บันเทิง

เสริมดวงเด่นปีใหม่ ๒๕๕๕

เสริมดวงเด่นปีใหม่ ๒๕๕๕

04 ม.ค. 2555

เสริมดวงเด่นปีใหม่ ๒๕๕๕:เรื่องเด่นประเด็นดัง

          “ปีใหม่จีนปีใหม่ไทย ก็สุขใจกันไปอีกปี  ปีใหม่มาสวัสดี ให้สุขขี มีสุขสันต์...”
 
          ปีเถาะผ่านไป ปีมะโร งหรือปีงูใหญ่กำลังจะเข้ามา ขอให้เรื่องร้ายๆ ที่ประเทศไทยของเราจะต้องเจอตลอดทั้งปีผ่านพ้นไปสักที และเพื่อเป็นการต้อนรับปีมะโรงที่กำลังจะมาถึง กรมส่งเสริมวัฒนธรรมมีเคล็ดลับเพื่อเสริมมงคลชีวิตปีมะโรง ของแต่ละปีนักษัตร มาฝากกัน
 
          แต่ก่อนอื่นนั้น อยากให้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของวันปีใหม่สักนิดว่ามีความเป็นมาอย่างไร  
         
          แต่เดิมประเทศไทยมิได้กำหนดให้วันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ แต่มีการกำหนดวันขึ้นปีใหม่ถึง ๓ ลักษณะ ได้แก่ ลักษณะที่ ๑ การกำหนดวันขึ้นปีใหม่ตามแบบจุลศักราชมีทั้งหมด ๓ วัน ได้แก่ วันที่ ๑๓ เมษายน เป็นวันมหาสงกรานต์ หมายถึงวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนย้ายเข้าสู่ราศีใหม่ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา หมายถึงวันที่พระอาทิตย์เข้าประจำราศีใหม่ และวันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศก หมายถึงวันที่เริ่มต้นจุลศักราชใหม่ ลักษณะที่ ๒ คือ การนับตามจันทรคติ หรือแบบปีนักษัตร การกำหนดปฏิทินในลักษณะนี้ถือวันขึ้นปีใหม่ในวันขึ้น ๑ ค่ำ เดือน ๕ หรือเทศกาลตรุษนั้นเอง ลักษณะที่ ๓ ในปี พ.ศ.๒๔๓๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ โปรดเกล้าฯ ให้มีการนับปฏิทินตามลักษณะสุริยคติ และได้กำหนดให้วันที่ ๑ เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่ 
 
          หลังจากนั้นเราได้มีการเปลี่ยนให้เป็นแบบสากลนิยม โดยถือเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๓ ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยให้เหตุผลในการเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นว่า ต้องการให้สอดคล้องกับประเทศต่างๆ ทั่วโลก อีกทั้งต้องการให้เป็นสากลมากยิ่งขึ้น แต่ประเพณีการขึ้นปีใหม่ในวันสงกรานต์นั้น ชาวไทยก็ยังคงมีอยู่มิได้ละทิ้งไป โดยกิจกรรมส่วนใหญ่มักจะยึดถือปฏิบัติในวันขึ้นปีใหม่ อย่างการทำบุญตักบาตร โดยอาจตักบาตรที่บ้าน หรือไปที่วัดหรือตามสถานที่ต่างๆ ที่ทางราชการเชิญชวนไปร่วมทำบุญ การกราบขอพรจากผู้ใหญ่ และอวยพรเพื่อนฝูง การมอบของขวัญ หรือการส่งบัตรอวยพร การจัดงานรื่นเริง การจัดเลี้ยงในหมู่เพื่อนฝูง ญาติพี่น้องหรือตามหน่วยงานต่างๆ นับได้ว่าวันขึ้นปีใหม่นับเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เราได้ทบทวนถึงการดำเนินชีวิตในอดีต เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้นในอดีตให้ดีขึ้น
 
          สำหรับเคล็ดลับการเสริมดวงชะตามหามงคลชีวิตในปีมะโรง เริ่มจาก
          ราศีมังกร (เกิดระหว่างวันที่ ๑๖ มกราคม - ๑๒ กุมภาพันธ์)
ควรไปกราบสักการะหลวงพ่อพระอัฏฐารส ที่วิหารพระอัฏฐารส วัดสระเกศ กรุงเทพฯ จะทำให้เกิดความสำเร็จและความเจริญก้าวหน้า มีความยั่งยืนเจริญรุ่งเรือง และควรหาโอกาสไปกราบไหว้พระนเรศวรมหาราช ที่พระราชวังจันทร์ จ.พิษณุโลก จะเป็นมหามงคลชีวิตมากขึ้น
 
          ราศีกุมภ์ (เกิดระหว่างวันที่ ๑๓ กุมภาพันธ์ - ๑๓ มีนาคม) ควรหาเหรียญเทพพระราหูทรงครุฑ หรือดวงตาพระราหูมากราบไหว้บูชา หรือหาโอกาสไปสักการะเทพหลักเมือง ที่ศาลหลักเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิต และประสบความสำเร็จทั้งเรื่องการเรียน การงาน การเงิน และควรมีเหรียญพระพุธมหาเศรษฐีนวโกฏิแขวนคอประจำตัว จะช่วยเสริมด้านการเงิน
 
          ราศีมีน (เกิดระหว่างวันที่ ๑๔ มีนาคม - ๑๒ เมษายน) ควรหาโอกาสไปกราบไหว้วิหารพระทรงม้า หรือเวียนทักษิณา บูชาผ้าทำบุญ วัดพระบรมธาตุ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต จะเป็นบุญกุศลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดวงชะตาที่ดีขึ้น และควรแขวนองค์จตุคามรามเทพเพื่อเสริมดวงให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป
 
