
มองผ่านเลนส์คม - ละคร-เรื่องจริง
ไม่แปลกที่ใครจะจดจำ หนังเรื่อง "ความสุขของกะทิ" แค่ ทรงผมม้าเต่อของ ด.ญ.กะทิ ที่ไม่มีพ่อ ส่วนแม่ก็มาด่วนจากไป มากกว่าจะลึกซึ้งถึง "แก่น" ที่ต้องการจะสื่อ
เพราะบทบาทของ นางร้ายปากแดง อย่าง โดนัท มนัสนันท์ ในบทแม่เลี้ยงใจร้าย จากเรื่อง "ดงผู้ดี" ก็ทำให้คนดูจดจำเธอในคาแรกเตอร์นั้นไม่ต่างกัน (จนเกือบจะลบเลือนหน้าตาใสซื่อบริสุทธิ์จากเรื่องที่ผ่านๆ มา)
อย่างนี้เขาเรียกว่าตีบทแตกหรือไม่
หรือว่าเรารับได้แค่กระพี้ของเรื่อง
เพราะหากดูอย่างเข้าใจ จะเห็นว่า "บุหงา" ในเรื่อง เธอไม่ได้ร้ายกาจโดยนิสัย แต่น้อยใจในชีวิตตัวเอง ยิ่งมาตกหลุมรักผู้ชายอย่าง "ชาติสยาม" ขณะที่สามีก็เอาแต่เฉยชา ยิ่งมีเด็กสาวแปลกหน้าเข้ามาแชร์ความสำคัญ ทำให้ความอิจฉาที่ไม่เคยถูกใครปฏิเสธเข้าครอบงำจนสลัดไม่หลุด
เมื่อความสุข และความสุขสบายไม่ได้รับอย่างเต็มที่ อารมณ์เก็บกดจึงเพิ่มทวีคูณ
ขณะเดียวกัน ภาพของเด็กสาวหน้าใส แต่ฉลาดเป็นกรด และมีความเป็นผู้ดีพร้อมในสาย
เลือด อย่าง "น้องขม" ที่แสดงโดย "น้องแต้ว" ก็โดดเด้งขึ้นมาอย่างน่าชื่นชม
นางเอกที่เกิดมาเพื่อบทนี้ ทำให้คนหลงรักเธออย่างเอาใจช่วยในโชคชะตา โดยแอบลืมไปว่า... นี่คือละคร !!
จะว่าไป นี่คือความดีงามของ "มายา" ที่สะท้อนภาพชีวิตจริง
ที่กล่าวเช่นนั้น ก็เพราะเชื่อเหลือเกินว่า ในสังคมก็มีคนอย่าง "รังสรรค์" อยู่มากมาย
และไม่ได้มีเฉพาะคนครอบครัวซะด้วย คนที่เอาแต่ใจตัวเอง สำคัญตัวเองผิด เอาดีใส่ตัว ชั่วใส่คนอื่น มีเยอะจริงๆ
ผู้ชายเจ้าชู้ ไม่มีความรับผิดชอบ พอเกิดเรื่องก็กล่าวโทษคนอื่น จนเมื่อภรรยาหนีไป ก็หาว่าคบชู้สู่ชาย ทั้งที่ตัวเองเอาหญิงอื่นเข้าบ้าน ทำให้ภรรยาตัวเองทนอยู่ไม่ได้
บาปกรรมยังไม่หมด เมื่อลูกตัวเองกลับมาอยู่ร่วมชายคา ก็ยังหูหนวกตาบอด ไม่รู้เลยว่านี่คือลูกแท้ๆ ของตน จึงด่าทอ ทุบตี เพราะคิดว่าเป็นลูกชู้
เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีจึงประเดประดัง ภาพในอดีตย้อนมาโบยตีให้เจ็บปวดรวดร้าว
พล็อตพิมพ์นิยมอย่างนี้ คล้ายเรื่องบ้านทรายทอง หรือละครน้ำเน่าอีกหลายเรื่องๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ถึงยังไงก็มีคนดู
เพราะเป็นเรื่องใกล้ตัวคนส่วนมาก
คนที่อยู่ในกลุ่มแคบๆ น่ะคงไม่เท่าไหร่ แต่คนที่มีบทบาทในหน้าที่การงานในองค์กรใหญ่ๆ นี่สิ "อันตราย" !
คนที่เชื่อในความคิดตัวเอง พร้อมที่จะใช้อำนาจในมือชี้ผิดเป็นถูกได้อย่างเลือดเย็น เพราะเขาเชื่อว่าสิ่งที่คิดและทำนั้นถูกต้องแล้ว
ความอคติ ลำเอียงนั้นเป็นสันดานของปุถุชนแทบทุกคน
มันห้ามกันไม่ได้อยู่แล้ว อยู่ที่ว่าใครจะวางเส้นแบ่งไว้ตรงไหน ให้เนียน ไม่น่าเกลียด
สิ่งที่ได้มากกว่าความสนุก คือดูละครแล้วย้อนดูตัว
แล้วจะเข้าใจ ว่าทำไมข้อหา "เด็กใคร" ถึงไม่หมดไปจากสารบบเสียที!!
"นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"



