บันเทิง

ก้าวแรกรับปีมังกร'เอไทม์'ว่างเปล่ารอ'กสทช'

ก้าวแรกรับปีมังกร'เอไทม์'ว่างเปล่ารอ'กสทช'

05 ม.ค. 2555

ก้าวแรกรับปีมังกร'เอไทม์'ว่างเปล่ารอ'กสทช'

           ยังเป็นเรื่องที่ทำให้บ้าน "เอไทม์ มีเดีย" ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเต็มตัว เมื่อคลื่นหัวใจหลัก อย่าง "กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม" ยังประสบปัญหาเรื่องคู่สัญญากับทาง "กสทช" (คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ) ซึ่ง "ฉอด" สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานกรรมการบริหาร บมจ.จีเอ็มเอ็ม มีเดีย ได้เปิดเผยถึงปัญหาที่ยังคาราคาซังนี้ ที่ทำให้ "เอไทม์" ไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างเต็มที่
 
          "ความคืบหน้าในเรื่องของ กสทช ตอนนี้ยังไม่ได้มีอะไรเลย ช่วงตั้งแต่เริ่มมีข่าวถึงปลายปีที่ผ่านมายังไม่ได้มีการแจ้งอะไรที่เป็นลายลักษณ์อักษรเลย นอกจากคำสัมภาษณ์กันไปมา และทวิตเตอร์กันไปมาเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ว่าจะต่อเวลาให้คลื่นให้ทำงานไปต่ออีก 6 เดือน (ถึงประมาณ มิ.ย.55) เราอยากจะบอกตรงนี้ว่า ประเด็นในเรื่องนี้ มันไม่ใช่ตรงนั้น ณ วันนี้ เราต้องบอกว่า ณ วันนี้ทุกอย่างมันยังเป็นสุญญากาศ สมมติว่าเขาให้ทำไปอีก 6 เดือน แล้วกรีนเวฟต้องย้ายไปอยู่คลื่นอื่น ซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นคลื่นไหน และต้องเป็นการไปไล่ที่ของคนอื่นเขาต่อไป แล้วการที่ย้ายคลื่นในแต่ละครั้งไม่ใช่ว่าอยู่ๆ เราจะย้ายเข้าไปได้เลย มันเป็นการลงทุน สมมติว่าเราย้ายไปปุ๊บ ลงทุนทำอะไรต่อมิอะไรเสร็จปุ๊บ แผนแม่บทเสร็จ เราก็ต้องย้ายอีก ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่ไม่ควรจะมีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ย้ายไปแล้วก็ย้ายมา" ผู้บริหารคนเก่งเผย ก่อนจะพูดถึงผลกระสบในแง่ธุรกิจ
 
          "เรื่องผลกระทบถ้าให้พูดในส่วนของธุรกิจ เราต้องยอมรับว่า กรีนเวฟ เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ของบริษัทเรา ในแง่ของรายได้หรือความนิยม ความเชื่อมั่น แต่ต้องบอกเลยว่า ไม่ใช่เราจะไม่ยอมรับในกติกา เราไม่ได้อะไร เพียงแค่ว่าวิธีการมันไม่ถูกต้องในลักษณะของการเป็นคู่สัญญากัน เพราะเราไม่ได้หมดสัญญา เรื่องสัญญาต้องขอยืนยันว่า เราไม่ได้หมดสัญญา แล้วถ้าตามที่มันควรจะเป็น ควรจะมีการเรียกเข้าไปคุยร่วมกัน ที่มันเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย เพราะเมื่อมีข่าวออกมาก่อนที่จะมีการพูดคุย มันทำให้เกิดการสื่อสารที่ผิดพลาด มันมีผลต่อคู่ค้าของกรีนเวฟ ซึ่งเราได้ทำสัญญาโฆษณาในปี 2555 ไปแล้ว ในแง่ของความเชื่อถือมันก็เกิดขึ้น" "ฉอด" สายทิพย์ กล่าว
 
          "ฉอด" สายทิพย์ กล่าวต่อว่า ทำงานคลื่นวิทยุมากกว่า 30 ปี เข้าใจกฎกติกาในเรื่องนี้ดี แต่ปัญหาครั้งนี้ไม่ได้อยู่ในกติกาที่ชอบธรรม
 
          "เราเองทำงานในตรงนี้มานานหลายสิบปี เราเข้าใจในกฎกติกาตรงนี้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นเราไม่ได้จะมาเรียกร้องอะไร แต่ครั้งนี้มันมีอะไรหลายอย่างที่มันไม่ตรงกับกติกา ทั้งการออกมาบอกว่าเราหมดสัญญา ทั้งที่เรายังไม่ได้หมดสัญญา อันที่สองการมาเรียกคลื่นคืนตอนนี้ในช่วงที่ยังเป็นสุญญากาศ ซึ่งแผนแม่บทกำลังจะใกล้เสร็จแล้ว มันทำให้เกิดความวุ่นวาย และความจริงแล้ว กสทช มีบทบาทและหน้าที่ที่จะเข้ามาดูแลในทุกๆ ส่วน ไม่ใช่แค่เพียงเพื่อประโยชน์สาธารณะอย่างเดียว แต่ต้องหาทางออกให้คนที่ทำธุรกิจเอกชนอย่างเราด้วย เพราะการที่เราทำธุรกิจมันไม่ใช่ความผิดนะ ส่วนเรื่องของการฟ้องร้องคงจะเป็นการฟ้องกับทางศาลปกครอง แต่ตรงนั้นคงจะต้องถึงที่สิ้นสุดก่อน" ผู้บริหารเอไทม์แจง
 
          ผู้บริหารค่าย "เอไทม์ มีเดีย" บอกต่อว่า การที่ไม่ได้ความชัดเจนในเรื่องของลายลักษณ์อักษรทำให้ไม่สามารถวางแผนงานล่วงหน้าในปีนี้ได้
 
          "การที่มันไม่มีอะไรออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรชัดเจน ทำให้เราไม่สามารถจะไปทำอะไรต่อได้ เลยต้องหยุดอยู่แค่ตรงนี้ มันเหมือนเราจะเดินไป แต่ก็เดินไม่ถนัด ในปีนี้ทางเอไทม์ของเราคงต้องหาวิธีตั้งรับ แต่อย่างที่บอกว่า เมื่อมันมีปัญหาเรื่องของเปลี่ยนคลื่น เปลี่ยนสัญญา ทำให้การวางแผนในปีนี้ของเรา ไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างเต็มที่ คือจะทำอะไรก็ยังไม่สะดวก เพราะไม่รู้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนอะไร ทำให้เราวางแผนได้แค่วันต่อวันเท่านั้น" "ฉอด" สายทิพย์ กล่าว