวไป เขาไม่ได้ปิดประตูสำหรับการรับงานอิสระ เพียงแต่ต้องรายงานกันให้ทราบ ไม่ใช่ไปแอบรับงานเอง ส่วนเรื่องการทำวงดนตรี แล้วแต่ผู้ใหญ่ แต่ถ้าทำเองผมคิดว่ามันยากมาก เพราะในวันนี้ทำวงดนตรีต้องลงทุนสูง ค่าตอบแทนน้อย แต่ก็ไม่แน่อาจจะมีการรวมตัวกับนักร้องค่ายทำวง ก็เป็นเรื่องของอนาคต”
การทำงานเพลงจะต่างจากเดิมหรือไม่ เพราะเคยทำเพลงแบบเต็มชุด และค่ายอาร์สยามส่วนใหญ่ทำเพลงแนวใหม่และเพื่อชีวิต
“ผมว่าแต่ละยุคสมัยมันเปลี่ยนไป เราต้องปรับตัว ถ้าทำเพลงทั้งอัลบั้ม เราต้องเห็นใจค่าย ลงทุนเยอะ เราก็ไม่แน่ว่า ทำมา 12 เพลงแล้วมันจะติด เรามาทำเพลงแบบซิงเกิ้ล ทยอยทำทีละ 2-3 เพลง เหมือนกับเราได้ลองกระแสตลาดด้วย ผมว่าไม่มีอะไรแตกต่าง ไม่ได้รู้สึกว่า การทำซิงเกิ้ลไม่เต็มชุด มันจะด้อยกว่าการทำเพลงเต็มชุด นักร้องสตริงดังๆ เขาก็ยังทำออกมาทีละเพลงสองเพลง สำหรับผมสองเพลงแรกที่ทำออกมา คือ “คนคอยห่วงใย” อีกเพลง คือ “ความหวังดีจากผู้แพ้” เพลงนี้ พจน์ สุวรรณพันธ์ นักแต่งเพลงรุ่นใหม่แต่งให้ เป็นการร่วมงานกับทีมงานใหม่เกือบทั้งหมด แต่มี อ.หนุ่ม ภูไท ซึ่งเคยทำเพลง “เราหรือคือทางผ่าน” ให้เมื่อราว 20 ปีมาแล้ว มาทำในส่วนดนตรี เพลงที่ออกมา ในแนวเดิมของผม คงไม่ได้ไปร้องเพื่อชีวิต เพราะเอ๋ พจนา ร้องเพลงแนวหวานลูกทุ่งอีสาน แต่ไม่แน่ว่า ถ้าผู้ใหญ่มองว่าเหมาะสมให้ไปร้องแนวใหม่ๆ ผมก็อยากจะลอง ถ้าเขามองว่าความสามารถเราไปได้ สำหรับแฟนเพลงไม่ต้องห่วง เอ๋สังกัดค่ายอาร์สยามก็ยังเป็นเอ๋เหมือนเดิม เพียงมีนามสกุลเพิ่มเป็น เอ๋ พจนา อาร์สยาม (หัวเราะ) ยังดูแลทักทายกันได้ตามปกติ จากที่เคยคุยเล่นกันเวทีหรือหลังเลิกงานมาทักทายกันก็ยังเป็นได้เหมือนเดิมครับ” เอ๋ พจนา อาร์สยาม กล่าวทิ้งท้าย



