
ก้าวสู่7ปีอาถรรพณ์'ซี้ด'มุ่งหน้าหาฮีโร่
ก้าวสู่ 7 ปีอาถรรพณ์ 'ซี้ด' มุ่งหน้าหาฮีโร่
เขาว่าธุรกิจใดก็ตามไม่มีการเปลี่ยนแปลง ธุรกิจนั้นเหมือนรอวันที่จะจบ เพราะอย่างนี้ ธุรกิจแต่ละธุรกิจจึงต้องมีการปรับกลยุทธ์ในทุกๆ ปี ยิ่งธุรกิจคลื่นวิทยุที่คนภายนอกมองว่าเป็นธุรกิจที่มีการแข่งขันไม่ได้สูงมากเหมือนธุรกิจอื่นๆ แต่ธุรกิจเหมือนสงครามเย็น ที่ต้องแย่งชิงความชื่นชอบ และความพอใจของคนฟัง ซึ่งปีที่ผ่านมาค่าย "เอไทม์" เจอปัญหาเรื่องของ "กสทช" (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ที่เตรียมจะยึดคลื่น "กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม" คลื่นแม่เหล็กของบ้านหลังนี้ และยังเป็นปัญหาค้างๆ คาๆ ที่ยังไม่จบ ทำให้การเดินหน้าทำอะไรไม่คล่องตัว
ผิดกับคลื่น "ซี้ด 97.5 เอฟเอ็ม" ที่ไร้ปัญหาในเรื่องนี้ แถมปีมังกรนี้บอสส์ใหญ่ของคลื่นอย่าง "ตุ้ย" ธีรภัทร์ สัจจกุล เตรียมโปรเจกท์ เพื่อเป็นการฉลองปีที่ 7 ของคลื่นนี้ ถึงใครจะบอกว่า เลข 7 เป็นเลขอาถรรพณ์ก็ตาม
"เราวางคอนเซ็ปต์ปีนี้เราจะใช้ชื่อว่า "ซี้ด เซเว่น ดีกรี" หรือ "ซี้ด องศาที่ 7" มาจากอันดับแรกคือการสะท้อนการทำงานในปีที่ 7 ของซี้ด และอีกความหมาย หนึ่งคือเราอยากจะสื่อความหมายถึงองศาแห่งการเริ่มต้นใหม่ เพราะว่าโลกของเราอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป จนถึง 6 องศาแล้ว จะต้องบอกเลยว่าไม่มีสรรพสิ่งที่มีชีวิตยืนหยัดอยู่บนโลกได้ เพราะฉะนั้นองศาที่ 7 คือ องศาแห่งการเริ่มต้นใหม่ เราเลยอยากให้ผู้ฟังชางซี้ด และชาวซี้ดทุกคนได้ตระหนักและลงมือทำ ด้วยการมาร่วมเป็นฮีโร่พันธุ์ใหม่พร้อมกันกับเรา" ผู้บริหารหนุ่มเผย ก่อนจะเล่าถึงแนวทางต่อไปในเรื่องของการเฟ้นหาดีเจ.ใหม่ ที่จะมาแทนที่เหล่าดีเจที่หายไป
"ในปีนี้จะมีการวางคอนเซ็ปของการหาฮีโร่พันธุ์ใหม่ 7 คน โดยการชวนผู้ฟังของเรามาร่วมเป็นฮีโร่ด้วยกัน ซึ่งเราตั้งใจไว้ว่าฮีโร่คนนี้แหละที่จะมาเป็นตัวแทนของกลุ่มผู้ฟังชาวซี้ดทั้งหมดที่จะมาช่วยกันป้องกันและรักษาโลกของเรา ซึ่งมันเป็นภารกิจที่หนักหนาและยิ่งใหญ่ (ยิ้ม) เราเลยอยากได้คนที่มีความตั้งใจจริงๆ มาร่วม" ตุ้ยบอก
โดยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี้ดเอ็มคอท จำกัด ยังกล่าวต่ออีกว่า 7 ปีที่ผ่านมา "ซี้ด" มีหลักการเฉพาะตัวที่ยึดถือมาตลอดในเรื่องของความเป็นกลาง ไม่แบ่งค่าย ไม่แบ่งสังกัด และในปีที่ 7 นี้จะมีการเปิดโอกาสของความเป็นกลางนี้ให้กว้างออกไป
"7 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่ "ซี้ด" ทำมาและยึดเป็นหลักมาตลอด คือเรื่องของความเป็นกลาง เปิดกว้างสำหรับทุกคน ทุกค่าย ทุกสังกัด หรือจะแบบไม่มีค่าย ไม่มีสังกัดด้วย โดยเรามีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง แต่รูปแบบของปีนี้ที่นอกเหนือจากกิจกรรมที่เราทำอยู่แล้วในทุกเดือนอย่าง เดอะซี้ดโชว์ ที่เราจะมีการปรับรูปแบบให้เปิดโอกาสให้เวทีเดอะซี้ดโชว์ของเรา เป็นเวทีในการให้ศิลปินหน้าใหม่ในทุกๆ จังหวัดที่เราไป ได้ขึ้นมาออดิชั่นกันในเวทีเดอะซี้ดโชว์ด้วย คือเราไม่ได้มองว่าต้องเป็นอินดี้หรืออะไร สำหรับเราๆ มองเรื่องของโอกาสมากกว่า เราอยากที่จะให้โอกาสศิลปินหน้าใหม่ในแต่ละพื้นที่ได้มาโชว์ความสามารถที่เขามีให้ทุกคนได้เห็น เพราะผมเชื่อว่ามันเป็นการสร้างโอกาสและแรงบันดาลใจให้ศิลปินหน้าใหม่ในแต่ละจังหวัดได้มีแรงฮึดที่จะทำในสิ่งที่เขารักต่อไป" ธีรภัทรเล่า
และปีนี้คลื่นซี้ดจะมีการเน้นในส่วนที่เป็นสื่อดิจิตัลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากผู้บริหารหนุ่มคนนี้มองเห็นแนวทางใหม่ที่ว่าในยุคสมัยนี้สื่อโซเชียลเน็ทเวิร์กเป็นสื่อที่มาแรง เพราะฉะนั้น "ซี้ด" เลยจะมีการพัฒนาโซเชียลเน็ตเวิร์กไซด์ของตนเอง ภายใต้ชื่อ www.seedmcot.com แล้วพัฒนาต่อไปให้โลกโวเชียลเน็ตเวิร์กกลายมาเป็นโลกสื่อเสมือนจริง หรืออาจจะพัฒนาไปยังสื่อโมบายด์ ด้วยช่องทางต่างๆ ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึง และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมคนดนตรีของซี้ดได้



