บันเทิง

ทำไม ต้องมี ธรรมะ

ทำไม ต้องมี ธรรมะ

17 ม.ค. 2555

ทำไม ต้องมี ธรรมะ:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์

          เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2554 ที่เสถียรธรรมสถานมีการสวดข้ามปี ผมมีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยกับครอบครัว ดังที่เคยเล่าไว้เมื่อคอลัมน์ที่ผ่านมาเรื่อง “ปีใหม่ ไม่ประ มาท”
 
          วันนั้นคนมากันเต็ม ”เสถียรธรรมสถาน” จนล้นออกไปข้างนอก ที่น่ายินดีก็คือประมาณ 90% เป็นคนหนุ่มคนสาว หลายคนกำลังอยู่ในวัยศึกษาเข้ามาปฏิบัติธรรมกันตั้งแต่คืนก่อน เป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ และก็พาลนึกเลยไปว่า ถ้าเป็นเช่นนี้กันทั้งประเทศ ประเทศของเราก็หมดปัญหาแน่ จะอยู่เย็นเป็นสุขเจริญก้าวหน้าไปอีกไม่รู้กี่เท่าตัว ถ้าเรารักษา ”ศิล” จิตใจก็จะเป็น ”สมาธิ” ซึ่งเป็นหนทางนำไปสู่ ”ปัญญา” นำไปสู่ ”การดับทุกข์” และความอยากทั้งปวง สังคมก็จะสงบร่มเย็นไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน มีแต่ช่วยเหลือกันและกัน
 
          ก็เลยถือโอกาสนี้เข้าไปพูดคุยกับพวกเขาบางคน น้องสุพิชชา เพียรพัฒนางกูร เรียนอยู่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะบัญชีปีที่ 1 บอกว่ามาหลายครั้งแล้ว สาเหตุที่ชอบมาฟังและ ปฏิบัติธรรมก็เพราะว่าสามารถนำไปปฏิบัติให้พ้นจากทุกข์ได้จริง ทำให้จิตใจไม่เศร้าหมองจึง ชอบมาบ่อยๆ น้องประวิทย์ สดใส กัลยานมิตรที่นอนอยู่ข้างๆ ผม มาจาก มหาวิทยาลัยจันทรเกษม อยู่คณะวิทยาศาสตร์ปีที่4 มาปฏิบัติธรรมบ่อยเหมือนกัน เพราะคิดว่าพุทธศาสนาเป็น วิทยาศาสตร์ที่สามารถนำเอาหลักธรรมไปทดลองว่าจะเกิดผลเป็นจริงได้หรือไม่ เมื่อได้ปฏิบัติ  ตามแล้วก็เห็นผลตามนั้น ก็คือทำให้คลายจากความเป็นทุกข์ได้ จากคำสอนของคุณแม่ชีศันสนีย์ ที่ว่า “ทุกข์มีไว้ให้เห็น ไม่มีไว้ให้เป็น”
 
          เมื่อช่วงเวลาแห่งวันปีใหม่ได้มาถึง ทั้งธรรมศาลามีแต่เสียงสวดมนต์ดังไปทั่วบริเวณ เพราะวันปีใหม่เป็นเพียงเรื่องที่เราสมมุติขึ้นมา จริงๆแล้วก็เหมือนกับทุกๆวัน ไม่มีการโอบกอด ดีใจกล่าวคำสวัสดีปีใหม่ใดๆ ทั้งสิ้น ผมใช้จินตนาการตัดภาพออกไปยังบรรยากาศข้างนอก ซึ่ง ใครก็คิดได้ว่ามีการเคานท์ดาวน์ เมื่อช่วงเวลาแห่งวันปีใหม่เข้ามาถึง ต่างคนก็โอบกอดกันด้วย ความยินดีและก็กล่าวคำสวัสดีปีใหม่กัน เป็นเหมือนกันเช่นนี้ทุกๆ ปี นอกจากนั้นยังเป็นโอกาส ที่จะได้ดื่มกันให้หมดแก้วหมดขวดกันไปเลย พอปีใหม่แล้วจะได้ฉลองเปิดขวดใหม่ ไม่เช้าไม่ กลับกันละ
 
          ผมเองนั้นเลิกฉลองปีใหม่มาหลายปีแล้วครับและก็ไม่ค่อยจะรู้สึกตื่นเต้นอะไรกับมันสักเท่าไหร่ แต่กลับจะหวั่นๆ หวาดๆ ว่าปีนี้จะมีอะไรดีขึ้นบ้างไหม ความรู้สึกที่จะ ”ดีใจ” กลายเป็น ”เตรียมใจ” เสียมากกว่า
 
