
รักเอย (II)
รักเอย (II):เล่นหูเล่นตา โดย.. เจนนิเฟอร์ คิ้ม
เดินทางเข้าสู่วันใหม่ของปีเป็นวันที่ 9 ตั้งแต่วันหยุดสิ้นปีมาจนวันนี้ ข้าพเจ้าก็ยังมิได้ยุ่งเรื่องชาวบ้านแม้แต่ข่าวซุบซิบดาราเพราะมัวแต่วุ่นวายอยู่กับครอบครัวและงานส่วนตัว หากจะเขียนแต่เรื่องราวและความเป็นไปของตัวเองคงจะกลายเป็นน้ำเน่า น้ำขัง เพราะวันๆ ก็มีแค่ลำพังตัวคนเดียว จะหันไปเขียนเรื่องตบตีกับผัวหรือก่นด่าลูกก็ไม่มีใครยอมปฏิสนธิหรือปฏิสัมพันธ์ด้วย ข้อมูลต่างๆ ที่จะนำมาเขียนจึงจำเป็นต้องไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านใกล้ตัวไกลตัวมาบ้าง เพื่อนำมาพินิจพิเคราะห์หาข้อคิดอันจะก่อเกิดประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของผู้คนในสังคม หรืออย่างน้อยก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าสิ่งไม่ดีไม่งามนั้นให้ดูเป็นตัวอย่างอันเป็นข้อห้าม มิได้ให้ทำตาม แต่...หลายครั้งหลายครา ผู้คนก็มิได้นำพาด้วยมองเห็นว่า...ชีวิตของกู...กูจะใช้...ใครจะทำไม?
คุณผู้อ่านไม่ได้เปิดหนังสือพิมพ์ผิดหน้า ยังคงอยู่ในหน้าสตรี อย่าเพิ่งเปลี่ยนหน้าหนี เพราะเรื่องต่อไปนี้ …แซ่บ…บ!
รักเอยเมื่อตอนที่แล้วได้ว่าด้วยเรื่องราวของความเป็นเมีย-ผัว ซึ่งคนที่เสียสละ อภัยให้ด้วยความรักก็มักจะเป็นฝ่ายภรรยาซึ่งทั้งรักและต้องการความรักจากผู้เป็นสามี แต่ผู้ชายก็ยังคงเป็นผู้ชายวันยังค่ำ อาจจะมาจากโครโมโซมเพศชาย ซึ่งก็คือ โครโมโซม Y (สมัยเรียนอยู่สมถวิล ราชดำริ อาจารย์กันยา กมุตชาติ ท่านสอนในวิชาชีววิทยาว่า ผู้หญิงจะมีโครโมโซม XX ผู้ชายจะมีโครโมโซม XY แล้วผู้ที่กำหนดเพศของลูกโดยไม่รู้ตัวนั้นก็คือเพศชาย เมื่อสมัยโบราณสะใภ้คนจีนที่ไม่ให้ลูกชายให้แต่ลูกสาวก็จะต้องเลื่อนขั้นไปเป็นเมียหลวง เพื่อให้เมียน้อยมาทำหน้าที่ให้ลูกชายสืบวงศ์ตระกูลกันต่อไป อะไรๆ ก็โทษแต่ผู้หญิง ฟายเอ๊ย!) ใน Y นั้น อาจมีคุณสมบัติของความเห็นแก่ตัวซ่อนอยู่ ดังนั้น ผู้ชายส่วนใหญ่จึงมักคิดถึงแต่ความสุขของตัวเองฝ่ายเดียว ไม่อยู่กับคำว่า “พอเพียง” หรือ “พอดี” และมักจะมองหาสิ่งที่ “ดีกว่า” มากกว่า สิ่งที่ “ดีแล้ว” ดังนั้นผู้หญิงจึงต้องเป็นผู้ถูกกระทำ แต่...นี่มันพ.ศ.ไหนแล้วยะ? 2555 พ.ศ.