
ตรุษจีน 55
ตรุษจีน 55:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม
“ว้า… ตรุษจีนอีกละ !”
ฉันคงคิดแบบนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อน แต่ตอนนี้ฉันกลับคิดว่า “ดีจัง… ตรุษจีนแล้ว !” ทำไมน่ะเหรอ ทั้งที่ตรุษจีนมันก็เหมือนกันทุกปี สีแดงๆ จากสัญลักษณ์ต่างๆ ทั้งกระดาษติดตัวหนังสือจีน ของประดับประดาในเทศกาล ของเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ รวมทั้งวิญญาณพเนจรต่างๆ ก็ซ้ำหน้าคุ้นตาตั้งแต่เด็กที่หนีไม่พ้น หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผลไม้และขนมเทียน ขนมเข่ง ฯลฯ… กลิ่นธูปเทียน เสียงดังจากประทัด และสุดท้ายอั่งเปาที่เอาไว้ลุ้นว่าปีนี้จะได้มากกว่าหรือน้อยกว่าปีที่แล้ว หลังจากนี้ไปอีก 2-3 วัน หลังบ้านก็จะตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นจับฉ่าย, พะโล้, เหม่งซุ่ง (หน่อไม้จีน) เป็ดไก่หมูทอดเค็มๆ จะเรียกว่า ของกินที่ระลึกหรือผลข้างเคียงจากการไหว้เจ้าก็แล้วแต่ แค่หลับตานึกทั้งภาพ กลิ่น เสียงก็ชัดเจนยิ่งกว่าหนัง 3 มิติ… มันฝังอยู่ในจิตใต้สำนึกของลูกหลานจีนทุกคนไปแล้วอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ที่มันพิเศษก็คือ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของทุกสิ่งบนโลกเทคโนโลยี 3G ที่ทุกอย่างเป็นไปและเปลี่ยนไปตามความต้องการสูงสุดของมนุษย์ ประเพณีการไหว้เจ้าซึ่งสืบทอดมาหลายพันปียังคงอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคงแสดงให้เห็นแล้วว่า ชนชาติจีนมีจิตสำนึกและจิตวิญญาณในความเป็นจีนอย่างสูงชาติหนึ่งในโลก ในทุกมุมโลกที่มีคนจีนหรือคนเชื้อสายจีนอยู่ เขาจะไหว้เจ้าพร้อมกันในวันที่ถูกกำหนดไว้ตามปฏิทินจันทรคติที่ไม่เคยตรงกันสักปี ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำแบบนั้นมาได้อย่างไรตั้งหลายพันปีมาจนถึงเดี๋ยวนี้ปี 55 (2012)
แค่มีข่าวลือว่าปีนี้โลกจะแตก แค่นี้… ตรุษจีนปีนี้ก็ทำให้ฉันตื่นเต้นและรอคอยสุดๆ แล้ว เพราะมันอาจจะเป็นตรุษจีนครั้งสุดท้ายของชนชาติจีน แต่… ฉันก็ไม่ใช่คนที่จะเชื่ออะไรตามคำพยากรณ์นัก โลกจะแตกจึงไม่ใช่สาระสำคัญ ที่สำคัญสำหรับฉันก็คือ ฉันจะได้เห็นเทศกาลตรุษจีนอีกกี่ครั้งนับจากนี้ไป อายุก็ปาเข้าไป 40 กว่าแล้ว ใครจะไปรู้อายุขัยของตัวเองว่าจะอยู่หรือไป เมื่อไหร่ เวลาไหน แม้วิวัฒนาการทางการแพทย์จะทำให้มนุษย์เล่นเกมตัดเป็นต่อตายกับชีวิตได้ แต่ก็ยังมีปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมอีกหลายอย่างที่ทำให้มนุษย์บางคนจากโลกนี้ไปอย่างไม่รู้ตัว ใครจะเรียกว่าสิ้นอายุขัย ถึงฆาต สิ้นบุญ ก็แล้วแต่จะเรียก เอาเป็นว่า จู่ๆ ก็ตายไปเฉยๆ ก็มีให้เห็นกันอยู่ทุกวัน (ไม่ใช่แค่บ่อยๆ) เพียงแค่การสูญเสียนั้นอาจอยู่ไม่ใกล้เราจนเรารู้สึกได้ แต่เมื่อชีวิตคือความไม่แน่นอน และชีวิตในตอนจบก็ไม่เคยมีใครรู้ว่า “ใครวะ ?” เป็นคนกำหนดกันแน่ ดังนั้น ทุกๆ วันจึงมีความหมาย จากนี้ไปทุกสิ่งที่เป็นประเพณีหรือธรรมเนียมปฏิบัติของจีนจึงสำคัญกับฉัน ยิ่งเป็นเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับเชื้อสายหรือสัญชาติด้วยแล้ว ฉันว่ามันสำคัญนะ อย่างน้อยมันก็คือเหตุแห่งการรวมหมู่ พร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อทำกิจกรรมของครอบครัวร่วมกัน ตรุษจีนหรือปีใหม่ของจีน จึงเป็นวันที่ฉันชอบที่สุด ในตระกูลของฉันเฉพาะทางสายฉันที่เกิดจากแม่ (เจ๊ณี) ไม่มีใครไปผสมข้ามพันธุ์เป็นไฮบริด (Hybrid) ลูกผสมตาสีแปลกๆ หรือพูดภาษาปะกิต ดังนั้นคนตาหยีอย่างพวกฉันจึงไม่เคยสนใจไม่ว่าจะเป็นดอกกุหลาบสีแดงที่โคตรแพงและแห้งเหี่ยวในวันถัดไปจาก “วาเลนไทน์” … ฉันไม่สนใจ ผีดิบแดรกคูลา ผีฟักทองบ้าๆ ที่แต่งตัวกันแล้วเดินเมาอยู่ตามผับ (บ้านกูรู้จักแต่แม่นาค กับผีดิบจีนแบบผีกัดอย่ากัดตอบ) … และฉันไม่สนใจซานตาคลอสที่เป็นใครก็ไม่รู้มาแต่งชุดแดงใส่หนวดเคราสีขาวเดินแจกของในห้างแล้วไปรับตังค์ค่าจ้างตอนเลิกงานในวัน “คริสต์มาส” บ้านฉันไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์ แล้ววันสำคัญของฝรั่งมันจะเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ เกิดมาก็อยู่ท่ามกลางควันโขมงของธูปและเสียงดังจนแก้วหูจะแตกจากประทัดทุกๆ ปี จากไม่ชอบก็กลายเป็นชินและชอบไปเอง เพราะมีเงินแต๊ะเอียเป็นแรงจูงใจในวัยเด็ก (เห็นแก่เงินตั้งแต่เด็ก) เวลาผ่านไปจากผู้รับจึงกลายเป็นผู้ให้ ช่วยไม่ได้มันแก่ลงทุกๆ ปีนี่นา
ปีนี้การเปิดซองประมูลแต๊ะเอียในหมู่พวกเรา ฉัน สีเกด นังนุชนาฎ และข้าวตู ดูจะเป็นความลับสุดยอด เพราะที่ผ่านมาก็สะบักสะบอมช้ำชอกกระเป๋าฉีกขาดจากผลกระทบน้ำท่วมกันถ้วนหน้า ปีนี้จึงไม่มีหน้ามาอวดหรือเกทับกันอย่างเคย ทำกันแบบงุบงิบ หลบซ่อน ยิ่งกว่าส่งยาบ้า ทั้งๆ ที่เป็นการส่งซองแต๊ะเอียให้บุพการี แต่สำหรับเตี่ยกับแม่แล้วใส่ซองน้อยกว่าเก่ามีเศร้า! นึกภาพเตี่ยฉันนั่งเงียบๆ ดูทีวีกินข้าวกินปลาน้อยลง อาการเหมือนน้ำตาลในเลือดสูงจนซึม แทนที่จะกินทั้งวันหัวเราะเสียงดังลั่นบ้าน ส่วนแม่ฉันคงหนังตาตกทั้งๆ ที่เพิ่งไปยกหน้ามาจากการฉีดโบท็อกซ์ (ครั้งแรกในชีวิต หน้าตึงถึงขีดสุดในรอบ 30 ปี ขนาดโกรธผัว ผัวยังไม่รู้เพราะขมวดคิ้วไม่ได้!) อือ … เท่าไหร่ก็เท่านั้น เตี่ยกับแม่ของฉันคงถือคติ “ทำดีเพื่อพ่อ” ในช่วงนี้ (ทำตัวดีๆ เพื่อจะได้ธนบัตรมีรูปในหลวงหลายใบในซองอั่งเปา) ในหลวงท่านสอนว่า “สิ่งใดที่ดีแล้ว ก็ไม่ต้องไปหาสิ่งใหม่มาทดแทน” แปลว่ามันพอดีของมันแบบนั้น นั่นคือความพอเพียง) งั้นปีนี้ก็ไม่ต้องให้เพิ่ม เอาแบบพอเพียงก็แล้วกันนะ
วันที่คุณผู้อ่านได้อ่านต้นฉบับนี้ ตรงกับวันตรุษจีน วันจันทร์ที่ 23 มกราคม 2555 ถือเป็นโชคดีที่เราได้พบกันผ่านตัวหนังสือที่ตรงกับวันตรุษจีนจริงๆ ขอให้คุณพระคุณเจ้า เทพเจ้าแห่งโชคลาภและความดีงามทั้งหลายช่วยปกปักรักษาและคุ้มครองคุณผู้อ่านทุกท่านให้มีความสุขกาย สุขใจ กิจการรุ่งเรืองก้าวหน้า แวดล้อมไปด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวที่จะทำให้เรามีกำลังอยู่และสู้เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่าต่อไป … เทศกาลสำคัญในโลกนี้ของทุกชนชาติหากจะมองให้ลึกซึ้ง มันคือกุศโลบายของการอยู่ร่วมกันอย่างรู้คุณค่าของกันและกัน ทั้งคนที่อยู่และจากไป ผ่านการแสดงความเคารพและกตัญญูต่อบรรพบุรุษและบุพการีที่จะเป็นแบบอย่างอันดีงาม ช่วยเสริมสร้างจิตใจอันงดงามในคนรุ่นหลังตราบเท่าที่เรายังรักษาขนบธรรมเนียมนั้นๆ ไว้ตลอดไป …
ซิงเจียยู่อี่ ซิงนี้ฮวกไช้
ปล. คืนนี้การรวมญาติของคนจีนหลายบ้าน มีธรรมเนียมปฏิบัติว่าด้วยการวัดดวงจากเงินในซองอั่งเปา ถ้าคุณจ่าไปเดินตรวจตามบ้าน คงขี้เกียจจะจับเพราะห้องขังคงมีที่ไม่พอให้คนหลายตระกูลไปอยู่รวมกัน เอ้า… ป๊อกอีกละ!
...................
(หมายเหตุ ตรุษจีน 55:เล่นหูเล่นตา โดย... เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