          รุ่งขึ้นอีกวันก็มองไปเห็นเด็กหนุ่มผมยาวคนหนึ่งยืนซื้อเครื่องดื่มอยู่ ก็เลยเข้าไป ถามคำถามเดียวกันว่า มาปฏิบัติธรรมบ่อยไหม ก็ได้คำตอบที่น่าสนใจว่า “ผมทำงานอยู่ที่นี่ครับ”  ผมก็ถามต่อ “ทำอะไรล่ะ” 
 
          “ผมมาช่วยแม่ชีอยู่ในกลุ่ม SOS” แกตอบ ผมถามต่อว่า “แล้วมันคือ อะไรละ SOS เนี่ย” แกก็เลยไปยกโขยงทีม SOS มาคุยกับผมให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
 
          แล้วผมก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ก่อ ชิ ปอย โดนัท” ที่มาช่วยงานอยู่ในกลุ่ม SOS  ที่ย่อมาจาก “Seed of Spirituality Sathira Dhammasathan” ส่วนมากจะเข้ามาช่วยในเรื่อง การผลิตสื่อ โดยการนำธรรมออกเผยแพร่ในสื่อต่างๆ ซึ่งปัจจุบันได้ขยายเครือข่ายออกไปหลาย ด้านมีทั้งสื่อออนไลน์ (facebook.com/sdsface www.sdsweb.org) โทรทัศน์ (SOS TV) วิทยุ “สาวิกา” สื่อสิ่งพิมพ์ “ธรรมสวัสดี” ด้วยการเล็งเห็นถึงความสำคัญของสื่อที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทยในปัจจุบัน
 
          คำถามผมเปลี่ยนไปนิดหนึ่ง ถามว่าขอให้โยงเรื่องการปฏิบัติธรรมกับเรื่องการเมือง ก็ได้คำตอบที่น่าสนใจมากมาย เช่น เมื่อตอนออกไปช่วยน้ำท่วมพบว่าหลายชุมชนไม่พยายาม ช่วยตัวเอง รอรับความช่วยเหลืออย่างเดียว ลัทธิประชานิยมจีงได้ผลกับกลุ่มคนที่ไม่ยอมช่วยตัวเอง พบว่าการขาดการศึกษาเป็นสาเหตุทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ควรสื่อสารเรื่องธรรมให้ถึงประชาชนมากขึ้น เพราะถ้านำไปปฏิบัติแล้วจะช่วยให้พ้นทุกข์ และสุดท้ายที่สำคัญอยาก ให้นักการเมืองปฏิบัติธรรม เพราะการไปเป็นประธานในพิธีกรรมต่างๆ ทางศาสนาไม่ได้ช่วยให้เป็นคนดีขึ้นได้เท่าไหร่
 
          ฟังแล้วชื่นใจไหมครับ มองแต่ภายนอกดูเหมือนเยาวชนที่หลงระเริงกับแสงสีสิ่งมึนเมา แต่ข้างในมีความคิดและจิตใจที่ดีงามก็เพราะพวกเขาหันมาปฏิบัติธรรม บางคนก็ยอมรับว่าก็มีบ้าง ที่ต้องมีเรื่องสนุกสนานตามวัย แต่การมีสติทำให้เขากลับมาสู่หนทางที่ถูกที่ควรได้ เพราะการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรื่องยาก เห็นผลได้จริง และไม่ใช่สิ่งล้าสมัย ในทางตรงกันข้ามถ้าเราสามารถทำให้เรื่องการปฏิบัติธรรมเป็นแฟชั่นขึ้นมาได้ สังคมจะสวยงามมากขึ้นขนาดไหน
 
          ปัญหาที่วงการการเมืองเราขาดปัญญาก็เพราะนักการเมืองไม่รักษาศิลนั่นเอง เอาแค่ไม่โกหกก็ทำได้ยากเสียแล้ว เพราะฉะนั้นทำไมถึงต้องมีธรรมะ เพราะถ้าธรรมะไม่กลับมาโลกา จะวินาศ ดังที่ท่านพุทธทาสท่านกล่าวไว้แน่นอน
 
          เป็นเรื่องติดพันมาจากคอลัมน์ก่อน เอาไว้คอลัมน์หน้าค่อยกลับมาคุยเรื่องดนตรีกันใหม่ นะครับ 
...................
(หมายเหตุ ทำไม ต้องมี ธรรมะ:คิดสวนทาง โดย... จิรพรรณ อังศวานนท์)