
สวัสดีงูใหญ่
สวัสดีงูใหญ่:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ
สวัสดีปีมะโรงครับท่านผู้อ่าน จะเหมาว่าเป็นแฟนคอลัมน์นี้คงไม่ได้ เพราะท่านเป็นแฟนคมชัดลึกต่างหาก
ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ผมขอถือโอกาสนี้อวยพรให้ทุกท่านมีความสุข คำพรพื้นๆ แบบนี้ไม่หรูหราอลังการ แต่ก็ลงตัวดีแล้ว เพราะใครๆ ก็อยากมีความสุขจริงไหมครับ ตามประสาปุถุชนคนเดินดินธรรมดาอย่างเราท่านๆ หากจะใฝ่ฝันถึงความหลุดพ้นจากความทุกข์คงต้องใช้ความเพียรกันอีกหลายภพชาติกว่าจะถึงฝั่งนิพพาน ยิ่งในสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้มีแต่จะต้องประคับประคอง ตัวเองทั้งใจและกาย เอาตัวให้รอดไปให้ได้ หลายคนอาจมองเห็นความวุ่นวายรออยู่ข้างหน้า บรรดา “กูรู” และ “กูรู้” ทั้งหลาย ตลอดจนบรรดา “โหร” และโหนต่องแต่ง หมอดูก็ดี หมอเดาก็ดี ต่างออกมาทำนายทายทักดวงชะตาบ้านเมืองว่าเห็นทีจะถึงกาลวิบัติฉิบหายวายป่วง นักวิเคราะห์สถานการณ์ผู้ทรงภูมิรู้ ดูจะเห็นเหตุปัจจัยว่าปี 2555 นี้ ประเทศชาติของเราจะเกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ให้ต้องเจ็บปวดรวดร้าวถึงขั้นกลียุค
“ผู้ใดไม่ร่วมแก้ปัญหา ก็เท่ากับว่าผู้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของปัญหา” ผมได้ยินมาประมาณนี้ รู้สึกใจหาย
ล่าสุดผมได้ปฏิเสธการลงชื่อร่วมเพื่อ “แก้ปัญหา” บางอย่าง ถ้าโดยตรรกะในเครื่องหมายอัญประกาศข้างต้นนั้น ผมเห็นจะเป็นส่วนหนึ่งของ (ผู้ทำให้เกิด) ปัญหาไปแล้ว เหมือนที่บางคนที่ไม่ได้ “แสดง” การต่อต้านรัฐประหารให้ปรากฏ ก็เลยถูกจัดให้ไปอยู่ฝ่ายสนับสนุนเผด็จการ เลยไปถึงเลียเท้าเผด็จการ เลยไปอีกถึงกับเป็นฝ่ายตรงข้ามกับประชาชนไปเลย
บ้านเมืองมีปัญหาหลายปัญหาครับ สำหรับผม ผมมองเห็นปัญหาตามแบบฉบับของผม ด้วยสายตาของผม ผมเห็นว่า “อวิชชา” ของผู้คนในสังคมเป็นปัญหาสำคัญอันดับหนึ่ง คงไม่มีเวลาจะอภิปราย ณ ที่นี้ เอาเป็นว่าผมไม่เห็นด้วยกับวาทะกรรม ในเครื่องหมายอัญประกาศข้างต้นดังกล่าว
ผู้คนมากมายในประเทศนี้ พวกเขากำลังมุ่งมั่นแก้ปัญหาของประเทศตามวิธีและวิถีของตนอยู่ครับ เราอาจมองเห็น และให้นำหนักความสำคัญของปัญหาต่างกัน คนเราอาจมีความรู้ มีปัญญาไม่เท่ากัน โง่ ฉลาดต่างกันบางคนขี้ขลาดตาขาว ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม แต่นั่นแหละ แม้แต่คนโง่ที่สุด ก็ยังใฝ่ฝันถึงวันที่ดีกว่า
ปีใหม่นี้ขอทุกท่านจงตั้งมั่นในสันติ ใครรู้ใครเห็นอะไร ใครจะก่อจะสร้างจะทำการใดๆ จงเป็นไปด้วยสติ ใช้ความเมตตา อย่าสุดลิ่มทิ่มประตู เหลือทางออกไว้ให้ความรักบ้าง เหลือพื้นที่ไว้ให้คนโง่ๆ คนบ้าใบ้ไร้เดียงสา คนไม่รู้ประสีประสา เพราะความไม่รู้ของคนเราอาจมิใช่ “อวิชชา” เสมอไป บางทีความรู้นั่นแหละก็อาจเป็น “อวิชชา” นี่ว่ากันแบบนักเลงเลยนะ
ได้ยินเขาว่ามาอีกว่า ปีหน้าเป็นปีแห่งอารมณ์ขัน
ในยุคสมัยที่คนไทยไร้อารมณ์ขัน ปีหน้าฟ้าใหม่ 1 มกราคมนี้ คงเป็นนิมิตหมายอันดีที่คนไทยจะได้โผบินขึ้นจับคอนโก่งคอขันกันให้สนั่น เอก อี้ เอ้ก เอ้ก ... ครับ มีอารมณ์ขันกันเสียบ้างจะได้ไม่ต้องเข่นฆ่ากัน ไม่ขันอย่างไก่ก็ขันอย่างนกเขาก็ได้ครับ จู้ฮุกกรู
ปีเก่า สอง ห้า ห้า สี่
ปีใหม่ สอง ห้า ห้า ห้า
สองห้าฮ่าฮ่า..ครับ
...................
(หมายเหตุ สวัสดีงูใหญ่:ศิลป์แห่งแผ่นดิน โดย... ศักดิ์สิริ มีสมสืบ)