แห่งความสุข ก่อนหน้านั้นผู้หญิงก็เลือกทางเดินของตัวเองได้จนกลายเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว (Single Mom) อันเป็นผลมาจากเป็นฝ่ายทิ้งหรือถูกทิ้งก็แล้วแต่ ก็ยังอยู่ได้แม้จะต้องลำบากลำบนแบกภาระเลี้ยงลูกแต่เพียงผู้เดียว แต่ก็ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในตัวผู้หญิงที่มีมากกว่าที่เราคิด และที่สำคัญเราก็อยู่อย่างมีศักดิ์ศรีที่ได้เลือกเดินบนเส้นทางของตัวเองอย่างไม่เป็นรองใคร …
ก่อนหน้านั้นในบางคู่ผัว-เมีย อาจมีการต่อรองเกิดขึ้นถ้าปัญหามันมาจากมือที่ 3…ฉันเกลียดคำนี้จัง! บอกกี่ทีแล้วว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง มันจะมามีมือที่ 3 เข้ามาแย่งของรักจากเราไปได้อย่างไร ถ้าคนข้างๆ ไม่ออกไปเล่นตบแผะกับมัน แต่ก็อีกนั่นแหละ ถึงท่าทางภายนอกของฉันจะเหมือนว่า “อีนี่ร้าย” (ซึ่งก็...ถูก! แต่ต้องดูว่าเรื่องอะไร?) แต่พอมาถึงเรื่องราวที่ฉันหาคำตอบที่มีเหตุมีผลให้ตัวเองไม่ได้ ฉันก็มักจะปล่อยวางเอาดื้อๆ ช่างแม่งเหอะ! ชาติที่แล้วเขาคงทำบุญกันมาแล้วเราก็ทำบุญกับคนของเรามาแค่นี้...จริงๆ นะ! ฉันเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลในตัวมันเอง ถ้าเราจะไม่รู้ว่าเหตุผลคืออะไรบางทีก็อาจจะเป็นไปได้ว่า เราไม่ยอมรับเหตุผลนั้นเพราะเหตุผลนั้นมันไม่ได้เข้าข้างเรา ช่วงเวลาที่ต้องเปลี่ยนย้ายตำแหน่งชีวิตคู่ ความริษยาที่ไม่มีวันแก่จะโป่งบวมเสียยิ่งกว่าบอลลูนยักษ์ซึ่งไม่ต้องอาศัยก๊าซฮีเลียม (Helium) ทำให้มันลอย แต่อาศัยอารมณ์พลุ่งพล่านร่านเสียวของคนจะเสียของรักไป ตรงนี้แหละที่เป็นตัวกระตุ้นเร่งปฏิกิริยา การแตกหักได้อย่างชะงักงัน ยิ่งโกรธมากก็ยิ่งดูเลวร้ายมากและรวมเข้ากับความริษยาแล้ว...นังปีศาจชัดๆ ในขณะที่อีกฝ่ายดูน่าสงสารเหมือนถูกรังแก เพราะมันรู้ว่ามันเหนือกว่า (น่ะเซ่!)
ฝ่ายที่กำลังจะสูญเสียทั้งความรัก ตำแหน่ง และการต่อรองคงต้องกลับมานั่งคิดให้หนักกว่า...ที่ผ่านมาคุณสามีเกรงใจหรือเกรงกลัวมากน้อยแค่ไหน เวลานี้แล้วคงไม่เอาว่า คุณสามีเป็นคนดีแค่ไหนแล้วเพราะความดีบางทีมันก็หายไปกับความหลง และที่สำคัญอีกฝ่ายเหนือกว่าเราตรงไหน? (เยอะเลย) เด็กกว่า...อ่ะแหง! สวยกว่า...วุ้ย! อย่าพูดเจ็บใจ วีนน้อยกว่า...ใช่สิ! มันยังใหม่อยู่นี่ รอให้มันรู้ฤทธิ์ผู้ชายคนนี้เสียก่อนมันก็ไม่ต่างอะไรจากฉัน (ถอดละครหลังข่าวทุกช่องมารวมกันเลยนะนี่)...ช่างมัน! มันจะเหนือกว่าตรงไหนก็ช่าง แต่ฉันเป็นเมียและเป็นแม่ของลูก ทะเบียนสมรสฉันก็มี เอาทุกสิ่งอย่างมาต่อรอง ก็ไม่สู้อีกฝ่ายใช้น้ำตามาต่อรองหัวใจ ถ้ายอมไม่ได้และไม่เห็นว่าจะคุยกันรู้เรื่อง สุดท้ายก็ไปเจอกันที่เขต จากนั้นจะมีสถานภาพ “หม้าย” ห้อยท้ายจนกว่าจะเจอใครใหม่...เชอะ! กลัวที่ไหน