          ราศีเมษ (เกิดระหว่างวันที่ ๑๓ เมษายน - ๑๓ พฤษภาคม) ควรไหว้สักการะพระเจ้าตากสินมหาราช และถวายผ้าห่ม ถวายดอกไม้แด่พระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดพระบรมธาตุ จ.นครศรีธรรมราช จะทำให้ก่อร่างสร้างตัว เอาชนะต่ออุปสรรคทั้งปวงได้ประสบความสำเร็จ
 
          ราศีพฤษภ (เกิดระหว่าง ๑๔ พฤษภาคม - ๑๓ มิถุนายน) ควรหาโอกาสไปกราบไหว้พระพุทธรูปปรางป่าเลไลย์ จ.สุพรรณบุรี หรือ พระพุทธไสยาสน์ วัดป่าโมกวิหาร จ.อ่างทอง และควรมีเหรียญเทพราหูเต็มองค์ทรงครุฑ หรือองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์แขวนคอประจำตัว จะช่วยคุ้มครองปกป้องภัย ให้พ้นจากโรคภัยไข้เจ็บ
 
          ราศีเมถุน (เกิดระหว่างวันที่ ๑๔ มิถุนายน - ๑๔ กรกฎาคม) ควรไปกราบไหว้พระที่ศาลาสมเด็จ วัดพระศรีมหาธาตุบางเขน กรุงเทพฯ และควรหาเหรียญพระพุทธมหาเศรษฐีนวโกฏิมากราบไหว้บูชาเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต
 
          ราศีกรกฎ (เกิดระหว่างวันที่ ๑๕ กรกฎาคม - ๑๖ สิงหาคม) ควรไปกราบไหว้ไหว้พระพิฆเนศวิเศษลาภา ที่ศาลหลักเมืองพระประแดง และควรหาเหรียญเทวดาพฤหัสบดีทรงกวางทอง และเหรียญเทพพระราหูทรงครุฑมาคุ้มครองเสริมชะตาราศีและเสริมบารมี จะเป็นสิริมงคล
 
          ราศีสิงห์ (เกิดระหว่างวันที่ ๑๗ สิงหาคม - ๑๖ กันยายน) ควรไปกราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ภูเขาทอง วัดสระเกศ กรุงเทพฯ จะเป็นมงคลเสริมชะตาราศีให้เจริญรุ่งเรือง และควรหาเหรียญเทพพระราหูทรงครุฑ และแขวนพระแก้วมรกต หรือแขวนพระพุทธรูปอิริยาบถยืน เพื่อเสริมบารมีให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป และหากได้มีโอกาสไปกราบไหว้พระพุทธมหาเศรษฐีนวโกฏิที่ประดิษฐานอยู่บนภูเขาทอง จะช่วยเสริมให้ร่ำรวยเงินทอง
 
          ราศีกันย์ (เกิดระหว่างวันที่ ๑๗ กันยายน - ๑๖ ตุลาคม) ควรไปกราบไหว้หลวงพ่อพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ที่วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี และหลวงพ่อพระนอนวัดขุนอินประมูล จ.อ่างทอง จะเป็นมงคลคุ้มครองราศี และควรหาโอกาสไปร่วมพิธีสวดมหาพุทธมนต์นพเคราะห์ จะทำให้คลายจากความทุกข์
 
          ราศีตุล (เกิดระหว่างวันที่ ๑๗ ตุลาคม - ๑๕ พฤศจิกายน) ควรหาโอกาสไปร่วมพิธีบวงสรวงหรือร่วมพิธีเททองหล่อพระ และควรไปกราบไหว้หลวงพ่อโสธร วัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือพระแก้วมรกต และควรแขวนเหรียญเทพพระราหูทรงครุฑติดตัว จะช่วยเสริมบารมีให้ร่ำรวยมั่งคั่ง
 
          ราศีพิจิก (เกิดระหว่างงันที่ ๑๖ พฤศจิกายน - ๑๖ ธันวาคม) ควรไปกราบไหว้พระแสงอาทิตย์ทันจิต และพระแสงจันทร์ทันใจ ที่ศาลาสมเด็จวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ หากท่านที่มีการเจ็บไข้ได้ป่วย ควรหาโอกาสไปกราบไหว้พระบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์องค์ที่ ๑ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ 
 
          ราศีธนู (เกิดระหว่างวันที่ ๑๖ ธันวาคม - ๑๕ มกราคม) ควรไปกราบไหว้พระมหาเจดีย์ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และศาลาสมเด็จ และพระบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์องค์ที่ ๑ ประดิษฐาน ณ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน กรุงเทพฯ จะเป็นมหามงคลและช่วยเสริมดวงราศีและโชคดี ประสบความสำเร็จตลอดปี 

(ข้อมูลอ้างอิงจาก www.horoworld.com)
          ในโอกาสนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ยังได้จัดทำ บัตรอวยพรออนไลน์ (E-card) เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยได้ส่งความสุข ความปรารถนาดี ไปยังคนที่เรารัก หรือ เคารพรัก เนื่องในเทศกาลปีใหม่ ทาง www.culture.go.th ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง ๓๑ มกราคม ๒๕๕๕
...................
(หมายเหตุ เสริมดวงเด่นปีใหม่ ๒๕๕๕:เรื่องเด่นประเด็นดัง)