บันเทิง

ครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินมากที่สุด

ครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินมากที่สุด

20 ม.ค. 2555

ครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินมากที่สุด:คมเคียวคมปากกา โดย... ไพวรินทร์ ขาวงาม

เขียนต้นฉบับวันอังคารที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕  แรม ๙ ค่ำ  เดือนยี่

          ปีนี้ วันเด็กกับวันครูมาอยู่ใกล้กัน คือวันเสาร์ที่ ๑๔ มกราคม กับวันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม  ผมในฐานะที่มีลูกชายกำลังเรียนอนุบาล ก็ต้องทำให้วันเด็กกลายเป็นวันพิเศษของเขา โดยไม่ต้องรอคำขวัญของนายกรัฐมนตรี 
 
          มีวันลูกแล้ว ก็มีวันแม่ของลูก แม่ของลูกชายเป็นครู จึงมีวันครูให้รำลึกอีก  ผมเลยพลอยกลายเป็นเหมือนทั้งเด็กและครูไปในตัว 
 
          บังเอิญในวันครู  ศูนย์การศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ขอนแก่น ได้เชิญผมไปบรรยายเรื่อง “ง่าย งาม แบบกลอน” ร่วมกับ คุณชินวัฒน์ ตั้งสุทธิจิต มีนักศึกษามาร่วมฟังจำนวนมาก ทั้งที่เรียนอยู่ขอนแก่น และเดินทางข้ามทะเลภูเขามาจาก มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย 
 
          ดูวันวัยและแววตาของนักศึกษาแล้ว กำลังอยู่ในพลังสดใสแสวงหา  กำลังฝันถึงพรุ่งนี้พรุ่งหน้า ถ้าไม่มีอุบัติเหตุชีวิตใดๆ ระหว่างการเรียน  ส่วนใหญ่แล้วคงไม่พ้นได้ไปเป็นครู จะเป็นครูที่ไหน? อย่างไร? ชอบใจไหม?  ต้องต่อสู้ดิ้นรนเพียงใด?  คงอีกหลายปี เพราะตอนนี้ก็มีหน้าที่เรียน 
 
          สมัยเรียนมัธยม  ผมใฝ่ฝันจะเป็นครู  เป็นอาชีพที่คิดว่าต้องจริตที่สุด  อยู่กับการเรียน  การสอน  การเขียน  การอ่าน  มีแต่ผู้บอกว่าเงินเดือนอาจน้อย  แต่มั่นคง  กระทั่งเคยเตรียมจะไปสอบเข้าเรียนวิทยาลัยครู  แต่ไม่รู้เป็นไร  ชีวิตไม่ได้เป็นครูตั้งแต่คราวนั้น  ถ้าจะมีคนเรียกครูบ้าง  ก็เป็นครูนอกโรงเรียนนั่นแหละครับ
 
          นั่งกินข้าวตามสั่ง  ผ่านตาพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง “ครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินมากที่สุด”  เป็นคำสรุปสั้นๆ ที่แทบไม่ต้องอ่านเนื้อข่าว  และเข้าใจว่าบรรดาครูๆ เองได้อ่านข่าวแล้ว  คงพากันหัวเราะและยอมรับโดยดุษณียภาพ 
 
          ก่อนนี้  เคยได้ยินเพื่อนที่เป็นครูพูดแบบเจ็บๆ ว่า “เป็นครู  ไม่กู้ก็แต่ระเบิด”  แสดงว่าครูกู้กันสารพัดอย่างมานานแล้ว  บางรายผัวครู-เมียครู  กู้ซื้อบ้าน  ซื้อรถ  ส่งลูกเรียน  สำหรับผมเป็นหนี้หลักพันหลักหมื่นก็กลุ้ม  แต่เพื่อนที่เป็นครูบอกว่า  “จะกลุ้มไปทำไม  ผมมีหนี้เป็นล้าน  ยังหัวเราะได้”
 
          วันนี้  ได้อ่านกลอนในเฟซบุ๊กของ ครูชาตรี  เสงี่ยมวงศ์ หรือที่เรารู้จักในฐานะนักดนตรีนาม บุญมา  ภูเม็ง  เจ็บๆ คันๆ กันในแบบ “... มหากาพย์ครูเรา...”
“สหกรณ์อ้อนครูกู้แหลก
ยื่นแอกทองหนักอักโข
ครูแบกแอกทั่วหัวโต
หมุนหนี้ขี้โผ่ปึ่งพอง!”
 
          นั่งนึกถึงตัวเอง  ถ้าได้เป็นครูสมฝันวัยหนุ่ม  ป่านนี้อาจกู้จนเป็นเหมือนกลอนของครูชาตรีแล้ว 
 
          ชีวิตผมวนเวียนอยู่ใกล้ๆ วงการครู  ทั้งคนใกล้ตัว  และครูในสถาบันการศึกษาทั้งหลายที่ผมมีโอกาสไปเยี่ยมเยียน  ได้ยินได้ฟังครูปรับทุกข์กันมาไม่น้อย  จนพลอยทุกข์พลอยเศร้าไปกับครูๆ เขาด้วย  นอกจากเรื่องหนี้เรื่อสิน  ยังมีเรื่องอื่นๆ อีกจิปาถะที่เป็นการเมืองภายในโรงเรียน  ทั้งระหว่างผู้บริหารและระหว่างครูผู้สอนด้วยกัน  อย่างครูภาษาไทยหลายแห่ง  บางทีก็บ่นเรื่องผู้บริหารไม่ค่อยสนับสนุนงบประมาณการเรียนการสอนด้านนี้มากนัก  นำงบประมาณหันไปส่งเสริมด้านอื่นๆ มากกว่า  แม้แต่วันภาษาไทย  วันสุนทรภู่  บางทีก็ไม่ราบรื่นอย่างที่ครูฝัน  อยากเชิญวิทยากรภายนอกไปให้ประสบการณ์ใหม่ๆ แก่เด็กบ้าง  ก็ต้องต่อรองกันหลายระดับ  ครูที่ชอบจัดกิจกรรม  ถ้าไม่แกร่งพอ ก็ยากลำบากไม่น้อยทีเดียว
 
          “ครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินมากที่สุด” 
 
          ข่าวนี้ในวันครูปีนี้  ครูๆ อาจหัวเราะเป็นภาษาไทย และร่ำไห้เป็นภาษาอังกฤษ ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการก็ได้!    
...................
(หมายเหตุครูเป็นอาชีพที่มีหนี้สินมากที่สุด:คมเคียวคมปากกา โดย... ไพวรินทร์ ขาวงาม)