แต่ผู้หญิงบางคนก็เห็นแก่ลูกและยังรักคุณสามีตัวแสบอยู่ จึงต้องแบ่งรับแบ่งสู้ ก็อยู่กันมาตั้งนาน ความดีก็มีอยู่ เอาวะ!...เป็นเมียหลวงก็ยังดีกว่าเป็นหม้าย (บางคนคิด) ยังมีทุกอย่างครบเหมือนเดิมในสังคม ยกเว้นเวลาที่สามีเจียดให้ผู้หญิงอีกคน บางครอบครัวยังพามาป๊ะกั่นแฮ๋มในงานเลี้ยงรวมญาติได้แบบตระกูลบ่อนนกกระจอกของฉัน บอกตรงๆ โคตรจะกระอักกระอ่วน แล้วฉันก็รู้สึกได้ตั้งแต่ยังเด็กว่าแม่ฉันก็รู้สึกไม่น้อยกว่าพวกเรา เอาเถอะ...เตี่ยฉันเขาเก่ง เลี้ยงดูปูเสื่อแบบเสมอภาคกัน แล้วเมียสมัยก่อนก็เป็นเพียงแม่บ้านไม่ได้ออกมาทำงานเหมือนสมัยนี้ คงต้องปล่อยไปตามน้ำ
ยอมเป็น “ หลวง” ก็ได้ แต่… อย่าให้อีกคนอยู่ในเขตแดนที่ฉันอยู่ (ซูสีไทเฮาชัดๆ) เนรเทศมันไปอยู่ไหนก็ได้ไกลๆ ฉัน อย่าให้มาลอยหน้าลอยตาในสังคมของฉันให้ระคายเคืองหู ตา คอ จมูก ปาก…อีกฝ่ายซึ่งเด็กกว่าและสวยกว่ามากมาย แถมมีลูกเป็นเครื่องต่อรองอีกด้วย (คนมาทีหลังคงคิดว่า…มดลูกฉันก็มี คิดว่าฉันจะมีลูกให้ไม่ได้หรือไง…อีแก่!) จึงต้องย้ายถิ่นฐานไปอยู่ต่างจังหวัด โดยคุณสามีก็ส่งเสียและไปเยี่ยมเยียนเมื่อมีโอกาส เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นถมเถจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาแม้กรอบแห่งคุณธรรมและจริยธรรมไทยจะไม่ยอมรับ คงต้องเข้าใจว่ากรอบและขอบเขตซึ่งเป็นแนวทางในการปฎิบัติตนในสังคมเกิดขึ้นทีหลังปัญหาต่างๆ และเกิดขึ้นเพื่อเป็นแนวทางและข้อบังคับ แต่ในทางปฏิบัติ … กฎมีไว้แหก … แยก (ไฟแดง) มีไว้ฝ่า เดี๋ยวค่อยมาจ่ายค่าปรับถูกจับกันทีหลัง ถ้าเงินสามารถชดเชยความผิดได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่ความผิดฐานนอกใจต้องชดใช้ด้วยชีวิต … น่ากลั๊ว!
ฉันเชื่อแล้วว่า … ผู้ชายหนึ่งคนสามารถรักผู้หญิงได้พร้อมๆ กันหลายคน แต่ … ไม่เท่ากัน ความลำเอียงมันเกิดขึ้นที่ใด ความริษยาก็เกิดขึ้นที่นั่น และไม่ว่าจะเป็นเมียหลวงหรือเมียน้อย ฉันก็ว่าน่าเห็นใจกันไปคนละแบบ เพราะรักผู้ชายคนเดียวกัน … โอ้หนอรักเอย
...................
(หมายเหตุ รักเอย … (II):เล่นหูเล่นตา โดย.. เจนนิเฟอร์ คิ้ม)



